ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2545

ฎีกาที่ 5687/2545

หลักกฎหมาย

ตามพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2542 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2542 ซึ่งมาตรา 3 ให้ยกเลิก พระราชบัญญัติว่าด้วยการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2474 กับพระราชบัญญัติว่าด้วยการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงฉบับที่ 2 พ.ศ. 2496 ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2508 ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2520 และฉบับที่ 5พ.ศ. 2530 เมื่อโจทก์ยื่นฟ้องคดีเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2543 หลังวันที่พระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2542 ใช้บังคับแล้ว 1 ปีเศษ โดยบรรยายฟ้องว่า จำเลยกับพวกร่วมกันมีเก็บไว้เพื่อจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไม่น่ากลัวอันตราย มีปริมาณเกินกว่า 10,000 ลิตร ไว้ในสถานที่เก็บน้ำมันโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน และขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2474ซึ่งถูกยกเลิกไปก่อนแล้ว โดยมิได้บรรยายฟ้องให้ปรากฏว่าการกระทำของจำเลยยังคงเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2542 ที่บัญญัติขึ้นใช้ในภายหลัง แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพก็รับฟังไม่ได้ว่าการกระทำของจำเลยในระหว่างเวลาที่พระราชบัญญัติว่าด้วยการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2474 ยังมีผลใช้บังคับอยู่นั้นยังคงเป็นความผิดตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง ต้องถือว่าจำเลยพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 วรรคสอง ส่วนการกระทำของจำเลยนับแต่วันที่ พระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2542 บัญญัติขึ้นใช้ภายหลังและยกเลิก พระราชบัญญัติว่าด้วยการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2474 แล้ว โจทก์ยังบรรยายฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดและขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2474 ซึ่งถูกยกเลิกไป จึงมีผลเท่ากับโจทก์ไม่ได้อ้างบทกฎหมายซึ่งบัญญัติว่าการกระทำของจำเลยระหว่างวันเวลาดังกล่าวเป็นความผิดจึงเป็นคำฟ้องที่ไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ มาตรา 26ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(6) ต้องยกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานนี้ โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยหลอกลวงให้ผู้ซื้อสินค้าเข้าใจผิดว่าสินค้าที่จำเลยผลิตขึ้นนั้นเป็นของบริษัท ส. และบริษัท ฮ. ผู้เสียหาย โดยใช้ป้ายโฆษณาที่มีตราเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหายติดที่สินค้า อันเป็นการใช้ฉลากซึ่งมีเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหายในการขายสินค้าเพื่อลวงให้ผู้ซื้อเข้าใจผิดนั้นถือว่าเป็นการกระทำที่มีเจตนาเดียวกันในความผิดฐานเสนอจำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอม กับฐานใช้ฉลากในการขายสินค้าเพื่อให้เกิดความเข้าใจผิดในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ ปริมาณของสินค้าดังกล่าว เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท มิใช่ความผิดหลายกรรมต่างกัน

มาตราที่อ้างถึง

ป.อ. 2ป.อ. 59ป.อ. 90ป.อ. 91ป.วิ.พ. 225ป.วิ.อ. 15ป.วิ.อ. 158พ.ร.บ.ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2542 3พ.ร.บ.ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2542 7พ.ร.บ.ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2542 17พ.ร.บ.ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2542 18พ.ร.บ.ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2542 19พ.ร.บ.ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2542 22พ.ร.บ.ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2542 62พ.ร.บ.ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2542 63พ.ร.บ.ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2542 66พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 30พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 31พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 47พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 108พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 109พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 110พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 26พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 38พ.ร.บ.ว่าด้วยการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2474 4พ.ร.บ.ว่าด้วยการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2474 17พ.ร.บ.ว่าด้วยการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2474 48

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า ระหว่างวันที่ 12 กรกฎาคม 2540 ถึงวันที่ 14 มีนาคม 2543 ทั้งเวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกันตลอดมา จำเลยกับพวกอีกหลายคน ซึ่งยังหลบหนีอยู่ได้ร่วมกันตั้งโรงงานจำพวกที่ 3 โดยจำเลยกับพวกดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตทั้งจำเลยกับพวกดังกล่าวได้ร่วมกันประกอบกิจการโรงงานโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย จำเลยกับพวกดังกล่าวได้ร่วมกันปลอมเครื่องหมายการค้าของบริษัทสยามคูโบต้าอุตสาหกรรมจำกัด ผู้เสียหายที่ 1 บริษัทฮอนด้ากิเคน โคเงียว คาบูซิกิ ไคชา จำกัด ผู้เสียหายที่ 2จำเลยกับพวกดังกล่าวได้ร่วมกันเลียนเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหายที่ 1 โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย จำเลยกับพวกดังกล่าวได้ร่วมกันมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าน้ำมันหล่อลื่น น้ำมันเครื่อง น้ำมันจาระบี และผ้าเบรกที่ใช้กับรถยนต์ที่มีเครื่องหมายการค้าที่จำเลยกับพวกร่วมกันทำปลอมเครื่องหมายการค้าที่แท้จริงของผู้เสียหายที่ 1 และที่ 2 จำเลยกับพวกดังกล่าวได้ร่วมกันมีเก็บไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าน้ำมันหล่อลื่นและน้ำมันเครื่องซึ่งเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไม่น่ากลัวอันตรายโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายและจำเลยกับพวกดังกล่าวได้ร่วมกันขายสินค้าน้ำมันหล่อลื่น น้ำมันเครื่อง น้ำมันจาระบีและผ้าเบรกที่ใช้กับรถยนต์ โดยหลอกลวงให้ผู้ซื้อหลงเชื่อและเข้าใจผิดในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพของสินค้าดังกล่าว อันเป็นความเท็จว่าเป็นสินค้าที่ผลิตออกจำหน่ายโดยผู้เสียหายที่ 1และที่ 2 โดยจำเลยกับพวกดังกล่าวร่วมกันใช้ป้ายโฆษณาที่มีตราเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหายที่ 1 และที่ 2 ติดที่สินค้าดังกล่าวซึ่งการกระทำของจำเลยกับพวกดังกล่าวยังไม่ถึงขนาดเป็นความผิดฐานฉ้อโกง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 4, 108, 109, 110, 114 และ 115 พระราชบัญญัติโรงงานพ.ศ. 2535 มาตรา 5, 7, 8, 12, 13, 50, 51 และ 63 พระราชบัญญัติว่าด้วยการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2474 มาตรา 4, 17 และ 48 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 3, 30, 31, 47, 58 และ 59 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 32, 33, 83, 90 และ 91 ริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 มาตรา 5, 7, 8, 12 วรรคสอง และ50 วรรคหนึ่ง พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 108, 109, 110(1),108 (ที่ถูกเป็นมาตรา 108, 109 และมาตรา 110(1) ประกอบด้วยมาตรา 108) พระราชบัญญัติว่าด้วยการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2474 มาตรา 4, 17 และ 48 และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 30, 31 และ 47 วรรคหนึ่งเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฐานร่วมกันตั้งโรงงานจำพวกที่ 3 โดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุก 3 เดือน ฐานร่วมกันปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้อื่น จำคุก 3 เดือน ฐานร่วมกันเลียนเครื่องหมายการค้าของผู้อื่น จำคุก 3 เดือน ฐานร่วมกันเสนอจำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอม จำคุก 3 เดือน ฐานร่วมกันใช้ฉลากโดยเจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ ปริมาณหรือสาระสำคัญประการอื่นของสินค้าปรับ 50,000 บาทและฐานร่วมกันเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไม่น่ากลัวอันตรายมีปริมาณเกินกว่า 10,000 ลิตรไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตปรับ 50,000 บาท รวมโทษทุกกระทงความผิดแล้วให้จำคุก 1 ปี และปรับ 100,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก6 เดือน และปรับ 50,000 บาท ริบของกลาง พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว การกระทำของจำเลยเป็นอันตรายและมีผลกระทบต่อผู้บริโภคและสาธารณชนโดยรวมจึงไม่มีเหตุที่จะรอการลงโทษให้ สำหรับข้อหาตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 มาตรา 13 และ 51 นั้น ให้ยก เนื่องจากบทบัญญัติดังกล่าวเป็นบทบัญญัติความผิดสำหรับผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงงาน เมื่อจำเลยมิได้เป็นผู้ได้รับอนุญาตจึงไม่เป็นความผิดฐานนี้ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า"ในเบื้องต้นเห็นว่า ในความผิดฐานร่วมกันเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไม่น่ากลัวอันตรายมีปริมาณเกินกว่า 10,000 ลิตร ไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตซึ่งโจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดระหว่างวันที่ 12 กรกฎาคม 2540 ถึงวันที่ 14 มีนาคม 2543 และมีคำขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2474 มาตรา 4, 17 และ 48 และศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดฐานนี้ตามคำฟ้องของโจทก์ดังกล่าวนั้น ปรากฏว่าตามพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2542 ซึ่งมีผลให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2542 บัญญัติไว้ในมาตรา 3 ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติว่าด้ว
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5687/2545 · ทนอย Thanoy