ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2549

ฎีกาที่ 5324/2549

หลักกฎหมาย

ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ ฉบับที่ 1 (พ.ศ.2543) เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาเครื่องหมายที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไป ลงวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ.2543 ซึ่งออกตามความในมาตรา 5 และมาตรา 8 (10) แห่ง พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2543 เครื่องหมายการค้าที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไปต้องเข้าหลักเกณฑ์ 2 ข้อ แต่เครื่องหมายการค้าของโจทก์ไม่ได้มีปริมาณการจำหน่ายจำนวนมาก หรือมีการใช้หรือโฆษณาเป็นที่แพร่หลายจนทำให้สาธารณชนทั่วไป หรือสาธารณชนในสาขาที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยรู้จักเป็นอย่างดี จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ของการมีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไปตามข้อ 2 ของประกาศกระทรวงพาณิชย์ฉบับดังกล่าว ดังนั้น การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า "Carpro" ของจำเลยที่ 1 ที่แม้จะมีเสียงเรียกขานเป็นภาษาไทยเหมือนกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ ก็ไม่ขัดต่อมาตรา 8 (10) แห่ง พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าอักษรไทยคำว่า "คาร์โปร" และอักษรไทยคำว่า "คาร์โปร คาร์วอช แชมพู" ซึ่งมีคำว่า "คาร์โปร" เป็นภาคส่วนสำคัญในการเรียกขานและการจดจำ โดยโจทก์ได้ใช้ จำหน่าย และโฆษณาเครื่องหมายการค้าดังกล่าวกับสินค้าผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดรถยนต์ ตั้งแต่ปี 2540 เป็นต้นมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน จนเป็นที่รู้จักแพร่หลายของสาธารณชนทั่วประเทศไทย สาธารณชนทั่วไปต่างเรียกขานสินค้าทำความสะอาดรถยนต์ของโจทก์ที่ใช้กับเครื่องหมายการค้าอักษรไทยคำว่า "คาร์โปร" และ "คาร์โปร คาร์วอช แชมพู" โจทก์ได้จัดทำเอกสารแนะนำสินค้าและบริการของโจทก์ หนึ่งในสินค้าที่แนะนำมีสินค้าทำความสะอาดรถยนต์ "คาร์โปร" รวมอยู่ด้วย และโจทก์ได้ขอรับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายชื่อว่า "คาร์โปร คาร์วอช แชมพู" (CARPRO CARWASH SHAMPOO) วัตถุอันตรายชนิดที่ 3 (SODIUM AURYL SULFATE) ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดรถยนต์ชนิดของเหลว และได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข จำเลยทั้งสองทราบดีว่าเครื่องหมายการค้าของโจทก์เป็นเครื่องหมายการค้าที่สาธารณชนรู้จักแพร่หลายมานาน จำเลยทั้งสองจึงแสวงหาประโยชน์จากชื่อเสียงและความแพร่หลายของเครื่องหมายการค้าโจทก์โดยไม่สุจริต ลวงขายสินค้าทำความสะอาดรถยนต์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย กล่าวคือ จำเลยทั้งสองอ้างว่าเป็นผู้ผลิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ครีมขัดเงารถยนต์ และน้ำยาทำความสะอาดรถยนต์ชนิดต่างๆ ภายใต้เครื่องหมาย CARPRO เป็นสินค้าที่จำเลยทั้งสองเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น แท้ที่จริงแล้วเป็นเครื่องหมายการค้าของโจทก์ และนายชาญวิทย์ อัศวชนะการ ซึ่งเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่แท้จริงได้ใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวกับสินค้าจำพวก 3 ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มานานแล้ว จำเลยทั้งสองทราบเป็นอย่างดี แต่จำเลยทั้งสองได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า CARPRO อ่านว่า "คาร์โปร" ซึ่งมีเสียงเรียกขานของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวตรงกับเสียงเรียกขานของเครื่องหมายการค้า "คาร์โปร" ของโจทก์ ซึ่งมีคำว่า "คาร์โปร" เป็นภาคส่วนสำคัญของเครื่องหมายการค้าไปจดทะเบียนตามคำขอเลขที่ 447080 ทะเบียนเลขที่ ค 149113 และเป็นสินค้าจำพวก 3 เช่นเดียวกัน เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต เพื่อทำให้สาธารณชนสับสนหลงผิดในสินค้า มีเจตนาแย่งขายสินค้าของโจทก์ ทั้งที่สินค้าของจำเลยทั้งสองยังมิได้ผลิตและจำหน่าย และได้ให้ทนายความมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ยุติการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดรถยนต์ คาร์โปร์ ทำให้โจทก์ขาดรายได้และเสียหายเป็นอย่างมาก ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามคำขอเลขที่ 447080 ทะเบียนเลขที่ ค 149113 และห้ามจำเลยทั้งสองใช้ เข้าเกี่ยวข้องกับเครื่องหมายการค้าคำว่า "คาร์โปร" จำเลยที่ 1 ให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าของเครื่องหมายการค้าอักษรไทยคำว่า "คาร์โปร" และ "คาร์โปร คาร์วอช แชมพู" โจทก์ไม่ได้ใช้คำว่า "คาร์โปร" ก่อนจำเลยที่ 1 ที่โจทก์อ้างว่าได้ใช้คำว่า "คาร์โปร" มาตั้งแต่ปี 2540 นั้น ความจริงแล้วจำเลยที่ 1 ได้ทดสอบและวิจัยการตลาดมาตั้งแต่ปี 2535 เนื่องจากจำเลยที่ 1 ได้ดำเนินธุรกิจนี้มาตั้งแต่ปี 2534 ก่อนที่โจทก์จะได้ก่อตั้งบริษัทในปี 2536 โจทก์จึงไม่มีสิทธิดีกว่าจำเลยที่ 1 คำว่า "Carpro" จำเลยได้คิดค้นมาจากคำว่า "Car" (อ่านว่า คาร์ แปลว่า รถยนต์) ส่วนคำว่า "pro" มาจากคำว่า "Professional" (อ่านว่า โปรเฟสชั่นแนล แปลว่า อย่างมืออาชีพ) เมื่อนำคำทั้งสองมาใช้ร่วมกันเป็นคำว่า "Car pro" อาจแปลได้ว่า มืออาชีพเรื่องรถยนต์ แต่ที่ปรึกษากฎหมายของจำเลยที่ 1 แนะนำว่า หากนำมาใช้กับสินค้าจำพวก 3 สินค้าที่ใช้ทำความสะอาดรถยนต์ อาจไม่ได้รับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า จึงควรเขียนคำว่า Car" และ Pro ให้ชิดติดกัน เพื่อให้เป็นคำที่ไม่มีความหมายและควรนำรูปประดิษฐ์มาประกอบกับคำว่า "Carpro" เพื่อทำให้เกิดลักษณะบ่งเฉพาะของเครื่องหมายการค้ามากขึ้น ซึ่งจะทำให้มีโอกาสได้รับการจดทะเบียนสูงขึ้น ต่อมาเมื่อปี 2536 จำเลยที่ 1 ทราบว่ามีการเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า KARPRO คำขอเลขที่ 127913 ทะเบียนเลขที่ 82558 ซึ่งจดทะเบียนในสินค้าจำพวก 1 กับสินค้าทั้งจำพวกประเภทสารเคมี จำเลยที่ 1 จึงทดลองใช้เครื่องหมายการค้า Carpro ให้ท้องตลาดอย่างต่อเนื่อง และได้ยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า Carpro ในสินค้าจำพวกที่ 3 และได้รับการจดทะเบียน ที่โจทก์กล่าวอ้างว่า ได้ใช้คำว่า "คาร์โปร" มาตั้งแต่ปี 2540 นั้น ไม่ปรากฏว่ามีการจำหน่ายสินค้าในท้องตลาดมาก่อนหากมีการใช้จริงก็จะเป็นการใช้ในวงการค้าขนาดเล็กไม่อาจเป็นหลักฐานในการเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าได้ ส่วนการที่โจทก์ได้ขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายก็เป็นเหตุการณ์ภายหลังจากที่จำเลยที่ 1
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5324/2549 · ทนอย Thanoy