ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2550

ฎีกาที่ 5207/2550

หลักกฎหมาย

โจทก์ได้รับบาดเจ็บไม่ร้ายแรงมากถึงขนาดไม่สามารถจัดการเองได้ ไม่เข้าหลักเกณฑ์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 5 (2) ประกอบมาตรา 3 (3) ที่สามีโจทก์จะจัดการแทนโจทก์ได้ ดังนั้น การที่สามีโจทก์ดำเนินคดีแพ่งแก่จำเลยในคดีก่อนจึงไม่ใช่เป็นการจัดการฟ้องคดีแทนโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยได้ไม่ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 148 จำเลยที่ 1 กระทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ ส่วนโจทก์จะมีผู้ใดช่วยเหลือรับผิดชอบอย่างใดเป็นเรื่องของโจทก์ไม่เกี่ยวกับความรับผิดของจำเลยที่ 1 โจทก์จึงมีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนจากจำเลยที่ 1

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2544 เวลาประมาณ 13.30 นาฬิกา นายสมศักดิ์ ตระกลูพิทักษ์ สามีโจทก์ขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน 1 ท-6223 กรุงเทพมหานคร ของโจทก์ และโจทก์นั่งด้านหน้าคู่กับสามีไปตามถนนสายเด่นชัย - อุตรดิตถ์ มุ่งหน้าไปทางอำเภอเด่นชัย เมื่อถึงตำบลห้วยไร่ อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ พบรถยนต์โดยสารหมายเลขทะเบียน 10-0290 อ่างทอง จอดอยู่ข้างหน้าในช่องเดินรถและทิศทางเดียวกันรถยนต์ของโจทก์ เพื่อให้ขบวนรถยนต์บรรทุกรถถังปืนใหญ่ของทหารซึ่งแล่นสวนทางผ่านไปก่อน สามีโจทก์จอดรถต่อท้ายรถยนต์โดยสารคันดังกล่าวห่างพอสมควรและเปิดสัญญาณไฟฉุกเฉินไว้ หลังจากนั้นประมาณ 2 นาที จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์โดยสารหมายเลขทะเบียน 12-3938 กรุงเทพมหานคร ตามหลังมาในทิศทางเดียวกันกับรถยนต์ของโจทก์โดยไม่ชะลอความเร็วของรถและชนท้ายรถยนต์ของโจทก์ ทำให้รถยนต์ของโจทก์กระเด็นไปกระแทกกับรถยนต์โดยสารคันหน้า โจทก์ได้รับบาดเจ็บเป็นอันตรายสาหัส ต่อมาศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส โจทก์ต้องเสียค่ารักษาพยาบาลเป็นเงิน 183,819 บาท ค่าจ้างคนเฝ้าไข้ก่อนฟ้องและในอนาคตเป็นเงิน 1,080,000 บาท ค่าจ้างแม่บ้านทำงานบ้านแทนโจทก์ก่อนฟ้องและในอนาคต เป็นเงิน 360,000 บาท โจทก์ไม่สามารถขับถ่ายปัสสาวะตามปกติได้ ต้องเสียค่าผ้าอ้อมก่อนฟ้องและในอนาคตเป็นเงิน 100,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาก่อนฟ้องและในอนาคตเป็นเงิน 48,000 บาท หลังเกิดเหตุโจทก์ต้องจ้างเหมารถเพื่อให้คนในรถเดินทางต่อไปและเดินทางกลับกรุงเทพมหานครรวมเป็นเงิน 8,500 บาท รถยนต์ของโจทก์เสียหายมาก โจทก์ขายซากรถได้เงิน 40,000 บาท ขาดราคารถเป็นเงิน 210,000 บาท รวมเป็นค่าเสียหาย 1,990,319 บาท จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลยที่ 2 และขับรถยนต์โดยสารคันดังกล่าวในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 1,990,319 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์โดยสารคันเกิดเหตุด้วยความเร็วปกติและด้วยความระมัดระวัง ขณะถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้งบนเขา รถยนต์ของโจทก์จอดในช่องเดินรถไม่ชิดขอบถนนหรือไหล่ทาง ไม่เปิดสัญญาณไฟจอดหรือไฟฉุกเฉิน เป็นเหตุให้จำเลยที่ 1 ซึ่งขับรถตามหลังมาสุดวิสัยที่จะหักหลบหรือควบคุมรถได้ทัน ทำให้รถยนต์ทั้งสองคันเฉี่ยวชนกัน สามีโจทก์จึงเป็นฝ่ายประมาทเลินเล่อหรือมีส่วนประมาทเลินเล่อด้วย ผลคำพิพากษาของคดีอาญาดังกล่าวไม่ผูกพันจำเลยที่ 1 เพราะมิได้วินิจฉัยคดีในส่วนของโจทก์ ก่อนโจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้สามีโดยชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 1378/2545 ของศาลชั้นต้น ขอให้ร่วมกันวันผิดค่าเสียหายที่โจทก์ได้รับบาดเจ็บและรถยนต์ของโจทก์เสียหาย และต่อมาสามีโจทก์ถอนฟ้องคดีดังกล่าวโดยไม่ติดใจเรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสองอีก ศาลมีคำสั่งอนุญาตแล้ว โจทก์จึงไม่อาจเรียกร้องค่าเสียหายตามฟ้องได้อีก โจทก์ฟ้องคดีเกินกว่า 1 ปี นับแต่รู้เหตุละเมิดและรู้ตัวผู้กระทำแล้ว ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 2 เป็นนายจ้างของจำเลยที่ 1 แต่วันเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์โดยสารหมายเลขทะเบียน 12-3938 กรุงเทพมหานคร โดยพลการในเรื่องส่วนตัว เหตุรถยนต์ชนกันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของสามีโจทก์ที่ขับรถด้วยความเร็วสูง พุ่งชนท้ายรถยนต์โดยสารหมายเลขทะเบียน 10-0290 อ่างทอง ซึ่งจอดบริเวณไหล่ทางด้านซ้าย แล้วเสียหลักโดยส่วนท้ายล้ำเส้นกึ่งกลางถนน จำเลยที่ 1 ซึ่งขับรถยนต์โดยสารตามมาได้หักพวกมาสัยหลบไปทางขวาแล้ว แต่ไม่พ้นทำให้รถยนต์ทั้งสองคันเฉี่ยวชนกันได้รับความเสียหาย ค่าเสียหายที่โจทก์ฟ้องสูงเกินไป ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 704,819 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2546 เป็นต้นไป จนกว่าชำระเสร็จ กับให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 ให้เป็นพับ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ โดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 678,619 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น กับให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์แก่โจทก์เป็นเงิน 3,000 บาท จำเลยที่ 1 ฎีกา โดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่คู่ความไม่ฎีกาโต้แย้งว่า จำเลยที่ 1 ขับ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5207/2550 · ทนอย Thanoy