คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2539
ฎีกาที่ 5586/2539
หลักกฎหมาย
แม้จำเลยที่1และที่2เป็นลูกจ้างทดลองงานก็มีฐานะเป็นลูกจ้างที่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์พ.ศ.2518จำเลยที่1และที่2จึงมีสิทธิยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์กล่าวหาว่านายจ้างกระทำการอันไม่เป็นธรรมตามมาตรา123และจำเลยที่3ถึงที่14ในฐานะคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มีอำนาจวินิจฉัยคำร้องดังกล่าวของจำเลยที่1และที่2ได้
มาตราที่อ้างถึง
พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 5พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 41พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 121พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 122พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 123พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 124พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 125
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นลูกจ้างทดลองงานของโจทก์ ผลการปฏิบัติงานของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่เป็นที่น่าพอใจโจทก์จึงเลิกจ้างจำเลยที่ 1 และที่ 2 ต่อมาจำเลยที่ 1 และที่ 2ยื่นคำร้องกล่าวหาว่าโจทก์เลิกจ้างจำเลยที่ 1 และที่ 2เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม ต่อมาจำเลยที่ 3 ถึงที่ 14ในฐานะคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ร่วมกันออกคำสั่งให้โจทก์รับจำเลยที่ 1 และที่ 2 กลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่อัตราค่าจ้างเท่าเดิมหรือใช้ค่าเสียหาย ซึ่งไม่ถูกต้อง ขอให้พิพากษาว่าโจทก์มีสิทธิเลิกจ้างจำเลยที่ 1 และที่ 2 โดยชอบ และให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 3 ถึงที่ 14 ตามคำสั่งที่ 19/2538 จำเลย ทั้ง สอบ สี่ ขอให้ ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลาง พิพากษายก ฟ้อง โจทก์ อุทธรณ์ ต่อ ศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 ซึ่งใช้บังคับแก่นายจ้างและลูกจ้างได้บัญญัติไว้ในมาตรา 5 ว่า "ลูกจ้าง" หมายความว่า ผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างเพื่อรับค่าจ้าง ทั้งนี้โดยไม่มีบทบัญญัติว่าลูกจ้างทดลองงานไม่ให้ถือว่าเป็นลูกจ้างตามความหมายแห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว จึงเห็นว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ซึ่งเป็นลูกจ้างทดลองงานมีฐานะเป็นลูกจ้างที่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 จำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงมีสิทธิยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ และจำเลยที่ 3 ถึงที่ 14 ในฐานะคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มีอำนาจวินิจฉัยคำร้องของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ พิพากษายืน
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง