ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2533

ฎีกาที่ 5489/2533

หลักกฎหมาย

อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ซึ่งเป็นผู้แทนนิติบุคคลอันเป็นส่วนราชการ ทราบรายงานสรุปผลการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนและวินิจฉัยสั่งการเกี่ยวกับผู้รับผิดในทางแพ่งเมื่อวันที่ 9 มีนาคม2527 ถือว่าโจทก์เพิ่งรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนตั้งแต่วันนั้น โจทก์นำคดีมาฟ้องเมื่อวันที่ 8มีนาคม 2528 ยังไม่ล่วงพ้นระยะเวลา 1 ปี จึงไม่ขาดอายุความ อ.นำเอกสารที่ทำปลอมขึ้นเสนอต่อจำเลยที่ 3 ที่ 4 โดยไม่ผ่านจำเลยที่ 1 ที่ 2 ก่อนตามระเบียบ แม้จำเลยที่ 1 ที่ 2 จะเป็นผู้บังคับบัญชาของจำเลยที่ 3 ที่ 4 แต่ความรับผิดของผู้บังคับบัญชาในทางแพ่งจะต้องเป็นไปตามหลักเรื่องละเมิดตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 อันได้แก่การกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อ กรณีนี้ถือว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 ประมาทเลินเล่อมิได้ จำเลยที่ 3 ที่ 4 จ่ายเงินยืม-ทดรองราชการแก่ อ. ทั้งที่อ. มิได้เสนอผ่านขั้นตอนตามระเบียบ นอกจากนี้ยังมิได้เรียกหนังสือมอบฉันทะจาก อ. และมิได้ดำเนินการทวงถามเงินยืมคืนจากผู้ยืม เมื่อพ้นกำหนด 30 วัน นับจากวันรับเงินอันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ทำให้ อ. สามารถกระทำการทุจริตได้การที่ อ. กระทำการทุจริตได้ จึงเป็นผลโดยตรงจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 3 ที่ 4 ที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบดังกล่าว จำเลยที่ 3 ที่ 4 มีหน้าที่ชดใช้เงินแก่โจทก์ หากโจทก์จะได้รับชำระหนี้จาก อ.และฉ.ในคดีที่โจทก์ฟ้องอ.และฉ.ให้รับผิดต่อโจทก์ อันเป็นประโยชน์แก่จำเลยที่ 3 ที่ 4 เพราะอาจไม่ต้องชำระหนี้ให้โจทก์อีก ก็เป็นเรื่องที่จะต้องว่ากล่าวกันในชั้นบังคับคดีต่อไป หนี้ที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นคดีนี้จึงหาซ้ำซ้อนกับคดีดังกล่าวไม่.

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสี่เป็นข้าราชการในสังกัดของโจทก์ปฏิบัติหน้าที่โดยประมาทเลินเล่อ ไม่ใช้ความระมัดระวังพิจารณาเอกสารการขออนุมัติเดินทางไปราชการ เอกสารยืมเงินทดรอง สัญญายืมเงินและเช็คที่นางอรัญญา จริยาวัฒน์ หรือปัญญาฟู ลูกจ้างของโจทก์ทำขึ้นโดยปลอมลายมือชื่อของอธิการบดีและรองอธิการบดีของโจทก์แล้วนำไปแสดงต่อจำเลยทั้งสี่ ทั้งไม่เรียกหนังสือมอบฉันทะและยินยอมให้นางอรัญญานำเอกสารสัญญายืมเงินและเช็คไปให้ผู้มีอำนาจอนุมัติลงชื่อเอง นอกจากนี้ยังมิได้ทวงถามการชำระคืนเงินยืมทดรองภายในกำหนดเวลา เป็นเหตุให้นางอรัญญาทุจริตได้เงินของโจทก์ไปหลายครั้งเป็นเงิน 177,400 บาท แต่ได้คืนแล้ว 38,000 บาท ยังขาดอยู่อีก139,370 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงินจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ให้การทำนองเดียวกันว่าตนเองมิได้ประมาทเลินเล่อในการปฏิบัติหน้าที่ ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ศาลในคดีอาญาพิพากษาให้นางอรัญญาชดใช้เงินแก่โจทก์แล้ว จำเลยที่ 2, ที่ 3ไม่ต้องรับผิด จำเลยที่ 5 ยื่นคำให้การเกินกำหนด ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ร่วมกันชำระเงิน 139,370 บาท และดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี คิดตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม 2527 จนถึงวันชำระเสร็จให้โจทก์ ให้จำเลยที่ 4 ร่วมรับผิดในต้นเงินดังกล่าวเพียง 130,870 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราเดียวกันคิดตั้งแต่วันเดียวกันจนถึงวันชำระเสร็จให้โจทก์ จำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์และจำเลยทั้งสี่นำสืบรับกันฟังเป็นยุติในเบื้องต้นว่า จำเลยทั้งสี่เป็นข้าราชการกองคลัง สำนักงานอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยจำเลยที่ 1 เป็นผู้อำนวยการกองคลัง จำเลยที่ 2 เป็นหัวหน้างานการเงิน จำเลยที่ 3เป็นหัวหน้าหน่วยรับจ่ายเงินรายได้ จำเลยที่ 4 เป็นพนักงานการเงินและบัญชี จำเลยที่ 1 เป็นผู้บังคับบัญชาจำเลยที่ 2ที่ 3 ที่ 4 จำเลยที่ 2 เป็นผู้บังคับบัญชาจำเลยที่ 3 ที่ 4 เมื่อระหว่างวันที่ 29 มีนาคม 2526 ถึงวันที่ 4 สิงหาคม 2526 นางอรัญญาจริยาวัฒน์หรือปัญญาฟู ลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ธุรการสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ทำการปลอมลายมือชื่อศาสตราจารย์นายแพทย์ประยุทธ ฐิตะสุต อธิการบดีศาสตราจารย์นายแพทย์ชัยโรจน์ แสงอุดม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ณัฏฐ์ชพานนท์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มนู ศิติสาร และรองศาสตราจารย์ชัยวัฒน์ ปานปลอย รองอธิบการบดี ลงในเอกสารขออนุมัติเดินทางไปราชการเอกสารขอยืมเงินทดรองจ่ายไปรายการ สัญญายืมเงินและเช็คธนาคารออมสิน สาขาดอยสุเทพ รวม 41 รายการ ตามเอกสารหมาย จ.8ท้ายฟ้องแล้วนางอรัญญานำเอกสารนั้นไปรับเงินจากจำเลยที่ 3 ที่ 4ไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัวรวม 177,400 บาท ได้รับคืนมาแล้ว38,000 บาท ยังขาดอยู่อีก 139,370 บาท ข้อที่จำเลยทั้งสี่ฎีกาว่า คดีโจทก์ขาดอายุความนั้น เห็นว่าอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็นผู้แทนนิติบุคคลอันเป็นส่วนราชการ ได้ทราบรายงานสรุปผลการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนและวินิจฉัยสั่งการเกี่ยวกับผู้รับผิดในทางแพ่งเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2527 ตามเอกสารหมาย จ.27 ย่อมถือว่าโจทก์เพิ่งรู้ถึงการละเมิด และรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนตั้งแต่วันนั้น โจทก์นำคดีมาฟ้องเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2528 ยังไม่ล่วงพ้นระยะเวลา 1 ปี คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ ข้อที่จำเลยทั้งสี่ฎีกาว่า จำเลยทั้งสี่ไม่ได้ประมาทเลินเล่อไม่ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ จึงไม่ต้องรับผิดชดใช้เงินให้โจทก์นั้นเห็นว่า โจทก์กล่าวอ้างในฟ้องว่า จำเลยทั้งสี่ปฏิบัติหน้าที่โดยประมาทเลินเล่อ ไม่ใช้ความระมัดระวังพิจารณาคำขออนุมัติเดินทางไปราชการ เอกสารยืมเงินทดรองและสัญญายืมเงินที่นางอรัญญานำไปแสดงแก่จำเลยทั้งสี่ให้ถี่ถ้วน แต่ในชั้นพิจารณาไม่ปรากฏจากการนำสืบของโจทก์ว่านางอรัญญา นำเอกสารดังกล่าวไปแสดงแก่จำเลยที่ 1ที่ 2 ตามที่โจทก์กล่าวอ้างในฟ้องแต่อย่างใดไม่ ได้ความแต่เพียงว่านางอรัญญานำเอกสารนั้นเสนอผ่านเฉพาะจำเลยที่ 3 ที่ 4 เท่านั้นจำเลยที่ 1 เบิกความว่า เกี่ยวกับการยืมเงิน จะต้องส่งบันทึกการขออนุมัติยืมเงินทดรองจ่ายพร้อมกับสัญญายืมเงินมายังงานธุรการกองคลังก่อน งานธุรการจะส่งเรื่องให้หัวหน้างานการเงิน แล้วหัวหน้างานการเงินจะส่งต่อไปยังหัวหน้าหน่วยรับจ่ายเงินรายได้ ต่อจากนั้นก็จะมีการส่งไปยังเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติเพื่อตรวจสอบและเสนอว่าเห็นสมควรอนุมัติหรือไม่ไปยังหัวหน้าหน่วยรับจ่ายเงินรายได้แล้วเสนอต่อไปยังหัวหน้างานการเงิน หัวหน้างานการเงินจะส่งเรื่องไปที่งานธุรการ งานธุรการก็จะเสนอไปยังผู้อำนวยการกองคลัง คือจำเลยที่ 1 นายแพทย์ประยุทธ ฐิตะสุต ศาสตราจารย์ในคณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พยานโจทก์เบิกความเจือสมคำพยานจำเลยที่ 1ว่า เอกสารทั้ง 41 รายการท
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5489/2533 · ทนอย Thanoy