คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2561
ฎีกาที่ 5263/2561
หลักกฎหมาย
แม้การกระทำของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลสระแก้วไม่ใช้การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีพิเศษตามที่ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลสระแก้ว เพราะยังไม่ได้รับประกาศภัยพิบัติจากจังหวัดนครสวรรค์ อันไม่เข้าเงื่อนไขการซื้อหรือการจ้างโดยวิธีพิเศษตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุขององค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2544 ข้อ 17 (2) ต้องการซื้อหรือการจ้างโดยวิธีสอบราคาตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุขององค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2544 ข้อ 14 ตามที่จำเลยที่ 2 เสนอต่อจำเลยที่ 1 ซึ่งจะมีผลให้ใช้เวลาในการซื้อหรือการจ้างนานขึ้น จำเลยที่ 1 จึงไม่เห็นชอบให้ใช้การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีสอบราคาตามที่จำเลยที่ 2 โต้แย้ง กลับสั่งการให้ใช้การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีตกลงราคาตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุขององค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2544 ข้อ 13 เพื่อจำเลยที่ 1 จะได้มีอำนาจอนุมัติการซื้อการจ้างนั้นได้ทันที ทำให้ต้องแบ่งการซื้อผ้าห่มนวมออกเป็นสองครั้ง ครั้งละ 500 ผืน เป็นเงินครั้งละ 100,000 บาท เท่ากับจำเลยที่ 1 จงใจกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนต่อระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุขององค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2544 ข้อ 16 วรรคสอง ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบแล้ว แต่พยานหลักฐานของโจทก์กลับไม่ปรากฏว่า การกระทำของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวเป็นไปเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่นอย่างใด จึงรับฟังไม่ได้ว่าเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต อย่างไรก็ดี การกระทำของจำเลยที่ 1 จงใจฝ่าฝืนต่อระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุขององค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2544 ดังกล่าวย่อมมีผลกระทบกระเทือนและก่อให้เกิดความเสียหายแก่การบริหารราชการแผ่นดินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด และเข้าองค์ประกอบความผิดตาม ป.อ. มาตรา 157 อยู่ดี ส่วนการทำฎีกาเบิกเงินนอกงบประมาณรายจ่ายและเอกสารประกอบครั้งที่ 2 เป็นการปฏิบัติตามหน้าที่รับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้นมุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นเท็จ อันเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 162 (4) หรือไม่นั้น เห็นว่า แม้ข้อเท็จจริงจะรับฟังได้ตามที่โจทก์อ้างก็ตาม การทำฎีกาเบิกเงินนอกงบประมาณรายจ่ายครั้งที่ 2 ก็เป็นเพียงการทำไว้ล่วงหน้าอันเป็นเรื่องปกติธรรมดาของการจัดทำฎีกาเบิกเงินโดยทั่วไปเท่านั้น เมื่อมีการเบิกจ่ายเงินกันจริงหาได้ไม่มีการเบิกจ่ายเงินกันตามนั้นอันเป็นความเท็จไม่ ดังนั้น แม้อาจเป็นไปเพื่อให้เป็นหลักฐานอ้างอิงว่ามีการจัดซื้อผ้าห่มนวมตามวันเวลาเกิดเหตุซึ่งไม่ตรงกับความเป็นจริงไปบ้างก็หาได้เป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 162 (4) ไม่ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 กระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 157 เท่านั้น สำหรับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 นั้นเป็นเจ้าพนักงานและเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายและระเบียบของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา แม้มีการแบ่งการซื้อหรือการจ้างออกเป็นสองครั้ง แต่การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีตกลงราคาในแต่ละครั้งก็เป็นไปโดยชอบด้วยระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุขององค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2544 ข้อ 13 คำสั่งของจำเลยที่ 1 ในส่วนนี้จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายและระเบียบที่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ต้องถือปฏิบัติตาม ทั้งพยานหลักฐานของโจทก์ก็ไม่ปรากฏว่าการแบ่งการซื้อหรือการจ้างออกเป็นสองครั้งดังกล่าวเกิดจากจำเลยอื่นเป็นผู้เสนอต่อจำเลยที่ 1 แต่กลับปรากฏตามเอกสารหมาย จ.41 ว่าเป็นการสั่งการของจำเลยที่ 1 เอง โดยจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำของจำเลยที่ 1 ในส่วนนี้แต่อย่างใด การกระทำของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 จึงเป็นการขาดเจตนาเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดและไม่เป็นความผิดตามฟ้อง อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงตามทางนำสืบของโจทก์เองรับฟังได้ว่าทางจังหวัดนครสวรรค์ประกาศให้พื้นที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติหนาวในวันที่ 14 มกราคม 2552 อันเข้าเงื่อนไขที่จะดำเนินการซื้อหรือการจ้างโดยวิธีพิเศษให้เป็นไปตามมติของที่ประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลสระแก้วได้ แต่ก็เป็นวันเดียวกับที่ได้ดำเนินการซื้อหรือการจ้างโดยวิธีตกลงราคาไปแล้ว อันแสดงว่ามีภัยพิบัติภัยหนาวเกิดขึ้นที่มีความจำเป็นต้องดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วนจริงการกระทำของจำเลยที่ 1 ที่มุ่งบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเร่งด่วนเป็นสำคัญ แม้เป็นการผิดกฎหมาย แต่ก็มีเหตุสมควรที่จะลงโทษจำเลยที่ 1 แต่เพียงสถานเบา
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งห้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 86, 157 และ 162 จำเลยทั้งห้าให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน โจทก์ฎีกาโดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติตามที่คู่ความนำสืบและไม่ได้โต้แย้งกันว่า เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2552 สภาองค์การบริหารส่วนตำบลสระแก้วมีการประชุมสมัยวิสามัญ สมัยที่ 1/2552 ครั้งที่ 3 จำเลยที่ 1 ในฐานะนายกองค์การบริหารส่วนตำบลสระแก้ว เสนอขอใช้เงินสะสมเพื่อจัดซื้อผ้าห่มกันหนาวแจกจ่ายตามจำนวนประชากรแต่ละหมู่บ้าน จำนวน 1,000 ผืน ราคาผืนละ 200 บาท รวมเป็นเงิน 200,000 บาท ดำเนินการจัดหาโดยวิธีพิเศษ ที่ประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลสระแก้วให้ความเห็นชอบจ่ายขาดเงินสะสม จำนวน 200,000 บาท ตามที่จำเลยที่ 1 เสนอ ตามรายงานการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลสระแก้วสมัยวิสามัญ สมัยที่ 1/2552 ครั้งที่ 3 ในวันนั้นเอง จำเลยที่ 2 ในฐานะปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลสระแก้ว ทำบันทึกข้อความถึงจำเลยที่ 1 เรื่องการจัดซื้อผ้าห่มกันหนาวโดยใช้เงินจ่ายขาดเงินสะสมประจำปี 2552 ได้ให้ความเห็นว่า การจัดซื้อโดยวิธีพิเศษไม่น่าจะดำเนินการจัดซื้อได้ เนื่องจากองค์การบริหารส่วนตำบลสระแก้วยังไม่ได้รับประกาศภัยพิบัติจากจังหวัดนครสวรรค์ ตามหนังสือด่วนที่สุด ที่ กค 0406.3/ว 130 ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2551 เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน 5.1.18 และเสนอว่าเห็นควรใช้วิธีสอบราคาเหมาะสมกว่าวิธีพิเศษตามที่จำเลยที่ 1 สั่งการมาด้วยวาจา หลังจากนั้นจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ร่วมกันทำรายงานขอซื้อผ้าห่มนวม ขนาด 70 นิ้ว x 80 นิ้ว จำนวน 500 ผืน ผืนละ 200 บาท เป็นเงิน 100,000 บาท โดยวิธีตกลงราคา เสนอให้จำเลยที่ 1 พิจารณาสั่งการ จำเลยที่ 1 พิจารณาแล้วเห็นชอบ ตามรายงานขอซื้อโดยวิธีตกลงราคาขององค์การบริหารส่วนตำบลสระแก้ว ลงวันที่ 13 มกราคม 2552 และจำเลยที่ 1 มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุตามโครงการจัดซื้อผ้าห่มนวม ขนาด 70 นิ้ว x 80 นิ้ว จำนวน 500 ผืน ผืนละ 200 บาท เป็นเงิน 100,000 บาท มีจำเลยที่ 2 เป็นประธานกรรมการ กับผู้มีชื่ออีกสองคนเป็นกรรมการ ตามคำสั่งองค์การบริหารส่วนตำบลสระแก้วที่ 10/2552 ลงวันที่ 13 มกราคม 2552 ต่อมาวันที่ 14 มกราคม 2552 สภาองค์การบริหารส่วนตำบลสระแก้วมีการประชุมสมัยวิสามัญ สมัยที่ 1/2552 ครั้งที่ 4 จำเลยที่ 1 เสนอเปลี่ยนแปลงเป็นว่า ฝ่ายบริหารจะดำเนินการจัดซื้อผ้าห่มกันหนาวเองช่วงแรกก่อน จำนวน 500 ผืน ผืนละ 200 บาท เป็นเงิน 100,000 บาท โดยวิธีตกลงราคาและจัดสรรให้ตามจำนวนประชากรในแต่ละหมู่บ้าน หากไม่เพียงพอก็จะดำเนินการจัดซื้ออีกครั้งหนึ่งต่อไป และที่ประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลสระแก้วรับทราบ ตามรายงานการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลสระแก้วสมัยวิสามัญ สมัยที่ 1/2552 ครั้งที่ 4 ซึ่งจำเลยที่ 2 ทำบันทึกข้อความ ลงวันที่ 14 มกราคม 2552 ถึงจำเลยที่ 1 เรื่องการจัดซื้อผ้าห่มกันหนาวโดยใช้เงินจ่ายขาดเงินสะสมประจำปี 2552 ขอให้พิจารณาสั่งการ จำเลยที่ 1 สั่งการว่าเห็นควรใช้วิธีตกลงราคาในวงเงิน 100,000 บาท วันที่ 16 มกราคม 2552 มีการดำเนินการตรวจรับพัสดุและเบิกเงินนอกงบประมาณรายจ่ายผ้าห่มนวม จำนวน 500 ผืน เป็นเงิน 100,000 บาท แก่นายสมหมาย ผู้ขาย โดยมีจำเลยที่ 2 ในฐานะหัวหน้าหน่วยงาน จำเลยที่ 3 ในฐานะหัวหน้าส่วนการคลัง จำเลยที่ 5 ในฐานะเจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี ร่วมกันจัดทำฎีกาเบิกเงินนอกงบประมาณรายจ่ายและเอกสารประกอบเสนอให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้อนุมัติเบิกจ่าย มีการหักภาษี ณ ที่จ่ายจำนวน 1,000 บาท แล้วออกเช็คธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เลขที่ 0070798 ลงวันที่ 16 มกราคม 2552 จ่ายเงินจำนวน 99,000 บาท แก่นายสมหมาย และมีการนำเช็คฉบับที่ 1 นี้ไปเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงินแล้วในวันที่ 21 มกราคม 2552 ส่วนการจัดซื้อครั้งที่ 2 ที่มีการกล่าวหาคดีนี้นั้น จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ร่วมกันทำรายงานขอซื้อผ้าห่มนวม ขนาด 70 นิ้ว x 80 นิ้ว จำนวน 500 ผืน ผืนละ 200 บาท เป็นเงิน 100,000 บาท โดยวิธีตกลงราคา เสนอให้จำเลยที่ 1 พิจารณาสั่งการ และจำเลยที่ 1 พิจารณาแล้วเห็นชอบ ตามรายงานขอซื้อโดยวิธีตกลงราคาขององค์การบริหารส่วนตำบลสระแก้ว ลงวันที่ 19 มกราคม 2552 มีการทำใบสั่งซื้อโดยจำเลยที่ 1 ในฐานะนายกองค์การบริหารส่วนตำบลสระแก้วลงลายมือชื่อเป็นผู้สั่งซื้อ ถึงนายสมหมาย ระบุให้ส่งมอบแก่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ณ องค์การบริหารส่วนตำบลสระแก้วภายในวันที่ 23 มกราคม 2552 ตามใบสั่งซื้อ ลงวันที่ 20 มกราคม 2552 จำเลยที่ 1 มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุตามโครงการจัดซื้อผ้าห่มนวม ขนาด 70 นิ้ว x 80 นิ้ว จำนวน 500 ผืน ผืนละ 200 บาท เป็นเงิน 100,000 บาท มีจำเลยที่ 3 เป็นประธานกรร
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง