คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2539
ฎีกาที่ 5763/2539
หลักกฎหมาย
โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้จำเลยชำระค่าทดแทนที่ดินส่วนที่ยังขาดอยู่ตามประกาศคณะกรรมการแก้ไขราคาเบื้องต้นจึงเป็นกรณีที่ขอให้บังคับจำเลยปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการดังกล่าวหาใช่กรณีที่โจทก์ไม่พอใจจำนวนเงินค่าทดแทนที่คณะกรรมการดังกล่าวกำหนดซึ่งต้องอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีภายใน60วันตามมาตรา25วรรคหนึ่งแห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์พ.ศ.2530ที่แก้ไขใหม่ไม่โจทก์ทั้งสองจึงมีอำนาจฟ้อง
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า จำเลยจ่ายค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนให้โจทก์ขาดไปขอบังคับให้จำเลยชำระเงิน 1,161,533.90 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงิน 1,048,395 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง จำเลยให้การว่า โจทก์ทั้งสองไม่มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนที่ดินเพิ่มตามฟ้องทั้งโจทก์มิได้อุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยภายใน 60 วัน นับแต่รับเงินค่าทดแทนการเวนคืนที่ดินของโจทก์จึงเสร็จเด็ดขาดแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "โจทก์ทั้งสองฎีกาข้อเดียวว่า โจทก์ทั้งสองมิได้โต้แย้งค่าทดแทนที่จำเลยกำหนดให้โจทก์เพราะได้ยุติไปแล้วแต่โจทก์ทั้งสองฟ้องคดีนี้เพื่อเรียกค่าทดแทนที่โจทก์ทั้งสองสมควรจะได้รับเพิ่มขึ้น ตามประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติฉบับที่ 44 ไม่ใช่เป็นการเรียกร้องค่าทดแทนตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 มาตรา 25วรรคหนึ่ง จึงไม่ต้องตกอยู่ภายใต้เงื่อนเวลาตามที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัย โจทก์ทั้งสองมีอำนาจฟ้องได้เห็นว่า ข้อเท็จจริงยุติตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย โดยโจทก์ทั้งสองมิได้ฎีกาโต้แย้งว่าโจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 2374 แขวงสี่พระยา เขตบางรักกรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 37 ตารางวา พร้อมบ้านทาวน์เฮาส์เลขที่ 49ซึ่งปลูกสร้างอยู่บนที่ดินดังกล่าว ต่อมามีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน ในท้องที่อำเภอปากเกร็ดอำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี และเขตบางเขน เขตดุสิตเขตพญาไท เขตปทุมวัน เขตบางรัก เขตยานนาวา เขตห้วยขวางเขตบางกะปิ เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2530 เพื่อสร้างทางพิเศษสายแจ้งวัฒนะ-บางโคล่ และสายพญาไท-ศรีนครินทร์ตามเอกสารหมาย จ.11 หรือ ล.1 ออกใช้บังคับ และที่ดินกับบ้านทาวน์เฮ้าส์ของโจทก์ทั้งสองถูกเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวทั้งหมด ซึ่งโจทก์ทั้งสองได้ตกลงซื้อขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างกับจำเลยในกรณีที่ไม่อาจตกลงกันได้ในเรื่องจำนวนเงินค่าทดแทนเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2533 โดยตกลงยอมรับเงินค่าทดแทนตามที่คณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นและจำนวนเงินค่าทดแทนอสังหาริมทรัพย์ที่จะต้องเวนคืนกำหนดให้ไปก่อนคือที่ดินตารางวาละ 50,000 บาท คิดเป็นเงิน 1,850,000 บาทบ้านทาวน์เฮาส์รั้วคอนกรีต ต้นไม้ และพื้นคอนกรีต เป็นเงิน1,429,697.01 บาท รวมเป็นเงินค่าทดแทนทั้งสิ้น 3,279,697.01 บาทและขอสงวนสิทธิอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไว้ตามเอกสารหมาย จ.1 หรือ ล.2 ต่อมาวันที่ 25 กันยายน 2533โจทก์ที่ 1 ได้ทำหนังสืออุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพื่อขอให้จำเลยจ่ายเงินค่าทดแทนเพิ่ม ตามหนังสืออุทธรณ์เอกสารหมายจ.13 หรือ ล.3 ครั้นวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2534 มีประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติฉบับที่ 44 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ออกประกาศใช้บังคับมีสาระสำคัญให้รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกาโดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรีมีอำนาจสั่งให้คณะกรรมการที่ตั้งไว้เดิมหรือคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นใหม่ แก้ไขราคาของอสังหาริมทรัพย์หรือราคาเบื้องต้นสำหรับที่ดินที่คณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นและจำนวนเงินค่าทดแทนอสังหาริมทรัพย์ที่จะต้องเวนคืนกำหนดไว้เดิมและประกาศไปแล้วซึ่งไม่เป็นธรรมเสียใหม่ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติได้ และให้ถือว่าราคาของอสังหาริมทรัพย์ที่แก้ไขแล้วเป็นราคาซื้อขายที่ตกลงกันใหม่แทนราคาเดิมตามประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติฉบับที่ 44 เอกสารหมาย จ.14 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้แต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นและจำนวนเงินค่าทดแทนเพื่อทำหน้าที่แก้ไขราคาเบื้องต้นและจำนวนเงินค่าทดแทนอสังหาริมทรัพย์ที่จะต้องเวนคืนขึ้น ตามเอกสารหมาย ล.9 คณะกรรมการดังกล่าวได้กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการแก้ไขราคาเบื้องต้นแล้วรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีหนังสือไปยังเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี ตามเอกสารหมาย ล.5 และคณะรัฐมนตรีเห็นชอบด้วยตามหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ฉบับลงวันที่23 กันยายน 2534 เอกสารหมาย จ.2 หรือ ล.6 ต่อมาคณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นและจำนวนเงินค่าทดแทนเพื่อทำหน้าที่แก้ไขราคาเบื้องต้นได้ประชุมและออกประกาศแก้ไขราคาค่าทดแทนตามรายงานการประชุมเอกสารหมาย ล.7 และประกาศคณะกรรมการแก้ไขราคาเบื้องต้นเอกสารหมาย ล.8 กำหนดว่า ที่ดินของโจทก์ทั้งสองได้เงินค่าทดแทนเพิ่มขึ้น 156.67 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นเงินเพิ่มอีก 2,898,395 บาท รวมเป็นค่าทดแทนทั้งสิ้น 4,748,395 บาท และสิ่งปลูกสร้างได้ค่าทดแทนเพิ่ม 32.68 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นเงิน1,893,750.94 บาท รวมเป็นเงิน 6,642,145.94 บาท และจำเลยมีหนังสือลงวันที่ 25 สิงหาคม 2535 เชิญโจทก์ที่ 1 ให
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง