คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2540
ฎีกาที่ 5395/2540
หลักกฎหมาย
หน้าที่ของคณะกรรมการเปิดซองประกวดราคาเป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ คือต้องตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เสนอราคา แคตตาล็อก หรือแบบรูปและรายละเอียดของพัสดุที่เสนอขึ้นไป และคัดเลือกพัสดุซึ่งเสนอขึ้นไปนั้นให้ถูกต้องตรงกับที่กำหนดไว้ การที่จำเลยที่ 1 ที่ 2ตรวจคุณลักษณะของสมุดตัวอย่างที่ร้านพัฒนาพานิชเสนอขายแต่เพียงใช้มือจับและตาดูเท่านั้น แม้จำเลยที่ 1 ที่ 2จะไม่มีความรู้ในเรื่องคุณลักษณะของเนื้อในของสมุดที่ต้องตรวจคุณลักษณะก็ตาม แต่เมื่อจำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้รับการ แต่งตั้ง มอบหมายให้เป็นกรรมการเปิดซองประกวดราคาจำเลยที่ 1 ที่ 2 จะต้องศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย เมื่อจำเลยที่ 1 ที่ 2 ไม่ขวนขวายดำเนินการศึกษางานในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย เพียงแต่ตรวจคุณลักษณะเนื้อใน ของสมุดโดยการจับด้วยมือและดูด้วยตาเท่านั้นยังไม่เพียงพอและเมื่อปรากฏว่าสมุดที่ร้าน พ. เสนอขายไม่ใช่ขนาดตามที่กำหนดไว้ เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายจึงถือว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้กระทำโดยประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยที่ 3 เป็นเจ้าหน้าที่แผนกพัสดุ จำเลยที่ 4 เป็นหัวหน้าแผนกพัสดุ และเป็นผู้เห็นชอบให้ซื้อสมุดที่จำเลยที่ 1ที่ 2 เสนอมา ซึ่งตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย การ พัสดุพ.ศ. 2524 ข้อ 22 ได้กำหนดหน้าที่ของเจ้าหน้าที่พัสดุ ไว้ ว่าก่อนดำเนินการซื้อหรือจ้างทุกวิธีนอกจากการซื้อที่ดินตามข้อ 23 ให้เจ้าหน้าที่พัสดุทำรายงานเสนอหัวหน้าส่วนราชการดังต่อไปนี้ (1) เหตุผลและความจำเป็นที่ต้องซื้อหรือจ้าง(2) รายละเอียดของพัสดุที่จะซื้อหรือจ้างและตามข้อ 42(4)กำหนดว่า เมื่อได้ดำเนินการไปแล้วได้ผลประการใดให้เสนอความเห็นพร้อมด้วยเอกสารที่ได้รับไว้ทั้งหมดต่อหัวหน้า ส่วนราชการเพื่อสั่งการโดยเสนอผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ ดังนี้ เมื่อจำเลยที่ 3 ที่ 4 เป็นเจ้าหน้าที่โดยตรง ที่จะต้องตรวจสอบคุณสมบัติของพัสดุที่จะซื้อ แต่จำเลยที่ 3 ที่ 4 ปล่อยปละละเลยไม่ตรวจสอบคุณลักษณะของกระดาษที่จัดซื้อ เป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่อ เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับ ความเสียหายเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์เช่นกัน จำเลยที่ 5 ผู้ช่วยผู้อำนวยการการประถมศึกษาจังหวัดจำเลยที่ 6 ผู้อำนวยการการประถมศึกษาจังหวัด จำเลยที่ 7รองผู้ว่าราชการจังหวัด และจำเลยที่ 8 ผู้ว่าราชการจังหวัดมีหน้าที่เพียงแต่เสนอความเห็นตามลำดับชั้นว่าควรจัดซื้อพัสดุหรือไม่ โดยไม่มีหน้าที่ตรวจสอบคุณลักษณะเนื้อในของสมุดดังกล่าว การที่จำเลยที่ 8 เป็นผู้อนุมัติให้จัดซื้อ ซึ่งหากไม่มีการเสนอความเห็นตามขั้นตอนจากคณะกรรมการรับซองคณะกรรมการเปิดซองและตรวจรับพัสดุแล้ว จำเลยที่ 8 ก็ไม่อาจสั่งการจัดซื้อได้เพราะไม่ผ่านขั้นตอนในการจัดซื้อตามระเบียบของสำนักนายกรัฐมนตรี ส่วนจำเลยที่ 7 เมื่อจำเลยที่ 8อนุมัติให้จัดซื้อเพียงแต่ลงลายมือชื่อในสัญญาซื้อขายในฐานะผู้ซื้อเท่านั้นเอง ดังนี้ จำเลยที่ 5 ถึงที่ 8จึงไม่ได้กระทำโดยประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้โจทก์เสียหายไม่เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยที่ 3 เป็นเจ้าหน้าที่พัสดุ จำเลยที่ 4 เป็นหัวหน้าแผนกพัสดุมีหน้าที่ในการตรวจสอบคุณลักษณะของสมุดที่จัดซื้อตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2524ข้อ 22 ซึ่งกำหนดให้เจ้าหน้าที่พัสดุทำรายงานเสนอหัวหน้าส่วนราชการเกี่ยวกับเหตุผลและความจำเป็นที่จะต้องซื้อหรือจ้าง รายละเอียดของพัสดุที่จะซื้อหรือจ้างและตามข้อ 42(4) ให้คณะกรรมการเปิดซองหรือกรรมการจัดซื้อเสนอความเห็นผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ ดังนั้นเจ้าหน้าที่แผนกพัสดุจึงมีหน้าที่โดยตรงในการตรวจสอบคุณลักษณะของ สมุดที่จัดซื้อ จำเลยที่ 3 ที่ 4 จะอ้างว่าไม่มีความรู้ในเรื่องนั้นหาได้ไม่ เมื่อจำเลยที่ 3 ที่ 4 กระทำให้โจทก์เสียหายจึงต้องรับผิดพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5ของเงินค่าเสียหายดังกล่าวนับตั้งแต่วันที่จำเลยที่ 3ทำบันทึกเสนอจำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นวันทำละเมิด จำเลยที่ 5 ที่ 6 เป็นผู้เสนอความเห็นตามที่จำเลยที่ 3ที่ 4 เสนอผ่านมาเท่านั้น ไม่มีหน้าที่โดยตรงในการตรวจสอบคุณลักษณะของกระดาษ และได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้วไม่ได้ประมาทเลินเล่อแต่ประการใด จึงไม่เป็นการละเมิด แม้สัญญาซื้อขายฉบับพิพาทไม่ได้ระบุรายละเอียดคุณลักษณะของกระดาษที่จัดซื้อว่ามีขนาด 60 แกรม อาจเป็นเหตุให้โจทก์ฟ้องผู้ขายไม่ได้เมื่อปรากฏว่าจำเลยผู้ทำสัญญาได้ระบุไว้ในสัญญาไว้แล้วว่า ผู้ขายยอมรับว่าสิ่งของที่ขายให้ตามสัญญานี้มีคุณภาพไม่ต่ำกว่าที่กำหนดไว้ตามตัวอย่าง ซึ่งเป็นตัวอย่างของผู้ขายที่จำเลยที่ 8 ผู้ว่าราชการจังหวัดได้อนุมัติให้จัดซื้อแล้ว ดังนี้ จำเลยผู้ทำสัญญาซื้อขาย ฉบับพิพาทจึงไม่ได้ทำละเมิดต่อโจทก์ เพราะทำตามคำสั่งอนุมัติของจำเลยที่ 8 แล้ว การที่จำเลยที่ 3 ถึงที่ 6 ไม่รายงานการที่ผู้ขายนำสมุดไปส่งตามสำนักงานการประถมศึกษาอำเภอต่าง ๆ ล่าช้าอันเป็นการผิดสัญญาทำให้จังหวัดไม่ได้ปรับผู้ขายนั้น แม้ตามสัญญาซื้อขายจะระบุให้ผู้ขายนำสมุดไปส่งมอบ ณ ที่ทำการการประถมศึกษาประจำอำเภอต่าง ๆ แต่เมื่อปรากฏว่ามีข้อขัดข้องคือทางแผนกศึกษานิเทศไม่ได้กำหนดว่าอำเภอใดจะได้จำนวนกี่เล่ม และคณะกรรมการตรวจรับสมุดดินสอก็ไม่ได้แต่งตั้ง การที่ จำเลยที่ 3 ตรวจรับสมุด ณ ที่ทำการประถมศึกษาจังหวัดเพราะเชื่อโดยสุจริตว่าเป็นการรับมอบสมุดไว้แทนอำเภอต่าง ๆซึ่งต่อมาทางอำเภอต่าง ๆ ได้ตรวจรับถูกต้องแล้ว การกระทำของจำเลยที่ 3 ถึงที่ 6 ไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์ จังหวัดได้ส่งสำนวนการสอบสวนหาตัวผู้รับผิดในทางแพ่งให้สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติโจทก์โดยเลขานุการกรมโจทก์รับไว้เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2529ทางสำนักงานเลขานุการกรมส่งเรื่องทั้งหมดไปให้งานนิติการโจทก์ เพื่อทำการตรวจสำนวน งานนิติการรับเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2529 งานนิติการได้สรุปสำนวนและเสนอความเห็นมายัง รองเลขาธิการโจทก์เมื่อเดือนตุลาคม 2529 นอกจากนี้ยังได้ ขอทราบราคากระดาษว่าต่างกันอย่างไร ต่อมาได้ส่งเรื่องไป กรมบัญชีกลางเพื่อทราบค่าเสียหาย ในที่สุดได้เสนอเรื่อง ไปยังเลขาธิการโจทก์เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2530 ดังนี้ เมื่อสำนวนการสอบสวนมาถึงสำนักงานโจทก์ครั้งแรก ไม่ได้นำเสนอ เลขาธิการโจทก์ในทันทีเพราะมีขั้นตอนในการปฏิบัติงานอีกมากมาย แต่เพิ่งเสนอเป็นครั้งแรกในวันที่ 19 พฤษภาคม 2530 เมื่อนับถึงวันฟ้องไม่เกิน 1 ปี คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลโดยเป็นส่วนราชการของกระทรวงศึกษาธิการ มีนายสมชัย วุฑฒิปรีชา เป็นเลขาธิการผู้แทนโจทก์นายสมชัยมอบอำนาจให้นายสัมฤทธิ์ ลำเจียกรองเลขาธิการรับผิดชอบปฏิบัติราชการของงานนิติการ มีอำนาจปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการในการดำเนินคดีแพ่ง จำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 เป็นข้าราชการของโจทก์สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดนครศรีธรรมราชจำเลยที่ 7 รับราชการตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชจำเลยที่ 8 รับราชการตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชและได้รับมอบอำนาจจากโจทก์ให้มีอำนาจดำเนินการแทนโจทก์ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุและเป็นหัวหน้าบังคับบัญชาข้าราชการฝ่ายบริหารส่วนภูมิภาคในเขตจังหวัดและรับผิดชอบราชการในจังหวัดและอำเภอเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2524โจทก์ได้จัดสรรเงินงบประมาณหมวดรายจ่ายอื่นปีงบประมาณ 2524ให้จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นเงิน 1,828,848 บาท เพื่อจัดซื้อสมุดและดินสอแจกนักเรียนยากจนในโรงเรียนประถมศึกษาในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยให้ซื้อสมุดและดินสอตามลักษณะที่กำหนด ต่อมาวันที่ 19 มิถุนายน 2524จำเลยที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 และที่ 6 ได้ร่วมกันทำบันทึกเสนอจำเลยที่ 8ในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อขออนุมัติจัดซื้อเครื่องเขียนตามชนิดและขนาดดังกล่าวโดยวิธีประกวดราคาและขอแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการประกวดราคารวม 9 คน กับขอให้จังหวัดประกาศเรียกประกวดราคา จำเลยที่ 8 ได้อนุมัติให้ดำเนินการและมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการ 3 ชุด คือ คณะกรรมการรับซองประกวดราคาคณะกรรมการเปิดซองประกวดราคา ประกอบด้วยจำเลยที่ 1 ที่ 2และนายประนม ศรีเจริญ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ กับออกประกาศจังหวัดนครศรีธรรมราช เรื่องเรียกประกวดราคาจัดซื้อเครื่องเขียนสำหรับแจกเด็กนักเรียนโดยมีข้อกำหนดสำคัญดังกล่าวข้างต้นโดยให้ผู้ยื่นซองประกวดราคายื่นใบเสนอราคาพร้อมหลักฐานและตัวอย่างสิ่งของต่อคณะกรรมการรับซอง ภายในวันที่ 21 กรกฎาคม 2524มีผู้ยื่นซองประกวดราคา 3 ราย โดยผู้ยื่นซองประกวดราคาทั้ง 3 รายได้มอบเอกสารหลักฐานรวมทั้งสมุดตัวอย่างให้คณะกรรมการรับซองประกวดราคาคณะกรรมการรับซองรับเอกสารทั้งหมดและมอบให้คณะกรรมการเปิดซองประกวดราคาเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เสนอราคาว่าเป็นไปตามเงื่อนไขในใบแจ้งการประกวดราคาหรือไม่ เพื่อเสนอความเห็นต่อจำเลยที่ 8 สั่งการ วันที่ 21 กรกฎาคม 2524 จำเลยที่ 1 และที่ 2 ซึ่งเป็นคณะกรรมการเปิดซองประกวดราคาได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ด้วยความจงใจหรือประมาทเลินเล่อ กล่าวคือจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ตรวจดูให้ดีว่า เนื้อกระดาษในสมุดตัวอย่างที่ร้านพัฒนาพานิช โดยนายสืบ โฉมทอง แนบมาพร้อมซองประกวดราคานั้นมีคุณลักษณะใช้กระดาษฟอกขาว ชนิด 60 แกรม ตามที่ระบุไว้ในประกาศหรือไม่ และด้วยความประมาทเลินเล่อจำเลยที่ 1 และที่ 2ร่วมกันตรวจรับสมุดตัวอย่างของร้านพัฒนาพานิชไว้และเนื่องจากร้านพัฒนาพานิชเสนอราคาต่ำสุดเป็นเงิน 1,687,495.99 บาทจำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงเสนอความเห็นควรพิจารณาจัดซื้อเครื่องเขียนจากร้านพัฒนาพานิชพร้อมเอกสารทั้งหมด ผ่านจำเลยที่ 3ที่ 4 ที่ 5 และที่ 6 เพื่อเสนอต่อจำเลยที่ 8 อนุมัติ และในวันเดียวกันจำเลยที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 8 ได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ด้วยความจงใจหรือประมาทเลินเล่อโดยจำเลยที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 และที่ 6 เมื่อได้รับความเห็นและเอกสารจากจำเลยที่ 1 และที่ 2 แล้วร่วมกันทำบันทึกเสนอจำเลยที่ 8 ว่าควรอนุมัติให้จัดซื้อสมุดและดินสอจากร้านพัฒนาพานิช โดยไม่ตรวจดูให้ดีว่าเนื้อในกระดาษสมุดตัวอย่างที่ร้านพัฒนาพานิชแนบมานั้นมีคุณลักษณะใช้กระดาษฟอกขาวชนิด 60 แกรม หรือไม่และจำเลยที่ 8 เมื่อได้รับความเห็นและเอกสารทั้งหมดแล้ว ก็ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความจงใจหรือประมาทเลินเล่อเช่นกัน โดยไม่ตรวจดูให้ดีว่าเนื้อในกระดาษสมุดตัวอย่างที่ร้านพัฒนาพานิชแนบมานั้นมีคุณลักษณะใช้กระดาษฟอกขาวชนิด 60 แกรม หรือไม่ จำเลยที่ 8 ได้อนุมัติให้จัดซื้อสมุดและดินสอจากร้านพัฒนาพานิช ต่อมาวันที่ 15สิงหาคม 2524 ถึงวันที่ 20 สิงหาคม 2524 จำเลยที่ 3 ที่ 4 ที่ 5และที่ 6 ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ด้วยความจงใจหรือประมาทเลินเล่อกล่าวคือ จำเลยที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 และที่ 6 ร่วมกันจัดทำสัญญาซื้อขายเครื่องเขียนประเภท สมุดและดินสอดำ ระหว่างจังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้ซื้อ กับนายสืบ โฉมทอง ร้านพัฒนาพานิชผู้ขาย โดยสัญญาระบุว่า ผู้ซื้อตกลงซื้อ และผู้ขายตกลงขายเครื่องเขียนประเภทสมุดและดินสอ สมุด ชนิด 20 แผ่น 601,927 เล่มสมุดชนิด 40 แผ่น 210,672 เล่ม และดินสอดำ เอช บี 481,542 แท่งจำนวน 3 รายการ ราคารวม 1,687,495.99 บาท โดยไม่ระบุข้อความรายละเอียดของคุณลักษณะเนื้อในกระดาษสมุดที่ต้องการซื้อและไม่ปฏิบัติเกี่ยวกับการทำสัญญาซื้อขายตามข้อ 5 ท้ายระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง