คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2534
ฎีกาที่ 5589/2534
หลักกฎหมาย
แม้โจทก์เป็นเพียงผู้เช่าซื้อรถยนต์ที่นายมังกรขับ แต่ถ้าโจทก์ได้ชำระค่าเช่าซื้อครบถ้วนแล้ว โจทก์ย่อมได้กรรมสิทธิ์ในรถยนต์ที่เช่าซื้อ การครอบครองรถยนต์คันดังกล่าวเป็นการครอบครองโดยมีเจตนาจะเป็นเจ้าของ และตามสัญญาเช่าซื้อโจทก์มีหน้าที่ดูแลรักษาและซ่อมแซมรถยนต์คันดังกล่าวให้คงสภาพใช้การได้ดีตลอดเวลาหากมีผู้ทำละเมิดเป็นเหตุให้รถยนต์คันดังกล่าวได้รับความเสียหาย ดังนั้น ที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าโจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์คันดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นการบรรยายตามความเข้าใจของโจทก์ไม่เป็นเหตุให้โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ในคดีอาญาพนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 ก.เป็นผู้เสียหาย และตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43,157 รัฐเป็นผู้เสียหาย คดีถึงที่สุดโดยศาลพิพากษาลงโทษจำเลย โจทก์ในคดีนี้ไม่ใช่ผู้เสียหายหรือคู่ความในคดีอาญานั้น ในการพิพากษาคดีนี้ศาลจึงไม่จำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาแต่เป็นกรณีที่ต้องฟังข้อเท็จจริงกันใหม่จากพยานหลักฐานที่คู่ความนำสืบกันมาในสำนวนคดีนี้ ความเสียหายของโจทก์มิได้เกิดจากการทำละเมิดของจำเลยเพียงฝ่ายเดียว กล่าวคือเกิดจากการขับรถยนต์โดยประมาทของ ม.จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อโจทก์เป็นอย่างมากด้วย พิเคราะห์พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิดแล้วไม่สมควรที่จะให้จำเลยรับผิดต่อโจทก์ในความเสียหายทั้งหมดของโจทก์. (วรรคสองวินิจฉัยโดยมติที่ประชุมใหญ่ครั้งที่ 5/2534)
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขับรถยนต์สองแถวไปตามถนนพระรามที่ 4จากด้านสะพานเหลืองมุ่งหน้าไปทางหัวลำโพง เมื่อมาถึงบริเวณสี่แยกตัดกับถนนจารุเมืองและถนนมหานคร จำเลยได้ขับรถด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวัง กล่าวคือจำเลยขับรถเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนจารุเมืองโดยไม่หยุดดูความปลอดภัยว่ามีรถแล่นสวนมาหรือไม่และขับตัดหน้ารถยนต์ของโจทก์ซึ่งมีนายมังกร สุเมธีนันทวงศ์ บุตรโจทก์เป็นผู้ขับแล่นสวนทางมา และมีนายเกรียงศักดิ์ วัฒนะวานิชกุลกับนายอักษร จารุจินดา นั่งมาในรถด้วย เป็นเหตุให้รถทั้งสองคันเกิดชนกัน ทำให้รถของโจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าของรถยนต์คันเกิดเหตุจึงไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหาย เหตุที่รถชนกันไม่ใช่เกิดจากการขับรถยนต์โดยประมาทของจำเลย แต่เกิดจากการขับรถยนต์โดยประมาทของนายมังกร อายุ 17 ปี บุตรของโจทก์ซึ่งขับรถยนต์ของโจทก์ จำเลยได้ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากนายมังกรและโจทก์ในฐานะเป็นมารดาของนายมังกรต่อศาลแพ่งแล้ว ค่าเสียหายของโจทก์ไม่ถึงที่ฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายและดอกเบี้ยเป็นเงิน 123,135 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงิน 116,530 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2525 นายมังกร สุเมธีนันทวงศ์บุตรของโจทก์ซึ่งขณะนั้นอายุ 17 ปี ไม่มีใบอนุญาตขับรถยนต์ ได้ขับรถยนต์เก๋งคันหมายเลขทะเบียน 6 ง-8723 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถยนต์ที่โจทก์เช่าซื้อจากบริษัทคอมเมอรเชียลทรัสต์ จำกัด ตามสัญญาเช่าซื้อเอกสารหมาย จ.1 โดยขับแล่นไปตามถนนพระรามที่ 4จากหัวลำโพงมุ่งหน้าไปทางสามย่าน เมื่อรถยนต์แล่นไปถึงสี่แยกตัดกับถนนจารุเมืองและถนนมหานคร ได้ชนกับรถยนต์สองแถวคันหมายเลขทะเบียน6 ม-3538 กรุงเทพมหานคร ของจำเลยซึ่งจำเลยเป็นคนขับแล่นสวนทางและกำลังเลี้ยวขวาจะเข้าถนนจารุเมือง รถชนกันในทางเดินรถของรถที่นายมังกรขับ เป็นเหตุให้รถยนต์ที่นายมังกรขับและรถยนต์ที่จำเลยขับได้รับความเสียหาย และนายเกรียงศักดิ์ วัฒนะวานิชกุลที่นั่งมาในรถยนต์ที่นายมังกรขับได้รับอันตรายสาหัส พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยและนายมังกรเป็นคดีอาญาต่อศาลแขวงพระนครใต้และศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางโดยลำดับ คดีอาญาที่จำเลยถูกฟ้องศาลแขวงพระนครใต้พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 300 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43, 157ตามฟ้อง ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 ซึ่งเป็นบทหนักจำคุก 3 เดือน และปรับ 3,000 บาท โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด 2 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษายืน คดีถึงที่สุด รายละเอียดปรากฏตามสำนวนคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 10561/2526 ของศาลแขวงพระนครใต้ ส่วนคดีอาญาที่นายมังกรถูกฟ้อง ไม่ปรากฏผลของคดีในสำนวนคดีนี้มีปัญหาที่จะวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยในประการแรกว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ จำเลยฎีกาว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะโจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์ที่นายมังกรขับความจริงโจทก์เป็นเพียงผู้เช่าซื้อรถยนต์คันดังกล่าวศาลฎีกาเห็นว่า แม้โจทก์เป็นเพียงผู้เช่าซื้อรถยนต์ที่นายมังกรขับแต่ถ้าโจทก์ได้ชำระค่าเช่าซื้อครบถ้วนแล้ว โจทก์ย่อมได้กรรมสิทธิ์ในรถยนต์ที่เช่าซื้อ การครอบครองรถยนต์คันดังกล่าวเป็นการครอบครองโดยมีเจตนาจะเป็นเจ้าของ และตามสัญญาเช่าซื้อเอกสารหมาย จ.1ข้อ 5(2) โจทก์มีหน้าที่ดูแลรักษาและซ่อมแซมรถยนต์คันดังกล่าวให้คงสภาพใช้การได้ดีตลอดเวลา หากมีผู้ทำละเมิดเป็นเหตุให้รถยนต์คันดังกล่าวได้รับความเสียหาย ย่อมถือได้ว่าเป็นการทำละเมิดต่อโจทก์ดังนั้น ที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าโจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์คันดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการบรรยายตามความเข้าใจของโจทก์ ไม่เป็นเหตุให้โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ มีปัญหาที่จะวินิจฉัยต่อไปว่า ในการพิพากษาคดีนี้ซึ่งเป็นคดีส่วนแพ่งศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาในสำนวนคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 10561/2526 ของศาลแขวงพระนครใต้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46หรือไม่ ปัญหานี้ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า สำนวนคดีอาญาของศาลแขวงพระนครใต้ดังกล่าว พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 ซึ่งนายเกรียงศักดิ์เป็นผู้เสียหาย และตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา43, 157 ซึ่งรัฐเป็นผู้เสียหาย สำหรับโจทก์ในคดีนี้ไม่ใช่คู่ความหรือผู้เสียหายในคดีอาญานั้น ในการพิพากษาคดีนี้ศาลจึงไม่จำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาในสำนวนคดีอาญาดังกล่าว แต่เป็นกรณีที่ต้องฟังข้อเท็จจริงกันใหม่จากพยานหลักฐานที่คู่ความนำสืบกันมาในสำนวนคดีนี้ มีปัญหาที่จะวินิจฉัยต่อไปว่า จ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง