ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2557

ฎีกาที่ 5371/2557

หลักกฎหมาย

บทบัญญัติตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 78 วรรคสอง เป็นข้อสันนิษฐานในคดีอาญาเพื่อให้ผู้ขับรถเข้าแสดงตนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือแสดงความบริสุทธิ์ จึงไม่ใช่ข้อสันนิษฐานเด็ดขาด คู่ความมีสิทธินำพยานหลักฐานเข้าสืบเพื่อหักล้างได้ คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า ล. ลูกจ้างของจำเลยขับรถโดยประมาทปราศจากความระมัดระวังชนรถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยได้รับความเสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธว่า เหตุคดีนี้เกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของ ช. ผู้ขับรถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัย เป็นกรณีที่โจทก์อ้างว่า ล. ทำละเมิดตาม ป.พ.พ. มาตรา 420 และจำเลยให้การปฏิเสธว่า ล. ไม่ได้จงใจหรือประมาทเลินเล่อ โจทก์จึงมีหน้าที่นำสืบว่า ล. เป็นฝ่ายประมาทเลินเล่อเพราะโจทก์เป็นผู้กล่าวอ้างข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 84 (ซึ่งใช้บังคับในขณะนั้น) โจทก์จึงไม่ได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานตามมาตรา 84 (2) ทั้งโจทก์บรรยายฟ้องขอให้จำเลยรับผิดตาม ป.พ.พ. มาตรา 420 กรณีจึงไม่ต้องด้วยบทบัญญัติ มาตรา 437

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 205,000 บาท (ที่ถูก 202,500 บาท) แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 200,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจำเลยจะชำระให้แก่โจทก์เสร็จสิ้น จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า โจทก์เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์เก๋ง หมายเลขทะเบียน 6 ฬ - 5840 กรุงเทพมหานคร ไว้จากนายชินและบริษัทสยามพาณิชย์ลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับประโยชน์ ระยะเวลาคุ้มครอง 1 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน 2543 ถึงวันที่ 27 กันยายน 2544 ประเภทชดใช้ค่าเสียหายโดยสิ้นเชิง จำเลยเป็นเจ้าของผู้ครอบครองและเป็นผู้ประกอบการขนส่งรถบรรทุก หมายเลขทะเบียน 81 - 2305 นนทบุรี โดยเป็นนายจ้างของนายเล็ก ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง ซึ่งเป็นผู้ขับรถบรรทุกคันเกิดเหตุไปในทางการที่จ้างและตามคำสั่งของจำเลย ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง นายชินขับรถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยเฉี่ยวชนกับรถบรรทุกที่นายเล็กขับบริเวณสี่แยก เป็นเหตุให้รถทั้งสองคันได้รับความเสียหายและนายชินถึงแก่ความตาย มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อแรกว่า ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 78 วรรคสอง ที่บัญญัติว่า "ในกรณีที่ผู้ขับขี่หรือผู้ขี่หรือควบคุมสัตว์หลบหนีไปหรือไม่แสดงตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สถานที่เกิดเหตุให้สันนิษฐานว่า เป็นผู้กระทำความผิด และให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจยึดรถคันที่ผู้ขับขี่หลบหนีหรือไม่แสดงตนว่าเป็นผู้ขับขี่ จนกว่าคดีถึงที่สุดหรือได้ตัวผู้ขับขี่ เป็นข้อสันนิษฐานทางกฎหมายที่ใช้เฉพาะกับนายเล็กผู้ขับหรือควบคุมรถบรรทุกสิบล้อคันเกิดเหตุหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า เป็นเรื่องเฉพาะตัวของนายเล็กผู้ขับรถบรรทุกสิบล้อไม่มีผลผูกพันจำเลยหรือบุคคลภายนอกซึ่งมิได้เป็นผู้ขับรถยนต์ขณะเกิดเหตุ ทั้งข้อเท็จจริงในคดีนี้ก็ไม่อยู่ภายในบังคับของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 437 นั้น เห็นว่า บทบัญญัติตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกดังกล่าวเป็นข้อสันนิษฐานในคดีอาญาเพื่อให้ผู้ขับรถเข้าแสดงตนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือแสดงความบริสุทธิ์ จึงไม่ใช่ข้อสันนิษฐานเด็ดขาด คู่ความมีสิทธินำพยานหลักฐานเข้าสืบเพื่อหักล้างได้ ทั้งในคดีนี้โจทก์ฟ้องว่า นายเล็กลูกจ้างของจำเลยขับรถโดยประมาทปราศจากความระมัดระวังชนรถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยไว้ได้รับความเสียหาย ส่วนจำเลยให้การปฏิเสธว่า เหตุคดีนี้เกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของนายชิน ผู้ขับรถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยไว้ เป็นกรณีที่โจทก์อ้างว่า นายเล็กทำละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 และจำเลยให้การปฏิเสธว่า นายเล็กไม่ได้จงใจหรือประมาทเลินเล่อ โจทก์จึงมีหน้าที่นำสืบว่า นายเล็กเป็นฝ่ายประมาทเลินเล่อเพราะโจทก์เป็นผู้กล่าวอ้างข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 84 (ซึ่งใช้บังคับในขณะนั้น) โจทก์จึงไม่ได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานตามมาตรา 84 (2) ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย ทั้งโจทก์บรรยายฟ้องขอให้จำเลยรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 กรณีจึงไม่ต้องด้วยบทบัญญัติ มาตรา 437 ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อต่อไปว่า เหตุละเมิดเกิดจากความประมาทเลินเล่อของนายชินหรือนายเล็ก ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า สี่แยกที่เกิดเหตุมีระบบสัญญาณจราจรไฟอัตโนมัติที่ถูกตั้งระบบอัตโนมัติให้ปรับเปลี่ยนสัญญาณไฟเพื่อให้รถด้านหนึ่งหยุดรถเมื่อได้รับสัญญาณจราจรไฟสีแดง และให้รถอีกด้านหนึ่งแล่นผ่านสี่แยกไปได้ เมื่อได้รับสัญญาณจราจรไฟสีเขียว เมื่อพิจารณาแผนที่สังเขปแสดงสถานที่เกิดเหตุระบุว่า จุดที่รถยนต์ทั้งสองคันชนกันอยู่เลยจากสี่แยกประมาณ 1 เมตร เนื่องจากพบจุดเริ่มของรอยห้ามล้อรถยนต์เก๋งครูดผิวถนนในช่องเดินรถที่สอง และรอยห้ามล้อรถบรรทุกของนายเล็กจากช่องเดินรถที่หนึ่งติดขอบทางเท้าเฉียงไปด้านขวาผ่านช่องเดินรถที่สองตัดรอยห้ามล้อรถยนต์เก๋งครูดผิวถนนไปหยุดในช่องเดินรถที่สาม ตามแผนที่สังเขปแสดงสถานที่เกิดเหตุรถยนต์ของนายชินเพิ่งเลี้ยวเข้าถนนพระราม 9 ตัดใหม่ มาได้เพียง 1 เมตร ส่วนรถบรรทุกที่นายเล็กขับผ่านเลยสี่แยกมาถึงจุดเฉี่ยวชนของรถทั้งสองบริเวณทางข้ามม้าลาย 1 เมตร จึงสอดคล้องกับคำเบิกความของนายวันชัยว่า นายชินขับรถตัดหน้ารถบรรทุกที่นายเล็กขับ เมื่อปรากฏว่าบริเวณสี่แยกที่เกิดเหตุเป็นย่านที่มีรถยนต์แล่นพลุกพล่าน แม้ขณะเกิดเหตุเป็นเวลา 24 นาฬิกา หากนายเล็กขับรถฝ่าฝืนสัญญาณจราจรไฟสีแดงเข้าสี่แยกมาก็จะต้องเฉี่ยวชนกับรถยนต์คันอื่นที่แล่นออกจากถนนซอยเสรี 8 และเลี้ยวเข้าถนนพระราม 9 ตัดใหม่ ก่อนท
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5371/2557 · ทนอย Thanoy