คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2559
ฎีกาที่ 5453/2559
หลักกฎหมาย
โจทก์ได้รับแจ้งการประเมินภาษีสรรพสามิตสำหรับปี 2546 ถึงปี 2551 คดีนี้จึงมีประเด็นข้อพิพาทกันตามกฎหมายภาษีสรรพสามิตเท่านั้น การวินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทในคดีนี้จึงต้องพิจารณาว่า โจทก์เป็นสถานบริการตาม พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.พิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2546 ซึ่งได้กำหนดนิยามศัพท์คำว่า "สถานบริการ" ไว้เป็นที่ชัดเจนแล้ว โจทก์จะนำนิยามศัพท์คำว่า "สถานบริการ" ตาม พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.2509 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.สถานบริการ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2546 มาพิจารณาหาได้ไม่ เนื่องจากกฎหมายทั้งสองฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ต่างประเภทกันและมีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน แม้สถานประกอบการของโจทก์ไม่ได้จัดให้มีเวทีหรือพื้นที่สำหรับเต้นรำ แต่ลักษณะการประกอบกิจการของโจทก์แสดงให้เห็นได้ว่า โจทก์มีเจตนาใช้เป็นสถานที่ให้บริการจำหน่ายสุรา เครื่องดื่มและจัดให้มีการแสดงดนตรีหรือใช้เครื่องเสียงหรือการแสดงอื่นใดเพื่อการบันเทิง โดยมีเจตนาให้มีการดื่มกินและเต้นรำกันเพื่อความสนุกสนานในเวลากลางคืนมากกว่าการไปรับประทานอาหารตามปกติของบุคคลทั่วไป อันมีลักษณะเป็นการประกอบกิจการในด้านบันเทิงหรือหย่อนใจต่าง ๆ ในสถานบริการเพื่อหารายได้เป็นธุรกิจ โดยการให้บริการของโจทก์ในลักษณะดังกล่าว ถือเป็นสถานที่ทำให้รื่นเริงหรือบันเทิงใจ ซึ่งเปิดในเวลากลางคืน มีดนตรี มีการแสดง และขายอาหารกับเครื่องดื่มด้วย อันมีลักษณะแตกต่างจากร้านอาหารหรือภัตตาคารโดยทั่วไป อีกทั้งเป็นการให้บริการที่ไม่มีความจำเป็นต่อการครองชีพของประชาชน นอกจากนี้โจทก์ยังมีวัตถุที่ประสงค์ว่า ประกอบกิจการภัตตาคาร ห้องอาหาร บาร์ ไนท์คลับ ดังนั้น สถานประกอบการของโจทก์จึงจัดอยู่ในพิกัดลักษณะบริการประเภท 09.01 ไนต์คลับและดิสโกเธค ตาม พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.พิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2546 โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องเสียภาษีสรรพสามิตตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 มาตรา 7
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนหนังสือแจ้งการประเมินภาษีสรรพสามิต ที่ กค 0614/1792 ฉบับลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2552 และคำวินิจฉัยคำคัดค้านการประเมินภาษีสรรพสามิต ที่ กค 0603/7570 และ ที่ กค 0603/7571 ฉบับลงวันที่ 19 เมษายน 2553 รวมทั้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ คำวินิจฉัยคำคัดค้านการประเมินภาษีสรรพสามิต เลขที่ 1/2554 ฉบับลงวันที่ 31 มกราคม 2554 จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้ยกฟ้อง ให้โจทก์ชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนด ค่าทนายความให้ใช้แทนจำนวน 20,000 บาท โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ในประการแรกว่า โจทก์ต้องเสียภาษีสรรพสามิตตามที่ถูกจำเลยประเมินหรือไม่ พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 มาตรา 7 บัญญัติว่า ให้ผู้ประกอบกิจการสถานบริการมีหน้าที่เสียภาษีตามบริการนั้น ตามอัตราที่ระบุไว้ในกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราสรรพสามิตที่ใช้อยู่ในเวลาที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น โดยพระราชบัญญัติพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 มาตรา 3 บัญญัติว่า ภาษีตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต ให้เรียกเก็บตามพิกัดอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งท้ายพระราชบัญญัติพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตฯ ตอนที่ 9 กิจการบันเทิงหรือหย่อนใจ ถูกแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2546 ที่โจทก์อุทธรณ์โต้แย้งว่า การที่จำเลยจะจัดเก็บภาษีสรรพสามิตจากโจทก์ โจทก์จะต้องเป็นสถานบริการตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 เสียก่อน จึงพิจารณาต่อไปว่าเป็นสถานบริการประเภทใด ตามพระราชบัญญัติพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 หากไม่ยึดถือคำว่า "เต้นรำ" มีความหมายตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 แล้ว จะถือได้อย่างไรว่าสถานประกอบการของโจทก์เป็นสถานบริการ เมื่อไม่ใช่สถานบริการก็ย่อมไม่ใช่กิจการที่ต้องเสียภาษีสรรพสามิตตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 ลักษณะบริการประเภท 09.01 ไนท์คลับและดิสโกเธค ซึ่งสถานที่สำหรับดิสโกเธคต้องมีฟลอร์สำหรับเต้นรำ เมื่อสถานประกอบการของโจทก์ไม่มีฟลอร์สำหรับเต้นรำ จึงไม่อาจจัดอยู่ในพิกัดลักษณะบริการประเภท 09.01 ซึ่งสอดคล้องกับคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2352/2552 ที่วินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 มาตรา 3 บัญญัติว่า ในพระราชบัญญัตินี้ "สถานบริการ" หมายความถึง สถานที่ที่ตั้งขึ้นเพื่อให้บริการโดยหวังประโยชน์ในการค้าดังต่อไปนี้ (1) สถานเต้นรำ รำวงหรือรองเง็ง ประเภทที่มีและประเภทที่ไม่มีหญิงพาตเนอร์บริการ... แต่ไม่มีบทนิยามคำว่า เต้นรำ ไว้ ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 คำว่า เต้นรำ หมายความถึง เคลื่อนไปโดยมีระยะก้าวตามกำหนดให้เข้าจังหวะกับดนตรี ซึ่งเรียกว่าลีลาศ โดยปรกติเต้นเป็นคู่ชายหญิง รำเท้า ก็ว่า เช่น ฝรั่งรำเท้า ส่วนคำว่า ลีลาศ หมายความถึง เต้นรำแบบตะวันตกบางชนิด เช่น ออกไปลีลาศ แสดงว่าต้องมีเวทีหรือพื้นที่สำหรับเต้นรำหรือลีลาศ ฉะนั้น เมื่อคดีได้ความว่าสถานบริการที่เกิดเหตุไม่มีเวทีหรือพื้นที่สำหรับเต้นรำหรือลีลาศได้ จึงไม่ใช่สถานเต้นรำ ตามมาตรา 3 (1) แห่งพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 แม้นักร้องจะชักชวนลูกค้าให้ร่วมสนุกด้วย โดยลูกค้ายืนเต้นหรือนั่งเต้นตามจังหวะเพลงบริเวณโต๊ะอาหารหรือเครื่องดื่ม ก็หาใช่เป็นการจัดให้มีการเต้นรำไม่ นั้น ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากร เห็นว่า พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2546 ซึ่งพระราชกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในวันที่ 29 มกราคม 2546 เป็นต้นไปนั้น ตราขึ้นโดยมีเจตนารมณ์และวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดลักษณะประเภทสินค้าและบริการที่รัฐต้องการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต โดยได้บัญญัตินิยามคำว่า "บริการ" หมายความว่า การให้บริการในทางธุรกิจในสถานบริการ ตามที่ระบุไว้ในกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต และให้นิยามคำว่า "สถานบริการ" หมายความว่า สถานที่สำหรับประกอบกิจการในด้านบริการ และให้หมายความถึงสำนักงานใหญ่ที่จัดตั้งขึ้นในการประกอบกิจการ ในกรณีที่ไม่อาจกำหนดสถานที่ให้บริการได้แน่นอน เมื่อโจทก์ได้รับแจ้งการประเมินภาษีสรรพสามิตสำหรับปี 2546 ถึง 2551 คดีนี้จึงมีประเด็นข้อพิพาทกันตามกฎหมายภาษีสรรพสามิตเท่านั้น การวินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทในคดีนี้จึงต้องพิจารณาว่าโจทก์เป็นสถานบริการตามพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติพิกัดอัตราภาษีสรรสามิต พ.ศ.2527 (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2546 ที่กำหนดนิยามศัพท์คำว่า "สถานบริการ" ไว้เป็นที่ชัดเจนแล้ว โจทก์จะนำนิยามศัพท์คำว่า "สถานบริการ" ตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสถานบริการ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2546 ซึ่งมีเหตุผลในการประกาศใช้คือ เพื่อควบคุมสถานบริการบางประเภทที่ดำเนินการไปในทางก
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง