คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2559
ฎีกาที่ 5563/2559
หลักกฎหมาย
ป.รัษฎากร มาตรา 40 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "เงินได้พึงประเมินนั้น คือเงินได้ประเภทต่อไปนี้... (4) เงินได้ที่เป็น (ง) เงินลดทุนของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเฉพาะส่วนที่จ่ายไม่เกินกว่ากำไรและเงินที่กันไว้รวมกัน" เดิมบริษัทมีทุนจดทะเบียน 35,000,000 วันที่ 27 เมษายน 2549 บริษัทจดทะเบียนลดทุนเหลือ 29,000,000 บาท งบดุลของบริษัทรอบระยะเวลาบัญชีปี 2548 ก่อนการคืนเงินลงทุนมีกำไรสะสม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2548 จำนวน 14,888,824 บาท เมื่อหักเงินปันผลที่บริษัทประกาศจ่ายให้แก่ผู้ถือหุ้น 4,900,000 บาท คงเหลือกำไรสะสมก่อนคืนเงินลดทุน 9,988,824 บาท การที่บริษัทจดทะเบียนลดทุนและจ่ายเงินลดทุนหรือเงินลงทุนคืนแก่ผู้ถือหุ้น 6,000,000 บาท จึงเป็นการจ่ายเงินลดทุนซึ่งส่วนที่จ่ายคืนนั้นไม่เกินกว่ากำไรสะสมก่อนคืนเงินลดทุน ถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (4) (ง) ที่โจทก์ทั้งสามต้องนำมารวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ทั้งสามฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้เพิกถอนหนังสือแจ้งการประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เลขที่ ภงด. 12-07650010-25530607-001-00030 เลขที่ ภงด. 12-07650010-25530701-001-00042 และเลขที่ ภงด. 12-07650010-25530701-001-00043 ให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ เลขที่ สภ.7/พล/0001/1/2554 ลงวันที่ 13 มิถุนายน 2554 เลขที่ สภ.7/พล/0003/1/2554 ลงวันที่ 10 มิถุนายน 2554 และเลขที่ สภ.7/พล/0002/1/2554 ลงวันที่ 13 มิถุนายน 2554 ให้งดเบี้ยปรับและเงินเพิ่มแก่โจทก์ทั้งสาม จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้ยกฟ้อง ให้โจทก์ทั้งสามร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความ 6,000 บาท โจทก์ทั้งสามอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง โดยโจทก์ทั้งสามและจำเลยมิได้อุทธรณ์โต้แย้งว่า โจทก์ที่ 1 นางจินดา ภริยาโจทก์ที่ 2 และโจทก์ที่ 3 เป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทเก้าแสนลิสซิ่ง จำกัด โจทก์ที่ 1 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทเดิมบริษัทเก้าแสนลิสซิ่ง จำกัด มีทุนจดทะเบียน 35,000,000 บาท แบ่งเป็น 350,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท วันที่ 25 พฤศจิกายน 2548 บริษัทประชุมผู้ถือหุ้นและมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ลดทุนของบริษัทจากเดิม 350,000 หุ้น เหลือ 290,000 หุ้น ส่วนมูลค่าหุ้นคงเดิม คือหุ้นละ 100 บาท วันที่ 12 ธันวาคม 2548 บริษัทประชุมผู้ถือหุ้นและมีมติยืนยันให้มีการลดทุนและลดจำนวนหุ้นตามที่เคยประชุมไว้เดิม พร้อมพิจารณาจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นจากกำไรสะสมในอัตราหุ้นละ 14 บาท เป็นเงิน 4,900,000 บาท และเพื่อมิให้เกิดปัญหาสภาพคล่องของบริษัท จึงมีมติให้จ่ายเงินปันผลบางส่วนให้แก่ผู้ถือหุ้นบางคนก่อน 805,800 บาท ส่วนที่เหลือ 4,094,200 บาท ให้ตั้งเป็นเงินปันผลค้างจ่าย แล้วบริษัทจดทะเบียนลดทุนเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2549 ตามสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น งบการเงินของบริษัทเก้าแสนลิสซิ่ง จำกัด สำเนาหนังสือรับรอง คำขอจดทะเบียนบริษัทจำกัด หนังสือบริคณห์สนธิ (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม) สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น รายการจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติม รายงานการประชุมผู้ถือหุ้นครั้งที่ 2/2548 รายงานการประชุมผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2548 เดิมโจทก์ที่ 1 ถือหุ้นของบริษัทเก้าแสนลิสซิ่ง จำกัด 84,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท คิดเป็นเงินถือหุ้น 8,400,000 บาท นางจินดา ภริยาโจทก์ที่ 2 ถือหุ้นของบริษัทเก้าแสนลิสซิ่ง จำกัด 5,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท คิดเป็นเงินถือหุ้น 500,000 บาท โจทก์ที่ 3 ถือหุ้นของบริษัทเก้าแสนลิสซิ่ง จำกัด 3,500 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท คิดเป็นเงินถือหุ้น 350,000 บาท หลังจากที่บริษัทดังกล่าวมีมติให้ลดทุน 60,000 หุ้น ได้มีการลดหุ้นของผู้ถือหุ้นในบริษัทจำนวน 7 คน โดยในส่วนของโจทก์ที่ 1 ลดจำนวนหุ้นลง 9,100 หุ้น คงเหลือ 74,900 หุ้น ได้รับเงินจากการลดทุน 910,000 บาท นางจินดา ลดจำนวนหุ้นลง 4,500 หุ้น คงเหลือ 500 หุ้น ได้รับเงินจากการลดทุน 450,000 บาท และโจทก์ที่ 3 ลดจำนวนหุ้นลง 3,000 หุ้น คงเหลือ 500 หุ้น ได้รับเงินจากการลดทุน 300,000 บาท นอกจากนี้โจทก์ที่ 1 นางจินดา และโจทก์ที่ 3 ยังได้รับเงินปันผลตามจำนวนหุ้นที่แต่ละคนมีอยู่เดิมบางส่วน 122,213 บาท 60,435 บาท และ 40,290 บาท ตามลำดับ ตามรายการเดินบัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์ รายการเดินบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน สำเนาเช็ค และตารางสรุปการคำนวณปันผลค้างจ่าย เจ้าพนักงานประเมินเห็นว่า เงินที่โจทก์ที่ 1 นางจินดา และโจทก์ที่ 3 ได้รับจากการลดทุนดังกล่าวเข้าลักษณะเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40 (4) (ง) ที่จะต้องนำมาคำนวณภาษี จึงมีหนังสือเชิญโจทก์ที่ 1 นางจินดา และโจทก์ที่ 3 พบ บุคคลทั้งสามมอบอำนาจให้นายสาโรจน์ มาพบ และเห็นว่าการลดทุนของบุคคลทั้งสามเป็นการนำเงินลงทุนคืน สรรพากรพื้นที่พิษณุโลกมีหนังสือหารือไปยังสำนักงานสรรพากรภาค 7 เกี่ยวกับกรณีเงินลดทุนดังกล่าว สำนักงานสรรพากรภาค 7 หารือไปยังกรมสรรพากร และกรมสรรพากรมีหนังสือตอบข้อหารือเกี่ยวกับการลดทุนของบริษัทเก้าแสนลิสซิ่ง จำกัด หลังจากเจ้าพนักงานของจำเลยได้รับหนังสือตอบข้อหารือของกรมสรรพากรแล้ว ได้พิจารณางบดุลของบริษัทเก้าแสนลิสซิ่ง จำกัด ในรอบระยะเวลาบัญชีก่อนการคืนเงินลงทุนพบว่า บริษัทมีกำไรสะสม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2548 จำนวน 14,888,824.43 บาท หักเงินปันผลที่ประกาศจ่ายให้แก่ผู้ถือหุ้น 4,900,000 บาท คงเหลือกำไรสะสมก่อนคืนเงินลดทุน 9,988,824.43 บาท บริษัทจ่ายเงินลดทุนคืนแก่ผู้ถือหุ้น 6,000,000 บาท จึงไม่เกินกำไรสะสมก่อนคืนเงินลดทุน เงินที่ผู้ถือหุ้นได้รับจากการลดทุนจึงถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40 (4) (ง) ที่ต้องนำมารวมคำนวณภาษี เจ้าพนักงานประเมินเชิญโจทก์ที่ 1 นางจินดา และโจท
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง