ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2546

ฎีกาที่ 5692/2546

หลักกฎหมาย

จำเลยเช่าที่ดินจากโจทก์เพื่อก่อสร้างโครงเหล็กติดตั้งป้ายโฆษณา เมื่อสัญญาเช่าที่ดินเลิกกันแล้วจำเลยมีหน้าที่ต้องส่งคืนที่ดินให้แก่โจทก์ในสภาพที่ได้รับมาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 561 คือต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดซึ่งรวมถึงเสาเข็มของจำเลยออกไปจากที่ดินที่เช่าด้วย เพราะจำเลยเป็นผู้ปลูกสร้างโดยอาศัยสิทธิตามสัญญาเช่า จึงไม่ถือว่าเป็นส่วนควบกับที่ดินตามมาตรา 146 เมื่อสัญญาเช่าเลิกกันแล้วการที่จำเลยไม่รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของจำเลยออกจากที่ดินเช่าและส่งมอบที่ดินเช่าคืนโจทก์ในสภาพที่จำเลยได้รับมา ย่อมทำให้โจทก์เสียหายเพราะไม่สามารถใช้ประโยชน์ในที่ดินที่เช่าได้ โจทก์จึงมีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลย จำเลยอุทธรณ์และฎีกาขอให้ยกฟ้องในเรื่องค่าเสียหายที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชดใช้แก่โจทก์เดือนละ 10,000 บาท นับแต่วันที่ 6 มิถุนายน 2541 ถึงวันฟ้องวันที่ 12 มกราคม 2542 เป็นเงินรวม 71,999.98 บาท ซึ่งถือเป็นทุนทรัพย์ในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกา ส่วนค่าเสียหายที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระแก่โจทก์นับแต่วันหลังจากวันฟ้องต่อไปอีกเดือนละ 10,000 บาท แต่รวมค่าเสียหายทั้งหมดแล้วไม่ให้เกิน20 เดือนนั้น เป็นค่าเสียหายในอนาคตจึงนำมารวมคำนวณเป็นทุนทรัพย์ในอุทธรณ์และชั้นฎีกาไม่ได้ ดังนั้นจำเลยต้องเสียค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์และฎีกาตามทุนทรัพย์ดังกล่าวเป็นเงินแต่ละชั้นศาลจำนวน 1,800 บาท โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินของโจทก์และเรียกค่าเสียหายมาด้วยจึงเป็นคดีมีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้และอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้รวมอยู่ด้วยกัน การกำหนดค่าทนายความใช้แทนให้แก่ผู้ชนะคดีต้องถือเอาค่าทนายความในอัตราชั้นสูงกว่าตามตาราง 6 ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเป็นหลัก เมื่อปรากฏว่าทุนทรัพย์ในชั้นอุทธรณ์เป็นเงิน 71,999.98 บาท เกินกว่า 25,000 บาท ซึ่งมีค่าทนายความอัตราขั้นสูงในศาลอุทธรณ์เป็นเงินร้อยละ 3 ของทุนทรัพย์ในชั้นอุทธรณ์คือเป็นเงินไม่เกิน 2,159.97บาท แต่สำหรับคดีไม่มีทุนทรัพย์กำหนดค่าทนายความในอัตราขั้นสูงในศาลอุทธรณ์ไม่เกิน 1,500 บาท จึงต้องถือเอาอัตราค่าทนายความในคดีที่มีทุนทรัพย์ซึ่งมีอัตราสูงกว่าใช้บังคับ

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2537 จำเลยทำสัญญาเช่าที่ดินของโจทก์ตามโฉนดเลขที่ 18057 เนื้อที่ 100 ตารางวา กำหนดเวลาเช่า 5 ปี นับแต่วันที่ 4กุมภาพันธ์ 2538 ตกลงให้ค่าเช่าปีละ 120,000 บาท เพื่อก่อสร้างติดตั้งโครงเหล็กให้บุคคลภายนอกเช่าติดตั้งป้ายโฆษณาสินค้า ต่อมาวันที่ 6 มิถุนายน 2541 จำเลยมีหนังสือแจ้งขอเลิกสัญญาเช่าที่ดินกับโจทก์ แต่จำเลยไม่รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยออกจากที่ดิน และไม่ส่งมอบที่ดินคืนโจทก์ ทำให้โจทก์เสียหายไม่สามารถนำที่ดินออกให้บุคคลภายนอกเช่าเพราะมีสิ่งปลูกสร้างของจำเลยอยู่ในที่ดินของโจทก์ โจทก์คิดค่าเสียหายเป็นเงินเดือนละ 10,000 บาท นับแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์2541 ถึงวันฟ้องเป็นเงินรวม 110,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยขนย้ายและรื้อถอนทรัพย์สินสิ่งปลูกสร้าง เสาเข็ม ฐานตอม่อและโครงเหล็กออกจากที่ดินของโจทก์และส่งมอบที่ดินคืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อย ห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 110,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จ กับใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 10,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยจะขนย้ายและรื้อถอนทรัพย์สินสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินของโจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยทำสัญญาเช่าที่ดินของโจทก์เพื่อก่อสร้างโครงเหล็กสำหรับติดตั้งป้ายโฆษณา ต่อมามีอาคารตึกแถวสร้างขึ้นปิดบังป้ายโฆษณาของจำเลยจำเลยจึงใช้สิทธิตามสัญญาเช่าบอกเลิกสัญญาเช่าที่ดินแก่โจทก์ และขอรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของจำเลยออกจากที่ดินของโจทก์ แต่โจทก์กำหนดเงื่อนไขให้จำเลยต้องรื้อถอนฐานตอม่อและเสาเข็มออกจากที่ดินของโจทก์ทั้งหมดพร้อมปรับสภาพที่ดินให้เป็นไปตามเดิม ซึ่งจำเลยไม่สามารถทำได้เพราะเสาเข็มมีความลึกลงไปในดินประมาณ 6 เมตร และมีจำนวนมาก การรื้อถอนต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก การที่จำเลยไม่รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินของโจทก์เป็นเพราะโจทก์ไม่อนุญาต โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายตามฟ้อง หากจำเลยต้องรับผิดก็เป็นเวลาเพียง 4 เดือน นับแต่วันที่ 5กุมภาพันธ์ 2541 ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและสิ่งปลูกสร้างที่เป็นของจำเลยตามสัญญาออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 18057 ตำบลบางแม่นาง (บางใหญ่) อำเภอบางใหญ่ (บางบัวทอง) จังหวัดนนทบุรี โดยปรับสภาพที่ดินของโจทก์ให้อยู่ในสภาพเดิมโดยไม่ต้องรื้อถอนเสาเข็มใต้ดิน ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 10,000 บาทนับแต่วันที่ 6 มิถุนายน 2541 เป็นต้นไป จนกว่าจำเลยจะขนย้ายทรัพย์สินและส่งมอบที่ดินคืนโจทก์ แต่ทั้งนี้เป็นระยะเวลาไม่เกิน 20 เดือน ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท คำขออื่น นอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ 3,000 บาท จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติว่า จำเลยทำสัญญาเช่าที่ดินตามโฉนดเลขที่ 18057 ตำบลบางแม่นาง (บางใหญ่) อำเภอบางใหญ่ (บางบัวทอง) จังหวัดนนทบุรี เนื้อที่ 100 ตารางวา กับโจทก์ กำหนดเวลาเช่า 5 ปี นับแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์2538 ตกลงให้ค่าเช่าปีละ 120,000 บาท ตามสัญญาเช่าเอกสารหมาย จ.3 (และ ล.2)ต่อมาวันที่ 6 มิถุนายน 2541 จำเลยมีหนังสือถึงโจทก์ขอบอกเลิกสัญญาเช่าตั้งแต่วันดังกล่าวเป็นต้นไปตามเอกสารหมาย จ.4 และในวันที่ 8 มิถุนายน 2541 จำเลยมีหนังสือถึงโจทก์ยืนยันการบอกเลิกการเช่าและขอรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของจำเลยในที่ดินที่เช่าตามหนังสือเอกสารหมาย จ.5 (และ ล.5) วันที่ 12 มิถุนายน 2541 โจทก์มีหนังสือถึงจำเลยแจ้งว่า โจทก์ไม่ขัดข้องที่จำเลยบอกเลิกการเช่าและให้จำเลยรีบดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินที่เช่า ตามหนังสือเอกสารหมาย จ.6 (และ ล.6) แต่จำเลยไม่รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของจำเลยออกจากที่ดินที่เช่า โจทก์จึงฟ้องคดีนี้ สิ่งปลูกสร้างของจำเลยในที่ดินที่เช่าเป็นโครงเหล็กสำหรับติดตั้งป้ายโฆษณาลักษณะตามภาพถ่ายหมาย ล.1 คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่า การที่จำเลยไม่รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของจำเลยซึ่งเป็นโครงเหล็กสำหรับติดตั้งป้ายโฆษณาออกจากที่ดินที่เช่าเกิดจากโจทก์ไม่ยินยอมหรือไม่ เห็นว่า เมื่อจำเลยมีหนังสือถึงโจทก์ยืนยันการบอกเลิกการเช่าและขอรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของจำเลยออกจากที่เช่าในวันที่ 8 มิถุนายน 2541ตามหนังสือเอกสารหมาย จ.5 (และ ล.5) โจทก์ก็ได้มีหนังสือถึงจำเลยในวันที่ 12มิถุนายน 2541 ตามเอกสารหมาย จ.6 (และ ล.6) แจ้งว่า โจทก์ไม่ขัดข้องที่จำเลยบอกเลิกการเช่า ทั้งยังแจ้งให้จำเลยรีบดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของจำเลยออกจากที่ดินที่เช่าโดยเร็วอีกด้วย แส
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง