ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2554

ฎีกาที่ 5452/2554

หลักกฎหมาย

โจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าคำว่า "JEPO" ซึ่งเคยส่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าดังกล่าวมาจำหน่ายในประเทศไทยอันเป็นการใช้เครื่องหมายการค้าในประเทศไทยก่อนที่จำเลยจะยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านี้ โจทก์จึงเป็นผู้มีสิทธิในเครื่องหมายการค้านี้ดีกว่าจำเลย ย่อมมีสิทธิฟ้องขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยได้ตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 67 และการที่โจทก์ได้ยื่นฟ้องภายใน 5 ปี นับแต่วันที่นายทะเบียนเครื่องหมายการค้ามีคำสั่งให้จดทะเบียนเป็นการใช้สิทธิตามปกติ มิใช่เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต อนึ่ง บทบัญญัติดังกล่าวให้อำนาจศาลพิพากษาเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นได้ โดยไม่จำต้องให้จำเลยไปดำเนินการเพิกถอนคำขอจดทะเบียนหรือการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแต่อย่างใด ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาบังคับให้จำเลยเพิกถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า "JEPO" ตามคำขอเลขที่ 575049 ทะเบียนเลขที่ ค 267771 หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา จึงไม่ต้องด้วยบทบัญญัติดังกล่าว

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยเพิกถอนทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ ค 267771 หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ให้จำเลยยุติการใช้ การผลิต การจำหน่ายสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าว กับห้ามเกี่ยวข้องและยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์และให้ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 50,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะยุติการทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า โจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าคำว่า "JEPO" และมีสิทธิในเครื่องหมายการค้าดังกล่าวดีกว่าจำเลย ให้จำเลยเพิกถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า "JEPO" ตามคำขอเลขที่ 575049 ทะเบียนเลขที่ ค 267771 หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย โดยให้จำเลยรับผิดในค่าใช้จ่ายในการเพิกถอนดังกล่าว ค่าฤชาธรรมเนียมเห็นสมควรให้เป็นพับ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยประการแรก โจทก์ทำหนังสือมอบอำนาจให้นายดนัย ฟ้องคดีนี้โดยชอบหรือไม่ เห็นว่า จำเลยให้การและอุทธรณ์เป็นทำนองว่า หนังสือมอบอำนาจตามเอกสารท้ายคำฟ้อง ซึ่งเป็นภาษาอังกฤษ ไม่มีการลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของโจทก์ จึงเป็นเอกสารปลอมนั้น ปรากฏว่าหนังสือมอบอำนาจตามเอกสารท้ายคำฟ้องมีข้อความและลายมือชื่อนายดนัยลงไว้เป็นการรับรองว่าเอกสารฉบับนี้เป็นสำเนาเอกสารที่ถูกต้อง จึงเป็นธรรมดาที่เมื่อการทำสำเนาเอกสารโดยการพิมพ์ข้อความตามต้นฉบับมิได้ถ่ายเอกสารจากต้นฉบับย่อมไม่ปรากฏลายมือชื่อผู้มอบอำนาจในสำเนาเอกสาร และในชั้นพิจารณาโจทก์นำสืบโดยมีบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็นของนายดนัย ซึ่งนายดนัยได้เบิกความต่อว่า โจทก์ได้ทำหนังสือมอบอำนาจให้ตนเป็นผู้ฟ้องคดีแทนโจทก์โดยทำหนังสือมอบอำนาจเป็นภาษาจีน มีการรับรองโดยโนตารีปับลิกและกงสุลไทยและมีการแปลเป็นภาษาอังกฤษ รายละเอียดปรากฏตามหนังสือมอบอำนาจภาษาจีนและคำแปลเป็นภาษาอังกฤษ โดยเอกสารนี้โจทก์เป็นผู้จัดทำและส่งให้นายดนัยรับไปดำเนินคดีนี้ ซึ่งเมื่อพิจารณาหนังสือมอบอำนาจฉบับภาษาจีน ก็เห็นได้ว่าด้านล่างมีการลงลายมือชื่อและรอยประทับรูปวงกลมที่มีอักษรภาษาจีนอยู่ ข้อความด้านบนมีชื่อและนามสกุลเป็นภาษาอังกฤษของนายดนัยปรากฏให้เห็นได้ และในเอกสารนี้ยังปรากฏลักษณะของการรับรองโดยโนตารีปับลิกรวมทั้งคำรับรองลายมือชื่อและตราสำคัญของสำนักงานโนตารีปับลิกโดยกระทรวงการต่างประเทศของสาธารณรัฐประชาชนจีน รวมทั้งการรับรองโดยกงสุลไทยณ นครกว่างโจวด้วย ส่วนการแปลเอกสาร ฉบับที่ทำเป็นภาษาจีนเป็นภาษาอังกฤษนั้น นายดนัยเบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า ตนไม่มีความรู้ภาษาจีน แต่พยานได้สอบถามนายบุญเกียรติ์ ซึ่งเป็นผู้แปลเป็นภาษาไทยและเป็นผู้มีความรู้ภาษาจีนด้วย นายบุญเกียรติ์แจ้งว่า หนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีที่ทำขึ้นเป็นภาษาจีนมีข้อความตรงกับภาษาไทยและภาษาอังกฤษด้วย ทั้งยังปรากฏลายมือชื่อนายบุญเกียรติ์รับรองคำแปลในเอกสารคำแปลเป็นภาษาไทยโดยจำเลยไม่ได้นำสืบพยานหลักฐานโต้แย้งว่าคำเบิกความของนายดนัยตลอดจนหนังสือมอบอำนาจฉบับภาษาจีน คำแปลภาษาอังกฤษและภาษาไทยตลอดจนการรับรองของโนตารีปับลิก เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน และกงสุลไทยไม่ถูกต้องในส่วนใดอย่างใดเลย ทั้งที่หากการแปลดังกล่าวมีส่วนใดไม่ถูกต้องจริง การหาบุคคลผู้มีความรู้ภาษาจีน ภาษาอังกฤษและภาษาไทยมาตรวจสอบและนำสืบก็ไม่ใช่เรื่องยากลำบาก ซึ่งแม้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการมอบอำนาจให้ฟ้องคดีจะเป็นเรื่องสำคัญก็ตาม แต่การวินิจฉัยข้อเท็จจริงในเรื่องนี้เป็นกรณีสืบเนื่องจากโจทก์กล่าวอ้างว่ามีการมอบอำนาจเช่นว่านี้ แต่จำเลยให้การปฏิเสธ ย่อมต้องวินิจฉัยข้อเท็จจริงโดยการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานของทั้งสองฝ่าย เมื่อโจทก์มีทั้งพยานบุคคลและเอกสารมาแสดงข้อเท็จจริงได้พอสมควรและมีเหตุผลที่พอเชื่อได้ ขณะที่ฝ่ายจำเลยกลับไม่นำสืบตามข้อโต้เถียงของตนเลยเช่นนี้ พยานหลักฐานของโจทก์ย่อมมีน้ำหนักให้รับฟังได้ดีกว่าพยานหลักฐานของจำเลย จึงฟังได้ว่าโจทก์ได้ทำหนังสือมอบอำนาจให้นายดนัยฟ้องคดีนี้แทนโจทก์จริง นายดนัยย่อมมีอำนาจฟ้องคดีนี้แทนโจทก์ได้โดยชอบ อุทธรณ์ข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น มีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยต่อไปว่า โจทก์มีสิทธิในเครื่องหมายการค้าคำว่า "JEPO" ดีกว่าจำเลยหรือไม่ และโจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริตหรือไม่ ซึ่งเห็นสมควรวินิจฉัยไปด้วยกัน ปัญหานี้ ข้อเท็จจริงรับฟังยุติแล้วว่า บริษัทจงซาน เซี่ยวหลาน เซิ่นฮัว อิเลคทริคคอล แอพไพลแอ็นซ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเดียวกับบริษัทโจทก์จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ประเทศสาธ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5452/2554 · ทนอย Thanoy