ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2552

ฎีกาที่ 5212/2552

หลักกฎหมาย

โจทก์ร่วมที่ 2 เบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านยอมรับว่า ได้นำข้อความในเนื้อหาสาระสำคัญของหนังสือเรื่อง "อโรคยา" และเรื่อง "ล้างพิษ" ทั้งได้นำความรู้จากหนังสือเรื่อง "น้ำมันปลา น้ำมันลดไขมัน" ของโจทก์ร่วมที่ 1 ทั้ง 3 เล่ม มาลงในหนังสือเรื่อง "เบื่อหมอ เบื่อยา หันหาธรรมชาติบำบัด วิถีสุขภาพแนวใหม่" เพื่อถ่ายทอดให้ประชาชนทราบด้วย ในฐานะที่โจทก์ร่วมที่ 2 เป็นบรรณาธิการหนังสือของโจทก์ร่วมที่ 1 จึงนำมาลงในหนังสือของโจทก์ร่วมที่ 2 เป็นบรรณาธิการหนังสือของโจทก์ร่วมที่ 1 จึงนำมาลงในหนังสือของโจทก์ร่วมที่ 2 หนังสือทั้ง 4 เล่มของโจทก์ร่วมทั้งสองดังกล่าวมีเนื้อหาที่ได้แปลมาจากวรรณกรรมภาษาต่างประเทศของเจ้าของลิขสิทธิ์ซึ่งได้รับควมคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ฯ มาตรา 42 ประกอบ พ.ร.ฎ.เงื่อนไขเพื่อคุ้มครองลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศ ฯ มาตรา 5 ผู้แปลและโจทก์ร่วมทั้งสองผู้รับโอนงานแปลต่างไม่ได้ขออนุญาตในการแปลจากเจ้าของลิขสิทธิ์งานวรรณกรรมภาษาต่างประเทศเลย จึงเป็นการดัดแปลงงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้อื่นโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแต่อย่างใด การที่โจทก์อ้างว่าขณะแปลยังไม่มี พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ฯ เพราะหนังสือทั้ง 4 เล่มดังกล่าวได้ตีพิมพ์เผยแพร่ก่อนปี 2537 ทุกเล่มแล้ว ต่อมาหลัง พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ประกาศใช้บังคับ โจทก์ร่วมทั้งสองได้ติดต่อสำนักพิมพ์เจ้าของลิขสิทธิ์งานวรรณกรรมภาษาต่างประเทศเพื่อจ่ายค่าลิขสิทธิ์ แต่ไม่ได้รับการติดต่อกลับ จึงยังไม่ได้รับอนุญาตหรือจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้แก่สำนักพิมพ์หรือเจ้าของลิขสิทธิ์งานวรรณกรรมภาษาต่างประเทศ เท่ากับแสดงว่าโจทก์ร่วมทั้งสองทราบดีอยู่แล้วว่า ผู้แปลหนังสือต่างประเทศที่มีเจ้าของลิขสิทธิ์เป็นภาษาไทยยังไม่ได้รับอนุญาตหรือจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้เจ้าของลิขสิทธิ์งานวรรณกรรมภาษาต่างประเทศ โจทก์ร่วมทั้งสองผู้รับโอนจึงไม่มีสิทธิในงานแปลดังกล่าวดีกว่าผู้โอนและไม่ใช่เจ้าของลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรมหนังสือทั้ง 4 เล่ม ดังนี้ โจทก์ร่วมทั้งสองย่อมไม่ใช่ผู้เสียหายและไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 4, 6, 8, 15, 17, 27, 31, 69, 70, 75 และ 76 และสั่งให้ของกลางที่ละเมิดลิขสิทธิ์ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ กับสั่งจ่ายเงินค่าปรับกึ่งหนึ่งให้แก่เจ้าของลิขสิทธิ์ จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา บริษัทรวมทรรศน์ จำกัด ผู้เสียหายที่ 1 และนายแพทย์บรรจบ ผู้เสียหายที่ 2 ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางอนุญาต โดยเรียกผู้เสียหายที่ 1 ว่าโจทก์ร่วมที่ 1 และเรียกผู้เสียหายที่ 2 ว่าโจทก์ร่วมที่ 2 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิจารณาแล้ว พิพากษาว่า จำเลยกระทำผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 27 (1) ประกอบมาตรา 69 วรรคสอง และมาตรา 31 (1) ประกอบมาตรา 70 วรรคสอง การกระทำของจำเลยเกิดจากเจตนาเดียวกัน จึงเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 27 (1) ประกอบมาตรา 69 วรรคสอง อันเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้ลงโทษปรับ 600,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบหนังสือของกลางเรื่อง "อาหารรักษาโรค", เรื่อง "อาหารต้านโรคเสื่อม", เรื่อง "วิถีดูแลตนเองแบบธรรมชาติ", เรื่อง "การล้างพิษโดยวิธีธรรมชาติ" เรื่อง "พลังแห่งการรักษาของธรรมชาติ", และเรื่อง "ธรรมชาติบำบัด 1" รวม 6 เล่ม กับให้จ่ายค่าปรับฐานละเมิดลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่งให้แก่โจทก์ร่วมทั้งสองซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ คำขออื่นให้ยก โจทก์ร่วมทั้งสองและจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "...ทางพิจารณาโจทก์นำสืบว่า บริษัทรวมทรรศน์ จำกัด โจทก์ร่วมที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีนายแพทย์บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล โจทก์ร่วมที่ 2 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ร่วมที่ 1 ตามหนังสือรับรอง เอกสารหมาย จ. 1 โจทก์ร่วมที่ 2 จบการศึกษาจากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งแต่ปี 2516 เคยไปศึกษาวิชาเวชกรรมฝังเข็ม ที่สถาบันแพทยศาสตร์ ตงจื่อหมิน ตั้งอยู่นครปักกิ่ง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เคยไปศึกษาดูงานด้านธรรมชาติบำบัดที่สถาบัน Ana Aslan ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองดอร์ทมุน ประเทศสหพันธรัฐเยอรมนี และที่สถาบัน Aeskulap ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ รวมทั้งได้ศึกษาการแพทย์แผนธรรมชาติ และการแพทย์แผนไทยจากแพทย์หญิงเพ็ญนภา เมื่อปี 2526 โจทก์ร่วมที่ 2 เปิดสถานพยาบาล 3 แห่ง คือ คลีนิคคลองประปา ลลิตารวมแพทย์ และชานเมืองโพลีคลินิกซึ่งใช้ความรู้จากการแพทย์แผนปัจจุบันกับความรู้ด้านธรรมชาติบำบัดรักษาผู้ป่วยคลีนิคคลองประปาได้รับใบอนุญาตให้ตั้งสถานพยาบาล และใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล ประมาณต้นปี 2534 นายเรืองชัย บรรณาธิการนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์เห็นว่าโจทก์ร่วมที่ 2 นำความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติบำบัด และการล้างพิษ มาเผยแพร่ในประเทศไทยเป็นคนแรก จึงให้โจทก์ร่วมที่ 2 เขียนบทความเป็นตอน ๆ ลงในนิตยสารดังกล่าว ตามสำเนาบทความ เอกสารหมาย จ.2 และ จ.ร.1 ต่อมาในปี 2535 โจทก์ร่วมที่ 2 ได้รวบรวมบทความในนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์มาพิมพ์เป็นเล่มโดยใช้ชื่อหนังสือว่า "ธรรมชาติบำบัด วิถีสุขภาพแนวใหม่" ตามสำเนาหนังสือเรื่อง "ธรรมชาติบำบัด วิถีสุขภาพแนวใหม่ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น "เบื่อหมอเบื่อยา หันหาธรรมชาติบำบัด วิถีสุขภาพแนวใหม่" โจทก์ร่วมที่ 1 มอบต้นฉบับหนังสือเรื่อง "Fish Oils Update" ให้นายแพทย์สมพงศ์ สหพงศ์ ไปทำการแปลเป็นหนังสือเรื่อง "น้ำมันปลา น้ำมันลดไขมัน" ซึ่งนายแพทย์สมพงศ์โอนลิขสิทธิ์งานวรรณกรรมดังกล่าวให้แก่โจทก์ร่วมที่ 1 ตามสำเนาสัญญาโอนลิขสิทธิ์ โจทก์ร่วมที่ 2 เป็นบรรณาธิการหนังสือดังกล่าว และได้เขียนบทนำไว้ด้วย นอกจากนี้ โจทก์ร่วมที่ 1 มอบต้นฉบับหนังสือเรื่อง "Nature Cure for Common Diseases" และหนังสือเรื่อง "10 Day Clean-up Plan" ให้แพทย์หญิงณัฏฐา ภริยาของโจทก์ร่วมที่ 2 ไปทำการแปลเป็นหนังสือเรื่อง "อโรคยา" และเรื่อง "ล้างพิษ" โดยแพทย์หญิงณัฏฐาใช้นามปากกาว่า ปาริชาติ ซึ่งแพทย์หญิงณัฏฐาโอนลิขสิทธิ์งานวรรณกรรมทั้งสองเรื่องให้แก่โจทก์ร่วมที่ 1 ตามสำเนาสัญญาโอนลิขสิทธิ์ หนังสือเรื่อง "น้ำมันปลา น้ำมันลดไขมัน" เรื่อง "อโรคยา" เรื่อง "ล้างพิษ" เรื่อง "เบื่อหมอ เบื่อยา หันหาธรรมชาติบำบัด วิถีสุขภาพแนวใหม่" เผยแพร่ครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อปี 2534, 2532, 2534 และ 2533 ตามลำดับ ตามหนังสือเรื่อง "น้ำมันปลา น้ำมันลดไขมัน" เรื่อง "อโรคยา" เรื่อง "ล้างพิษและบัญชีแสดงวันเดือนปีที่เผยแพร่ และสถานที่ที่เผยแพร่โจทก์ร่วมที่ 2 ได้รับเชิญให้ไปเผยแพร่ความรู้ในเรื่องธรรมชาติบำบัดและการล้างพิษทางสถานีโทรทัศน์ และสถานีวิทยุต่างๆ ตามเทปรายการโทรทัศน์ และโจทก์ร่วมที่ 2 ได้รับเชิญให้ไปบรรยาย
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5212/2552 · ทนอย Thanoy