ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2551

ฎีกาที่ 5299/2551

หลักกฎหมาย

พ.ร.บ.การเล่นแชร์ฯ มาตรา 6 (3) ประกอบกฎกระทรวง (พ.ศ.2534) ที่ห้ามมิให้บุคคลธรรมดาเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์ที่มีทุนกองกลางต่อหนึ่งงวดรวมกันทุกวงเป็นมูลค่ามากกว่าสามแสนบาท เป็นการห้ามนายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์เท่านั้น ส่วนสมาชิกผู้เข้าเล่นแชร์ด้วยกันหาได้มีบทบัญญัติห้ามเล่นแชร์แต่อย่างใดไม่ ทั้งมาตรา 7 ยังระบุว่าบทบัญญัติมาตรา 6 ไม่กระทบกระเทือนถึงการที่สมาชิกวงแชร์จะฟ้องคดีหรือใช้สิทธิเรียกร้องเอากับนายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์อีกด้วย การเล่นแชร์เป็นสัญญาประเภทหนึ่งอันเกิดจากการตกลงระหว่างสมาชิกผู้เล่นซึ่งมีผลผูกพันและบังคับกันได้ตามกฎหมาย เมื่อ ด. นายวงแชร์ถึงแก่ความตาย มีผู้ที่ยังไม่ได้ประมูลแชร์ 3 ราย คือ โจทก์ ท. และ ส. ดังนั้นบุคคลทั้งสามเท่าที่ได้รับผลกระทบจากการที่ไม่มีผู้จัดให้มีการประมูลแชร์และผู้ที่จะเสนอคำประมูลแชร์ได้ก็มีเพียงสามคนนี้เท่านั้น ผู้เล่นแชร์คนอื่นๆ ไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด ดังนั้น เมื่อไม่มีผู้จัดให้มีการประมูลแชร์ การที่โจทก์ ท. และ ส. ตกลงกันใช้วิธีจับสลากอันดับก่อนหลังแทนการให้ดอกเบี้ย นับเป็นวิธีการที่ทำให้การเล่นแชร์วงนี้สามารถดำเนินต่อไปได้จนจบโดยผู้เล่นแชร์ได้รับเงินจนครบทุกคน และผู้เล่นแชร์คนอื่นๆ ไม่ได้รับความเสียหายหรือผลกระทบแต่อย่างใดดังนั้น ความรับผิดของผู้เล่นแชร์คนอื่นๆ จึงยังคงต้องมีอยู่อีกต่อไป

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์ตกลงร่วมเล่นแชร์กับนายดำริห์ ซึ่งเป็นนายวงแชร์ และจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 กับบุคคลอื่น 8 คน รวมเป็น 14 คน ระหว่างการเล่นแชร์นายดำริห์ถึงแก่กรรม ผู้ร่วมเล่นแชร์ตกลงให้วงแชร์ล้มเลิก โจทก์ยังไม่ได้ประมูลแชร์จึงนำเช็คของนายดำริห์ และจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ซึ่งนำมาแลกเงินค่าแชร์ที่ประมูลได้รวม 6 ฉบับ ไปเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงินตามวิธีการของธนาคาร ปรากฏว่าธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายดำริห์ จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 6 และที่ 7 กับจำเลยที่ 9 ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 8 ในฐานะผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็ค และจำเลยที่ 4 ที่ 5 ในฐานะผู้ร่วมเล่นแชร์ต้องร่วมกันรับผิดชำระค่าแชร์ตามจำนวนเงินในเช็คต่อโจทก์ขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ชำระเงินต้น นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินต้น พร้อมดอกเบี้ย นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 7 จำเลยที่ 5 ที่ 8 และที่ 9 และจำเลยที่ 6 ต่างร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินต้น พร้อมดอกเบี้ยนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ที่ 4 ที่ 5 และที่ 7 ให้การในทำนองเดียวกันว่านายดำริห์และจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ไม่เคยตกลงร่วมเล่นแชร์กับโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 และที่ 6 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 3 ให้การว่า จำเลยที่ 3 ไม่ได้ร่วมเล่นแชร์วงเดียวกับโจทก์ และโจทก์ไม่ได้เป็นผู้ประมูลแชร์ได้ จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินค่าแชร์และไม่มีสิทธินำเช็คของจำเลยที่ 3 ไปเรียกเก็บเงิน สัญญาเล่นแชร์ตามฟ้องมีทุนกองกลางต่อหนึ่งงวดมากกว่า 300,000 บาท เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ไม่สามารถบังคับได้ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 8 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่ใช่กรรมการผู้มีอำนาจของจำเลยที่ 8 จำเลยที่ 8 จึงไม่ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 8 ไม่เคยตกลงร่วมเล่นแชร์กับโจทก์ เช็คของจำเลยที่ 8 ไม่มีมูลหนี้ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 9 ให้การว่า จำเลยที่ 9 ไม่เคยตกลงร่วมเล่นแชร์กับโจทก์ จำเลยที่ 9 ลงลายมือชื่อในเช็คในฐานะกรรมการของจำเลยที่ 8 จำเลยที่ 9 จึงไม่ต้องรับผิดเป็นการส่วนตัว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 11,720,416.66 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 11,500,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 20 ตุลาคม 2538) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์โดยให้จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินดังกล่าวจำนวน 509,583.33 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 500,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินดังกล่าวจำนวน 2,038,333.33 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 2,000,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยที่ 4 และที่ 7 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินดังกล่าวจำนวน 2,038,333.33 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 2,000,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยที่ 5 ที่ 8 ที่ 9 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินดังกล่าวจำนวน 2,038,333.33 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 2,000,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยที่ 6 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินดังกล่าวจำนวน 2,038,333.33 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 2,000,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยทั้งเก้าร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 35,000 บาท สำหรับจำเลยที่ 1 ให้รับผิดไม่เกินกว่าทรัพย์มรดกที่ตกทอดได้แก่ตน จำเลยที่ 1 ที่ 4 ที่ 5 ที่ 7 ถึงที่ 9 และจำเลยที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 9 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 9 ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยที่ 1 ที่ 4 ที่ 5 ที่ 7 ที่ 8 และจำเลยที่ 3 ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 30,000 บาท แทนโจทก์ จำเลยที่ 1 ที่ 4 ที่ 5 ที่ 7 และที่ 8 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติตามที่คู่ความไม่โต้แย้งกันว่าเมื่อปี 2537 โจทก์ร่วมเล่นแชร์กับบุคคลอื่นโดยมีนายดำริห์ สามีของจำเลยที่ 1 เป็นนายวง มีข้อตกลงว่านายวงเก็บเงินจากลูกวงทุกคน หุ้นละ 3,000,000 บาท รวมเป็นเงิน 39,000,000 บาท ไปก่อน โดยไม่มีการประมูล และนายวงจะออกเช็คสั่งจ่ายเงินฉบับละ 3,000,000 บาท โดยไม่ลงวันที่ในเช็คมอบให้แก่ลูกวงทุกคนงวดถัดไปทุกวันที่ 14 ของเดือน นายวงจะจัดให้ลูกวงทำการประมูลแชร์ จำนวนหุ้นละ 2,000,000 บาท ผู้ที่เสนอให้ดอกเบี้ยสูงสุดเป็นผู้ประมูลได้ นายวงม
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5299/2551 · ทนอย Thanoy