ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2558

ฎีกาที่ 5446/2558

หลักกฎหมาย

น้ำมันหล่อลื่นของกลางเป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักรซึ่งจำเลยที่ 1 และที่ 2 มีไว้เพื่อจำหน่ายอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 110 (1) ประกอบมาตรา 108 จึงต้องริบตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 115 เครื่องจักรสำหรับบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงของกลางเป็นทรัพย์สินที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ใช้ในการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 ชอบที่จะริบได้ตาม ป.อ. มาตรา 33 (1) ขวดพลาสติกเปล่าสำหรับบรรจุน้ำมันหล่อลื่น กล่องกระดาษเปล่า ฝาครอบขวดน้ำมัน กระดาษฟอยล์ปิดปากขวด ม้วนเศษกระดาษฟอยล์สำหรับปิดปากขวดบรรจุน้ำมันซึ่งบรรจุอยู่ในถุง กล่องกระดาษที่ใช้สำหรับบรรจุแกลลอนน้ำมัน สติกเกอร์ติดขวด และแกลลอนเปล่าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักรดังกล่าวนั้น แม้ไม่อาจถือว่าเป็นสินค้าน้ำมันหล่อลื่นที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักร เพราะจำเลยที่ 1 และที่ 2 ยังมิได้ใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวกับสินค่าน้ำมันหล่อลื่น โดยยังอยู่ในขั้นตระเตรียมการทำความผิด แต่ของกลางดังกล่าวถือได้ว่าเป็นทรัพย์สินที่มีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด ชอบที่ศาลจะสั่งให้ริบได้ตาม ป.อ. มาตรา 33 (1) เมื่อน้ำมันหล่อลื่นของกลางเป็นทรัพย์สินที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ทำเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 มาตรา 49 วรรคสอง ประกอบมาตรา 50 และเครื่องจักรสำหรับบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงของกลางเป็นทรัพย์สินที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ใช้ในการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติดังกล่าว จึงเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงและทรัพย์สินที่ต้องส่งมอบแก่กรมธุรกิจพลังงานเพื่อทำลายหรือจัดการตามที่เห็นสมควรต่อไปตาม พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 มาตรา 61

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 4, 108, 110 และ 115 พระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 มาตรา 4, 25, 49, 50, 51, 60 และ 61 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83 และ 91 ริบของกลางในส่วนที่เป็นภาชนะและวัสดุประกอบเป็นภาชนะสำหรับบรรจุและห่อหุ้มเป็นสินค้าน้ำมันหล่อลื่น ส่วนของกลางสินค้าน้ำมันเชื้อเพลิงทั้งที่เป็นน้ำมันหล่อลื่นและไม่ใช่น้ำมันหล่อลื่น รวมทั้งเครื่องจักรสำหรับบรรจุน้ำมันดังกล่าว ให้ส่งมอบแก่กรมธุรกิจพลังงานเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยหากต้องทำลายของกลาง ให้จำเลยทั้งสามเป็นผู้ร่วมกันชำระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการดำเนินการดังกล่าวแก่กรมธุรกิจพลังงาน จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณาบริษัทเอลฟ์อากีแตน จำกัด ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งอนุญาต (ที่ถูก อนุญาตให้เข้าร่วมเป็นโจทก์ได้เฉพาะข้อหาความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 108 และมาตรา 110 (1) ประกอบมาตรา 108 เท่านั้น) ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 108, 110 (ที่ถูก มาตรา 110 (1) ประกอบมาตรา 108), 114 และ 115 พระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 มาตรา 49, 50, 51, 60 และ 61 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83 และ 91 เป็นความผิดหลายกรรม ให้เรียงกระทงลงโทษ ฐานร่วมกันมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร ให้ปรับจำเลยที่ 1 จำนวน 300,000 บาท ให้จำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละ 2 ปี และปรับคนละ 300,000 บาท ฐานร่วมกันปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อจำหน่ายและมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทน้ำมันหล่อลื่นที่มีลักษณะและคุณภาพแตกต่างไปจากที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานประกาศกำหนด ให้ปรับจำเลยที่ 1 จำนวน 300,000 บาท ให้จำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละ 1 ปี และปรับคนละ 300,000 บาท รวมปรับจำเลยที่ 1 จำนวน 600,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละ 3 ปี และปรับคนละ 600,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี และคุมความประพฤติของจำเลยที่ 2 และที่ 3 มีกำหนด 1 ปี ให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือน และกระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยที่ 2 และที่ 3 เห็นสมควรมีกำหนดเวลา 24 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบของกลางส่วนที่เป็นภาชนะและวัสดุประกอบเป็นภาชนะสำหรับบรรจุและห่อหุ้มเป็นสินค้าน้ำมันหล่อลื่น ส่วนสินค้าของกลางสินค้าน้ำมันเชื้อเพลิงทั้งที่เป็นน้ำมันหล่อลื่นและไม่ใช่น้ำมันหล่อลื่นรวมทั้งเครื่องจักรสำหรับบรรจุน้ำมันดังกล่าวให้ส่งมอบแก่กรมธุรกิจพลังงานเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยหากต้องทำลายของกลาง ให้จำเลยทั้งสามเป็นผู้ร่วมกันชำระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการดำเนินการดังกล่าวแก่กรมธุรกิจพลังงาน จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามข้อแรกว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันกระทำความผิดฐานเป็นผู้ค้าน้ำมันกระทำการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิง ตามพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 มาตรา 49 วรรคสอง หรือไม่ เห็นว่าหากนำข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการแตกรั่วของขวดน้ำมันหล่อลื่นตามคำเบิกความของนายสนองจิตรมาคำนวณหาปริมาณน้ำมันหล่อลื่นที่นำมาบรรจุใหม่เนื่องจากบรรจุภัณฑ์แตกรั่วแต่ละเดือนแล้ว ปริมาณน้ำมันหล่อลื่นที่นำมาบรรจุใหม่ดังกล่าวน่าจะมีจำนวนอยู่ระหว่าง 390 ถึง 660 ลิตร ต่อเดือน เท่านั้น และนับแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2551 อันเป็นวันที่จำเลยที่ 1 กับบริษัทโทเทิลออยล์เอเชีย - แปซิฟิก พีทีอี จำกัด เลิกสัญญาแต่งตั้งผู้จัดจำหน่ายลงวันที่ 19 มกราคม 2544 ถึงวันที่ 9 กันยายน 2552 ซึ่งเจ้าพนักงานเข้าตรวจค้นเป็นเวลารวม 8 เดือนเศษ แล้ว ปริมาณน้ำมันหล่อลื่นที่นำมาบรรจุใหม่เนื่องจากขวดบรรจุสินค้าแตกรั่วน่าจะมีจำนวนอยู่ระหว่าง 3,200 ถึง 5,500 ลิตร เท่านั้น แต่เจ้าพนักงานกลับยึดได้น้ำมันหล่อลื่นบรรจุขวดขนาด 1 ลิตร ทั้งที่โรงงานและโกดัง ตามบัญชีของกลางคดีอาญา ได้จำนวนถึง 69,478 ขวด จึงไม่มีเหตุผลพอให้เชื่อว่าน้ำมันหล่อลื่นของกลางจะเป็นน้ำมันหล่อลื่นที่นำมาบรรจุใหม่ทั้งหมด และในการส่งตัวอย่างน้ำมันหล่อลื่นไปตรวจพิสูจน์นั้นพันตำรวจโทสุมิตรก็ได้สุ่มตัวอย่างจากของกลางทั้งหมดไปตรวจพิสูจน์ด้วย แม้จำเลยทั้งสามจะมีใบรับการเรียกร้องค่าสินค้าที่ได้รับความเสียหา
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5446/2558 · ทนอย Thanoy