คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2538
ฎีกาที่ 5398/2538
หลักกฎหมาย
ตามคำฟ้องของโจทก์มิได้บรรยายให้จำเลยรับผิดตามสัญญาฝากทรัพย์ฟ้องโจทก์มีแต่เรื่องละเมิดเรื่องฝากทรัพย์จึงไม่เป็นประเด็นแห่งคดีศาลจะพิพากษาให้บังคับชำระหนี้ตามสัญญาฝากทรัพย์ไม่ได้และเรื่องฝากทรัพย์มิใช่เป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา225การที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกเรื่องสัญญาฝากทรัพย์ขึ้นวินิจฉัยนั้นจึงเป็นการไม่ชอบแต่พยานหลักฐานในสำนวนเพียงพอแก่การวินิจฉัยคดีศาลฎีกาจึงเห็นควรพิจารณาพิพากษาคดีไปโดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาคดีใหม่ จำเลยที่1เป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจำเลยที่2ที่3และที่4เป็นเจ้าหน้าที่แต่งกายเช่นเดียวกับจำเลยที่1ยืนเก็บบัตรจอดรถและปล่อยรถยนต์ออกจากอาคารจอดรถจำเลยที่5เป็นเจ้าของอาคารจอดรถอาคารจอดรถของจำเลยที่5มีทางเข้า1ทางทางออก1ทางปากทางมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยืนอยู่ที่คอกกั้นคอยเก็บเงิน5บาทพร้อมกับออกบัตรค่าเช่าที่จอดรถราคา5บาทโดยจดทะเบียนรถไว้ในบัตรด้วยซึ่งที่ด้านหน้าบัตรตอนล่างมีข้อความว่าบริการรักษาความสะอาดและรักษาความปลอดภัยด้านหลังของบัตรมีข้อความว่า1.ผู้ขับขี่ต้องเก็บบัตรไว้กับตัวเพื่อป้องกันรถหาย2.กรุณาคืนบัตรทุกครั้งก่อนออกจากบริเวณที่จอดรถฯลฯ6.บัตรสูญหายหรือไม่นำมาแสดงบริษัทจะไม่อนุญาตให้นำรถออกจนกว่าจะหาหลักฐานมาแสดงจนเป็นที่พอใจและในที่จอดรถมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยืนเดินตรวจตราที่กำแพงบริเวณลานจอดรถก็มีคำเตือนว่ากรุณาอย่าลืมบัตรจอดรถเพราะรถยนต์อาจสูญหายสำหรับทางขาออกมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยืนอยู่ที่คอกกั้นคอยตรวจรับบัตรและปล่อยรถออกพฤติการณ์ดังกล่าวแม้จะปรากฏว่าผู้มาใช้บริการที่จอดรถจะเป็นผู้เลือกที่จอดรถเองดูแลปิดประตูรถและเก็บกุญแจรถไว้เองและที่บัตรค่าเช่าจอดรถด้านหลังจะมีข้อความว่าหากมีการสูญหายหรือเสียหายใดๆเกิดขึ้นทุกกรณีผู้ครอบครองต้องรับผิดชอบเองทุกประการก็ตามแต่ก็ย่อมจะทำให้ผู้ใช้บริการจอดรถโดยทั่วไปเข้าใจได้ว่าที่อาคารจอดรถของจำเลยที่5นี้มีบริการรักษาความเรียบร้อยความปลอดภัยสำหรับรถยนต์ที่จะนำรถเข้ามาจอดขณะมาติดต่อธุรกิจหรือซื้อสินค้าที่ห้างสรรพสินค้าของจำเลยที่5โดยรับดูแลความเรียบร้อยความปลอดภัยทั้งขณะที่รถจอดอยู่ในอาคารและขณะที่รถจะออกจากอาคารซึ่งผู้ที่มิใช่เจ้าของรถและถือบัตรค่าเช่าที่จอดรถจะลักลอบนำรถออกไปไม่ได้เพราะจะมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบก่อนทั้งนี้โดยที่ผู้ใช้บริการที่จอดรถจะต้องเสียเงิน5บาทเป็นค่าตอบแทนการกระทำดังกล่าวถือเป็นการกระทำก่อนๆของจำเลยทั้งห้าก่อให้เกิดหน้าที่แก่จำเลยทั้งห้าต้องดูแลรักษาความเรียบร้อยความปลอดภัยแก่รถยนต์ที่นำเข้ามาจอดจำเลยที่1มีหน้าที่รักษาความปลอดภัยเกี่ยวกับอาคารสถานที่ตลอดจนรถยนต์ที่เข้ามาจอดและความเรียบร้อยโดยทั่วไปไม่ปรากฏว่ามีหน้าที่โดยเฉพาะในการป้องกันการโจรกรรมรถยนต์และไม่ปรากฏว่าเหตุโจรกรรมรถยนต์ของโจทก์ได้เกิดต่อหน้าจำเลยที่1แล้วจำเลยที่1งดเว้นป้องกันการโจรกรรมรถยนต์นั้นการที่รถยนต์ของโจทก์ถูกลักไปจะถือว่าเกิดจากการที่จำเลยที่1งดเว้นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อป้องกันผลการโจรกรรมรถยนต์นั้นไม่ได้จำเลยที่1จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ฐานละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา420 จำเลยที่2ถึงที่4ยืนเก็บเงินออกบัตรจดทะเบียนรถลงในบัตรและตรวจบัตรขณะที่รถยนต์ออกจากลานจอดรถที่อยู่ที่คอกกั้นตรงทางเข้าออกลานจอดรถหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัยของจำเลยที่2ถึงที่4จึงเกี่ยวกับการป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่ใช่เจ้าของรถนำรถออกไปจากลานจอดรถหรือป้องกันการโจรกรรมรถยนต์โดยตรงซึ่งที่ลานจอดรถและที่ด้านหลังบัตรจอดรถมีข้อความว่าผู้ใช้บริการลานจอดรถจะต้องเก็บรักษาบัตรไว้เพื่อตรวจขณะจะนำรถออกจากลานจอดรถมิฉะนั้นบริษัทจะไม่ยอมให้นำรถออกไปจนกว่าจะหาหลักฐานอื่นมาแสดงยืนยันเมื่อทางเข้าออกลานจอดรถมีอยู่ทางเดียวหากจำเลยที่2ถึงที่4ซึ่งอยู่ที่คอกกั้นตรวจบัตรอย่างเคร่งครัดก็ยากที่รถยนต์ของโจทก์จะถูกลักไปได้การที่จำเลยที่2ถึงที่4ไม่ระมัดระวังตรวจบัตรจอดรถโดยเคร่งครัดอันเป็นการงดเว้นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อป้องกันการโจรกรรมรถยนต์เป็นผลโดยตรงทำให้รถยนต์ของโจทก์ถูกลักไปและเป็นการประมาทเลินเล่อจึงเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา420จำเลยที่2ถึงที่4ต้องรับผิดต่อโจทก์เมื่อจำเลยที่2ถึงที่4เป็นลูกจ้างของจำเลยที่5กระทำละเมิดในทางการที่จ้างของจำเลยที่5จำเลยที่5นายจ้างย่อมต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่2ถึงที่4ต่อโจทก์ด้วยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา425 คดีนี้ไม่ใช่เป็นคดีข้อหาฝากทรัพย์แต่เป็นคดีข้อหาละเมิดแม้ว่าจำเลยที่3ถึงที่5จะไม่ฎีกาในเรื่องจำนวนความเสียหายตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไว้ในฐานผิดสัญญาฝากทรัพย์ศาลฎีกาก็เห็นควรวินิจฉัยถึงความเสียหายของโจทก์ในฐานละเมิดตามที่ได้ยกขึ้นวินิจฉัยไว้แล้วต่อไปซึ่งค่าสินไหมทดแทนจะพึงใช้โดยสถานใดเพียงใดนั้นให้ศาลวินิจฉัยตามควรแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา438
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์กระบะ โจทก์ได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวเพื่อไปซื้อสินค้า ณ ศูนย์การค้าของจำเลยที่ 5เมื่อไปถึงทางเข้า เจ้าหน้าที่ซึ่งนั่งประจำอยู่ในคอกยามมีชื่อของจำเลยที่ 5 แสดงให้เห็นได้เรียกเก็บเงินจากโจทก์เป็นจำนวน5 บาท พร้อมกับจดหมายเลขทะเบียนรถลงในบัตรผ่านซึ่งมีสัญลักษณ์ของจำเลยที่ 5 ปรากฏอยู่อย่างชัดเจนและส่งมอบให้แก่โจทก์ยึดถือไว้เพื่อเข้าไปใช้ที่จอดรถยนต์ โจทก์นำรถยนต์ไปจอด เมื่อโจทก์กลับออกมาปรากฏว่ารถยนต์ของโจทก์ได้สูญหายไป ซึ่งในขณะนั้นมีจำเลยที่ 1ที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์และเป็นไปตามวัตถุประสงค์แห่งกิจการของจำเลยที่ 5 ในบริเวณอาคารส่วนนี้กล่าวคือ จำเลยที่ 1 เป็นผู้ดูแลรักษาความปลอดภัยอยู่ที่บริเวณที่จอดรถ และตรงทางออกมีจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 อยู่ร่วมกันตรวจบัตรผ่านของผู้ขับรถยนต์ที่ออกจากศูนย์การค้าของจำเลยที่ 5การที่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยให้แก่รถยนต์และทรัพย์สินของผู้มาซื้อสินค้าและบริการ แทนที่จะเดินตรวจตราไปมาในบริเวณที่ตนรับผิดชอบ กลับอยู่นิ่งเฉยเสียและปล่อยปละละเลย ทำให้คนร้ายมีเวลาเพียงพอในการนำรถยนต์ของโจทก์ออกจากที่จอดไปได้ จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ซึ่งร่วมกันตรวจบัตรผ่านของผู้ที่จะขับรถยนต์ออกจากบริเวณศูนย์การค้าแทนที่จะใช้ความระมัดระวังในการตรวจสอบ เพื่อให้เป็นไปตามหลักการที่เคยปฏิบัติกลับจงใจหรือประมาทเลินเล่อปล่อยให้คนร้ายนำรถยนต์ของโจทก์ผ่านไปได้ ทั้ง ๆ ที่ไม่มีบัตรผ่านหรือเรียกบัตรผ่านคืนไว้ก่อน เป็นเหตุให้โจทก์ต้องสูญเสียทรัพย์สิน จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4จึงต้องร่วมกันรับผิดชอบใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ และจำเลยที่ 5ซึ่งเป็นเจ้าของศูนย์การค้าโดยเป็นนายจ้างของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4หรือเป็นตัวการจำต้องรับผิดร่วมด้วย ขอให้บังคับจำเลยทั้งห้าร่วมกันหรือแทนกันชำระราคารถยนต์และทรัพย์สินที่สูญหายเป็นเงินทั้งสิ้น266,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันทำละเมิดเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 ให้การว่า จำเลยที่ 5 ได้ปลูกสร้างอาคารมาบุญครองเซ็นเตอร์เพื่อให้บุคคลทั่วไปเช่าสถานที่เพื่อประกอบการค้า แต่สำหรับลานจอดรถจำเลยที่ 5 ได้ให้บริษัทดูอิ้งเวลจำกัด เช่าเพื่อทำการประกอบธุรกิจในการให้บริการจอดรถ จำเลยที่ 1นั้นเป็นลูกจ้างของบริษัทดูอิ้งเวล จำกัด ส่วนจำเลยที่ 2 ที่ 3และที่ 4 นั้นเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 5 ขณะเกิดเหตุเป็นเพียงผู้ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกสำหรับการจราจรนอกเขตพื้นที่ลานจอดรถและดูแลความสงบเรียบร้อยทั่วไปเท่านั้น ไม่มีหน้าที่เฝ้าดูแลรักษารถในกิจการของบริษัทดูอิ้งเวล จำกัด บัตรที่ออกให้แก่ผู้จอดรถนั้นระบุไว้ชัดเจนว่าเป็นค่าเช่าที่จอดรถยนต์ ไม่ใช่เป็นการรับฝากทรัพย์ แม้แต่กุญแจรถก็ยังอยู่กับเจ้าของรถด้านหลังบัตรก็ปฏิเสธความรับผิดของผู้ให้บริการไว้แล้ว การที่รถยนต์ของโจทก์สูญหายนั้นเป็นเพราะความประมาทเลินเล่อของโจทก์เอง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้น พิพากษายก ฟ้อง โจทก์ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันชดใช้ราคารถยนต์จำนวน 239,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 26 กรกฎาคม 2532 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลย ที่ 3 ที่ 4 และ ที่ 5 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำฟ้องของโจทก์คดีนี้ โจทก์มิได้บรรยายให้จำเลยรับผิดตามสัญญาฝากทรัพย์ ฟ้องโจทก์มีแต่เรื่องละเมิดเรื่องฝากทรัพย์จึงไม่เป็นประเด็นแห่งคดี ศาลจะพิพากษาให้บังคับชำระหนี้ตามสัญญาฝากทรัพย์หาได้ไม่ และเรื่องฝากทรัพย์มิได้เป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 225 การที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกเรื่องสัญญาฝากทรัพย์ขึ้นวินิจฉัยนั้นจึงเป็นการไม่ชอบ แต่เนื่องจากพยานหลักฐานในสำนวนเพียงพอแก่การวินิจฉัยคดี ศาลฎีกาจึงเห็นควรพิจารณาพิพากษาคดีไปโดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาคดีใหม่ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จำเลยทั้งห้ากระทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ ข้อเท็จจริงปรากฏว่า อาคารจอดรถของจำเลยที่ 5มีทางเข้า 1 ทาง ทางออก 1 ทาง ปากทางเข้ามีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยืนอยู่ที่คอกกั้นคอยเก็บเงิน 5 บาท พร้อมกับออกบัตรค่าเช่าที่จอดรถราคา 5 บาท โดยจดทะเบียนรถไว้ในบัตรด้วย ตามบัตรเอกสารหมาย จ.2 ซึ่งที่ด้านหน้าบัตรตอนล่างมีข้อความว่า บริการรักษาความสะอาดและรักษาความปลอดภัย ด้านหลังของบัตรมีข้อความว่า1. ผู้ขับขี่ต้องเก็บบัตรไว้กับตัวเพื่อป้องกันรถหาย 2. กรุณาคืนบัตรทุกครั้ง ก่อนออกจากบริเวณที่จอดรถ ฯลฯ 6. บัตรสูญหายหรือไม่นำมาแสดง บริษัทจะไม่อนุญาตให้นำรถออกจนกว่าจะหาหลักฐานมาแสดงจนเป็นที่พอใจ และในที่จอดรถมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยืนเดินตรวจตรา
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง