ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2550

ฎีกาที่ 524/2550

หลักกฎหมาย

พ.ร.บ.การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยฯ มาตรา 30 บัญญัติไว้เพียงว่าให้จำเลยจ่ายเงินค่าทดแทนตามความเป็นธรรมแก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สิน มิได้บัญญัติรายละเอียดของหลักเกณฑ์ที่จะให้นำมาใช้คำนึงในการกำหนดและจ่ายเงินค่าทดแทนอย่างเป็นธรรมเช่นที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ฯ มาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) ถึง (5) แต่เนื่องจาก พ.ร.บ. ทั้งสองนี้มีเจตนารมณ์ที่จะจ่ายเงินค่าทดแทนที่เป็นธรรมแก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินและทรัพย์สินอื่น ดังนั้น การที่จะพิจารณากำหนดเงินค่าทดแทนการใช้ที่ดินตามความเป็นธรรมตาม พ.ร.บ.การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยฯ มาตรา 30 ก็ควรคำนึงถึงหลักเกณฑ์ทำนองเดียวกับที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ฯ มาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) ถึง (5) กรณีการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์วันอันเป็นฐานที่ตั้งในการพิจารณาราคาของอสังหาริมทรัพย์และสภาพและที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ฯ มาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) ถึง (4) คือ วันใช้บังคับ พ.ร.ฎ.กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน อันเป็นวันเริ่มต้นของการกำหนดแนวเขตที่ดินที่จะเวนคืนมีผลใช้บังคับ ซึ่งวันอันเป็นฐานที่ตั้งในการพิจารณาราคาของอสังหาริมทรัพย์และสภาพและที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในแนวเขตเดินสายส่งไฟฟ้าคือวันที่ประกาศกำหนดเขตสำรวจทั่วไปเพื่อเลือกแนวหรือที่ตั้งระบบไฟฟ้าในราชกิจจานุเบกษาตามมาตรา 28 (2) (ข) แห่ง พ.ร.บ.การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยฯ เมื่อกำหนดเงินค่าทดแทนที่ดินที่ใช้ปลูกบ้านซึ่งมีการถมดินไว้แล้วจึงไม่ต้องกำหนดเงินค่าถมดินอีก การเวนคืนเพื่อใช้เดินสายส่งไฟฟ้า กรรมสิทธิ์ในที่ดินยังคงเป็นของเจ้าของที่ดิน เจ้าของที่ดินจึงมีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนในการใช้ที่ดินที่เดินสายส่งไฟฟ้าเท่านั้น ดังนั้น การกำหนดเงินค่าทดแทนในส่วนที่ใช้ตั้งเสาไฟฟ้าให้ร้อยละ 100 ที่บ้านจ่ายให้ร้อยละ 90 ที่สวนจ่ายให้ร้อยละ 70 และที่นาจ่ายให้ร้อยละ 50 จึงชอบแล้ว

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินห้าแปลงถูกแนวเขตเดินสายส่งไฟฟ้าพาดผ่านรวมเนื้อที่ 1 ไร่ 2 งาน 56.60 ตารางวา จำเลยได้กำหนดเงินค่าทดแทนการใช้ที่ดินให้ตารางวาละ 2,700 บาท ซึ่งเป็นราคาต่ำ ไม่ได้คำนึงถึงราคาซื้อขายที่ดินตามท้องตลาดซึ่งมีราคาตารางวาละ 7,000 บาท ถึง 8,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าทดแทนเพิ่มจำนวน 3,029,913.40 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงิน 2,823,380 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การว่า การเดินสายส่งไฟฟ้าพาดผ่านเหนือที่ดินมิได้มีการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินส่วนที่ถูกแนวเขตเดินสายส่งไฟฟ้าให้แก่จำเลยแต่อย่างใด ที่ดินยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ จำเลยจึงกำหนดเงินค่าทดแทนการใช้ที่ดินให้ในอัตราร้อยละ 90 ของราคาที่กำหนดที่ดินของโจทก์เป็นที่บ้านซึ่งไม่ได้อยู่ในย่านการค้าหรือชุมชนจึงมีอัตราเงินค่าทดแทนการใช้ที่ดินตารางวาละ 2,700 บาท จำเลยยังจ่ายเงินค่าถมดินให้ 301,000 บาท และเงินค่าทดแทนต้นไม้ 750 บาท นอกจากนี้ยังได้จ่ายเงินค่าทดแทนสำหรับที่ดินส่วนที่เหลือเนื้อที่ 93.40 ตารางวา ให้อีกในอัตราตารางวาละ 2,700 บาท ซึ่งเป็นอัตราที่เหมาะสมและเป็นธรรมแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิคิดดอกเบี้ย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 1,772,820 บาทแก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสินในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 8 มิถุนายน 2542 จนกว่าจะชำระเสร็จ แต่ดอกเบี้ยต้องไม่เกินอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ตามคำขอของโจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่โจทก์และจำเลยไม่โต้แย้งกันในชั้นนี้รับฟังได้ว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 11138, 11137, 11136, 11133 และ 3223 ตำบลไทรน้อย อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี เนื้อที่ 1 งาน 30 ตารางวา, 1 งาน 50 ตารางวา, 1 งาน 50 ตารางวา, 1 งาน 50 ตารางวา และ 1 งาน 65 ตารางวา ตามลำดับ โดยมีอาณาเขตติดต่อกัน เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2537 ได้มีการประกาศเรื่องกำหนดเขตสำรวจสายส่งไฟฟ้าขนาด 500 กิโลโวลต์ จากสถานีไฟฟ้าย่อยราชบุรี 3 ไปยังสถานีไฟฟ้าย่อยไทรน้อย ในราชกิจจานุเบกษา และวันที่ 1 ธันวาคม 2537 ได้มีการประกาศเรื่อง กำหนดเขตสำรวจสายส่งไฟฟ้าขนาด 500 กิโลโวลต์ จากจุดแยกสถานีไฟฟ้าย่อยไทรน้อย (บริเวณอำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี) ไปยังสถานีไฟฟ้าย่อยวังน้อยในราชกิจจานุเบกษา ปรากฏว่าที่ดินทั้งห้าแปลงของโจทก์ดังกล่าวถูกเขตเดินสายไฟฟ้าพาดผ่านรวมเนื้อที่ 1 ไร่ 2 งาน 56.60 ตารางวา คณะกรรมการกำหนดค่าทดแทนทรัพย์สินจังหวัดนนทบุรีกำหนดราคาที่ดินของโจทก์ตารางวาละ 3,000 บาท เนื่องจากมิได้มีการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินส่วนที่ถูกแนวเขตเดินสายส่งไฟฟ้าและที่ดินของโจทก์มีสภาพเป็นที่บ้านซึ่งจำเลยกำหนดเงินค่าทดแทนการใช้ที่ดินร้อยละ 90 ของราคาที่ดินข้างต้น โจทก์จึงมีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนการใช้ที่ดินตารางวาละ 2,700 บาท เป็นเงินทั้งสิ้น 1,772,820 บาท ค่าถมดิน 301,000 บาท และเงินค่าทดแทนต้นไม้ 750 บาท รวมเป็นเงินจำนวน 2,074,570 บาท โจทก์ไม่พอใจและอุทธรณ์ต่อจำเลย จำเลยยืนยันคำสั่งเดิมและนำเงินค่าทดแทนดังกล่าวไปฝากธนาคารในนามของโจทก์ เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2542 และโจทก์ได้รับเงินดังกล่าวไปแล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์ควรได้รับเงินค่าทดแทนการใช้ที่ดินเพิ่มขึ้นจากที่จำเลยกำหนดให้หรือไม่เพียงใด โจทก์ฎีกาโดยสรุปว่าที่ดินของโจทก์มีราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดก่อนที่จำเลยจะประกาศกำหนดเขตเดินสายส่งไฟฟ้าตารางวาละไม่ต่ำกว่า 6,000 บาท เพราะที่ดินโฉนดเลขที่ 62028 เนื้อที่ 100 ตารางวา ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับที่ดินของโจทก์มีการจดทะเบียนซื้อขายระหว่างนายเสนอ มนนามอญ ผู้ขายและนางนิภา ทองถาวร ผู้ซื้อในราคา 600,000 บาท หรือตารางวาละ 6,000 บาท แม้การลงบันทึกวันเดือนปีในการจดทะเบียนของเจ้าพนักงานที่ดินจะผิดพลาดเพราะในสารบัญจดทะเบียนหลังโฉนดที่ดินดังกล่าวระบุว่าจดทะเบียนซื้อขายกันในวันที่ 17 มกราคม 2540 หลังวันที่จำเลยได้ประกาศกำหนดเขตเดินสายส่งไฟฟ้าเข้ามาในเขตท้องที่อำเภอไทรน้อยก็ตามแต่ที่ดินแปลงดังกล่าวไม่ได้อยู่ในเขตเดินสายส่งไฟฟ้าของจำเลย ทั้งนายเสนอและนางนิภาไม่มีส่วนได้เสียจากการประกาศเขตเดินสายส่งไฟฟ้าของจำเลยแต่อย่างใด เหตุดังกล่าวไม่ทำให้ราคาซื้อขายกันตามปกติของที่ดินแปลงนี้ในท้องตลาดเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งโจทก์ได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินโฉนดเลขที่ 3222 และ 11139 ซึ่งอยู่ติดกับที่ดินของโจทก์ทั้งห้าแปลงกับนางคนึงนิจ เตโชฬาร เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2538 ก่อนวันเวลาที่จำเลยประกาศเขตเดินสายส่งไฟฟ้าในราคาตารางวาละ 6,000 บาท และต่อมาได้ซื้อขายกันจริงในราคาด
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง