ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2561

ฎีกาที่ 5379/2561

หลักกฎหมาย

พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องจำเลยในส่วนของคดีอาญาเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการฟ้องเรียกค่าเสียหายในทางแพ่ง แม้คณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวน 2 ชุด จะมีความเห็นแตกต่างกันเกี่ยวกับการกระทำของจำเลยว่าเป็นความผิดหรือไม่ ก็เป็นดุลยพินิจในการพิจารณาพยานหลักฐานเท่าที่คณะอนุกรรมการแต่ละชุดรวบรวมได้ แต่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกาฬสินธุ์และโจทก์ลงมติเป็นเอกฉันท์ว่าจำเลยบริจาคเงิน 5,000 บาท แก่ชุมชนจริงอันเป็นการฝ่าฝืนต่อ พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 57 (2) เมื่อโจทก์มีคำสั่งให้เลือกตั้งสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ อำเภอกุฉินารายณ์ เขตเลือกตั้งที่ 2 ใหม่ และมีการจัดให้มีการเลือกตั้งตามคำสั่งดังกล่าวแล้ว โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายในการจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่จากจำเลยได้ โดยไม่จำต้องคำนึงว่าจำเลยจะได้รับโทษทางอาญาด้วยหรือไม่

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 537,525 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 537,525 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 537,525 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 25 ธันวาคม 2556) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ยกคำขอให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความแทนโจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติว่า ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ประกาศให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ อำเภอกุฉินารายณ์ เขตเลือกตั้งที่ 2 ในวันที่ 14 มีนาคม 2547 และผลการรวมคะแนนเลือกตั้งปรากฏว่าจำเลยได้รับคะแนนเลือกตั้งสูงสุด แต่มีผู้ร้องเรียนว่า เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2546 จำเลยกระทำการเพื่อจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ลงคะแนนเลือกตั้งแก่จำเลย โจทก์พิจารณารายงานการสืบสวนของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ตลอดจนพยานหลักฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องประกอบกันแล้ว มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า จำเลยกระทำการตามที่ถูกร้องเรียน อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 และมีมติเป็นเอกฉันท์สั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยเป็นเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่มีคำสั่ง และให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ อำเภอกุฉินารายณ์ เขตเลือกตั้งที่ 2 ใหม่ รวมทั้งดำเนินคดีอาญาแก่จำเลย องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2547 มีค่าใช้จ่ายในการจัดการเลือกตั้งใหม่เป็นเงิน 537,525 บาท ในส่วนคดีอาญาพนักงานอัยการจังหวัดกาฬสินธุ์มีคำสั่งไม่ฟ้องจำเลยเนื่องจากพยานหลักฐานไม่พอฟ้อง องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์มีหนังสือแจ้งให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายในการจัดการเลือกตั้งใหม่ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือ จำเลยได้รับหนังสือแล้วเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2556 แต่ไม่ชำระ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ จำเลยฎีกาว่า คณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวนชุดหลังที่โจทก์แต่งตั้งมาจากผู้ใต้บังคับบัญชาของโจทก์เอง โจทก์ย่อมชี้นำได้โดยการให้คุณให้โทษแก่คณะอนุกรรมการชุดหลังได้ ย่อมไม่มีความเป็นกลางหรือไม่เที่ยงธรรม ส่วนคณะอนุกรรมการสืบสวนชุดแรกเป็นบุคคลภายนอกไม่มีส่วนได้เสียกับผู้ใดให้ความเห็นว่า จำเลยไม่มีความผิด ให้ยุติเรื่อง ถือว่าโจทก์มีพยาน 2 ชุด ให้การแตกต่างกันในสาระสำคัญ ย่อมมีพิรุธสงสัย ต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้เป็นคุณแก่จำเลย แม้กระทั่งพนักงานอัยการได้พิจารณาอีกชั้นหนึ่งแล้ว มีคำสั่งไม่ฟ้องจำเลย เมื่อจำเลยไม่ได้มอบเงิน 5,000 บาท แก่คณะกรรมการจัดงานประจำปีเจ้าปู่สามขา โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง เห็นว่า พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องจำเลยในส่วนของคดีอาญาเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการฟ้องเรียกค่าเสียหายในทางแพ่ง แม้คณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวน 2 ชุด จะมีความเห็นแตกต่างกัน ก็เป็นดุลยพินิจในการพิจารณาจากพยานหลักฐานเท่าที่คณะอนุกรรมการแต่ละชุดรวบรวมได้ แต่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกาฬสินธุ์และโจทก์ลงมติเป็นเอกฉันท์ว่าจำเลยกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 57 (2) เมื่อโจทก์มีคำสั่งให้เลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ อำเภอกุฉินารายณ์ เขตเลือกตั้งที่ 2 ใหม่ และมีการจัดให้มีการเลือกตั้งตามคำสั่งดังกล่าวแล้ว โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายในการจัดให้มีการการเลือกตั้งใหม่จากจำเลยได้ โดยไม่จำต้องคำนึงว่าจำเลยได้รับโทษทางอาญาด้วยหรือไม่ คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 4 ชอบด้วยเหตุผลแล้ว ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยประการต่อไปมีว่า จำเลยต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายในการจัดการเลือกตั้งใหม่หรือไม่ จำเลยฎีกาว่า จำเลยไม่ได้มอบเงิน 5,000 บาท แก่คณะกรรมการจัดงานประจำปีเจ้าปู่สามขา พยานจำเลยเป็นประจักษ์พยานโดยตรงมีน้ำหนักน่าเชื่อถือมากกว่าพยานโจทก์ซึ่งเป็นพยานบอกเล่า เห็นว่า โจทก์มีนายเฉลิม ผู้ไปร่วมงานเป็นประจักษ์พยานเบิกความยืนยันว่า มีผู้บริจาคเงิน 2 คน คือ นายประเสริฐและจำเลย และมีนายสุปัน ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 11 กับนายประมวล สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลสามขา เบิกความสนับสนุน ซึ่งทั้งสองคนเป็นกรรมการจัดงานและอยู่ในงานนั้นด้วยยืนยันว่า ได้ยินเสียงพิธีกรประกาศว่า นายประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์บริจาคเงิน 15,000 บาท และจำเลยบริจาคเงิน 5,000 บาท โดยมีนางสมภาร
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5379/2561 · ทนอย Thanoy