ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2545

ฎีกาที่ 5249/2545

หลักกฎหมาย

สัญญาจ้างระหว่างบริษัทโจทก์กับ ส. ที่ระบุว่า ในระยะเวลา 120 วันนับจากวันเริ่มปฏิบัติงานให้ถือว่าเป็นระยะเวลาทดลองงาน บริษัทชอบที่จะเลิกจ้างลูกจ้างเมื่อใดก็ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย และไม่ต้องแจ้งให้ลูกจ้างทราบล่วงหน้าหลังจาก 120 วันหากผลการปฏิบัติงานเป็นที่น่าพอใจก็จะบรรจุลูกจ้างเป็นพนักงานประจำนั้น หมายความว่า นายจ้างตกลงจ้างลูกจ้างโดยไม่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอน แต่ข้อตกลงที่ให้สิทธิโจทก์เลิกจ้าง ส. เมื่อใดก็ได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ ส. ทราบล่วงหน้านั้น ขัดต่อพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานฯ มาตรา 17 วรรคสอง ซึ่งเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนย่อมตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 150 เมื่อโจทก์เลิกจ้าง ส. โดยไม่เข้าเหตุตามมาตรา 17 วรรคหนึ่งและวรรคท้ายโจทก์จึงต้องบอกเลิกสัญญาจ้างเป็นหนังสือให้ ส. ทราบเมื่อถึงหรือจะถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวหนึ่งคราวใดเพื่อให้เป็นผลเลิกสัญญาเมื่อถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวถัดไปข้างหน้า เมื่อโจทก์กำหนดจ่ายค่าจ้างทุกวันสิ้นเดือน โจทก์บอกเลิกจ้าง ส. โดยมิได้บอกกล่าวล่วงหน้าเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2544 ซึ่งเป็นการบอกเลิกจ้างก่อนวันที่ 30เมษายน 2544 ซึ่งเป็นวันถึงกำหนดจ่ายค่าจ้าง การบอกเลิกจ้างของโจทก์ดังกล่าวจึงมีผลเป็นการเลิกสัญญาจ้างในวันที่ 31 พฤษภาคม 2544 ซึ่งเป็นวันถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวถัดไปข้างหน้าโจทก์ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้ ส. เป็นเวลา 35 วัน

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นพนักงานตรวจแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานพื้นที่บึงกุ่ม เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2544 โจทก์ทำสัญญาจ้างนางสาวสมใจ พรเลิศนภาลัย เข้าทำงานเป็นลูกจ้างโดยตกลงให้มีกำหนดเวลาทดลองงาน120 วัน ในระหว่างทดลองงานโจทก์มีสิทธิที่จะเลิกจ้างเมื่อใดก็ได้ โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและไม่ต้องแจ้งเหตุให้ทราบล่วงหน้า ต่อมานางสาวสมใจไม่สามารถทำงานได้ตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ โจทก์จึงมีคำสั่งเลิกจ้างเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2544 รวมเวลาทำงานทั้งสิ้น 10 วัน และจ่ายค่าจ้างให้แก่นางสาวสมใจเป็นเงิน 7,670 บาท แล้ว นางสาวสมใจได้ร้องทุกข์ต่อจำเลยว่าเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2544 โจทก์เลิกจ้างโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าจำเลยทำการสอบสวนและมีคำสั่งที่ 17/2544 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2544 ให้โจทก์จ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 26,833.33 บาทแก่นางสาวสมใจ พรเลิศนภาลัย ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ทราบคำสั่งหรือถือว่าได้ทราบคำสั่ง โจทก์ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งของจำเลยเนื่องจากคำสั่งดังกล่าวไม่ถูกต้องตามกฎหมายและคลาดเคลื่อนต่อความเป็นจริงขอให้เพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานที่ 17/2544 ดังกล่าว จำเลยให้การว่า หนังสือจ้างงานมีข้อตกลงระบุว่า ในระยะเวลา 120 วัน นับแต่วันที่ลูกจ้างเข้าปฏิบัติงานให้ถือว่าเป็นระยะเวลาทดลองงาน โจทก์ในฐานะนายจ้างมีสิทธิเลิกจ้างเมื่อใดก็ได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า สัญญาจ้างแรงงานดังกล่าวเป็นสัญญาจ้างงานที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541มาตรา 17 วรรคสองเมื่อโจทก์เลิกจ้างลูกจ้างด้วยวาจาในวันที่ 26 เมษายน 2544 โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเท่ากับค่าจ้างระหว่างวันที่ 27เมษายนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2544 เป็นเงิน 26,833.33 บาท ให้แก่ลูกจ้าง และเหตุผลแห่งการเลิกจ้างที่โจทก์อ้างว่าลูกจ้างทำความเสียหายใช้คำพูดและปฎิบัติตัวไม่เหมาะสมสร้างความไม่พึงพอใจแก่ลูกค้าไม่ใช่เหตุร้ายแรงหรือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ไม่ลุล่วงหรือกระทำการทุจริต ขัดคำสั่งหรือละเลยไม่นำพาปฏิบัติต่อคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายเป็นอาจิณ หรือละทิ้งการงานไปเสียไม่เข้าลักษณะการกระทำผิดของลูกจ้างตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 คำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานชอบแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงว่า เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2544 นางสาวสมใจพรเลิศนภาลัย เข้าทำงานเป็นลูกจ้างโจทก์ ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ดูแลสินค้าได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ 23,000 บาท กำหนดจ่ายค่าจ้างทุกวันสิ้นเดือนมีกำหนดทดลองงาน 120 วัน ตามหนังสือจ้างงานเอกสารหมาย จล.6 แผ่นที่ 15 โดยระบุว่าในระยะเวลา120 วัน นับจากวันที่เริ่มปฏิบัติงานให้ถือว่าเป็นระยะทดลองงานบริษัทโจทก์สงวนสิทธิที่จะเลิกจ้างลูกจ้างเมื่อใดก็ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและไม่จำเป็นต้องแจ้งเหตุให้ลูกจ้างทราบล่วงหน้า ต่อมาบริษัทโจทก์เลิกจ้างนางสาวสมใจเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2544โดยจ่ายค่าจ้างให้จำนวน 10 วัน เป็นเงิน 7,670 บาท ภายหลังนางสาวสมใจไปร้องต่อจำเลย จำเลยทำการสอบสวนตามเอกสารการสอบสวนที่เกี่ยวข้องกับข้อวินิจฉัยของพนักงานตรวจแรงงานพื้นที่บึงกุ่ม และคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานพื้นที่บึงกุ่มที่ 17/2544 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2544 และจำเลยได้มีคำสั่งที่ 17/2544 ตามเอกสารหมาย จล.3 บริษัทโจทก์มีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานตามเอกสารหมาย จล.4 ในการเข้าทำงานมีบันทึกการปฐมนิเทศไว้ตามเอกสารหมาย จล.5 แล้ววินิจฉัยว่าตามหนังสือจ้างงานเอกสารหมาย จล.6 แผ่นที่ 15 ที่นางสาวสมใจทำกับโจทก์มีข้อความระบุว่าให้มีระยะเวลาทดลองงาน 120 วัน และกำหนดให้สิทธิโจทก์ที่จะเลิกจ้างลูกจ้างก่อนครบกำหนดเวลาทดลองงานได้กรณีการจ้างงานระหว่างโจทก์กับนางสาวสมใจ จึงเป็นการจ้างลูกจ้างที่มีเงื่อนไขการทดลองงาน ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582 บัญญัติว่า "ถ้าคู่สัญญาไม่ได้กำหนดลงไว้ในสัญญาว่าจะจ้างกันนานเท่าไร ท่านว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาด้วยการบอกกล่าวล่วงหน้าในเมื่อถึงหรือก่อนถึงกำหนดจ่ายสินจ้างคราวใดคราวหนึ่งเพื่อให้เป็นผลเลิกสัญญากันเมื่อถึงกำหนดจ่ายสินจ้างคราวถัดไปข้างหน้าก็อาจทำได้ แต่ไม่จำต้องบอกกล่าวล่วงหน้ากว่าสามเดือน" และพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 17 วรรคสอง บัญญัติว่า "ในกรณีที่สัญญาจ้างไม่มีกำหนดระยะเวลานายจ้างหรือลูกจ้างอาจบอกเลิกสัญญาจ้างโดยบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นหนังสือให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบ ในเมื่อถึงหรือก่อนจะถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวหนึ่งคราวใด เพื่อให้เป็นผลเลิกสัญญากันเมื่อถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวถัดไปข้างหน้าก็ได้แต่ไม่จำเป็นต้องบอกกล่าวล่วงหน้าเกินสามเดือน" จากบทบัญญัติดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าในกรณีสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา หากนายจ้างจะบอกเลิกสัญญาจ้างจะต้องบอกกล่าวให้ลูกจ้างทราบล่วงหน้าไม่น
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5249/2545 · ทนอย Thanoy