คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2539
ฎีกาที่ 5777/2539
หลักกฎหมาย
สัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์กรณีที่ไม่อาจตกลงกันได้ในเรื่องจำนวนเงินค่าทดแทนซึ่งเป็นขั้นตอนหนึ่งของการดำเนินการกำหนดค่าทดแทนและจ่ายเงินค่าทดแทนให้แก่ผู้ที่จะถูกเวนคืนเพื่อสร้างทางพิเศษฯตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์พ.ศ.2530มาตรา10วรรคหนึ่งไม่ใช่การตกลงซื้อขายกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เมื่อขณะทำสัญญาดังกล่าวพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนฯซึ่งกำหนดให้จำเลยที่1เป็นเจ้าหน้าที่เวนคืนได้สิ้นผลบังคับแล้วเพราะหมดอายุฐานะเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์กับฐานะของคณะกรรมการเพื่อทำหน้าที่กำหนดราคาเบื้องต้นและจำนวนเงินค่าทดแทนอสังหาริมทรัพย์ที่จะต้องเวนคืนและราคาเบื้องต้นของอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวย่อมสิ้นผลไปด้วยสัญญาซื้อขายนั้นย่อมไม่มีผลใช้บังคับการดำเนินการกำหนดค่าทดแทนที่ดินของโจทก์ที่จะต้องถูกเวนคืนและจ่ายเงินค่าทดแทนดังกล่าวให้แก่โจทก์จึงต้องดำเนินการใหม่เมื่อพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนฉบับใหม่มีผลใช้บังคับ
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 14659ซึ่งถูกเวนคืน โจทก์ได้รับค่าทดแทนที่ดินไม่เป็นธรรม เพราะที่ดินของโจทก์อยู่ในแหล่งชุมชนที่เจริญแล้วมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าตารางวาละ60,000 บาท จำเลยทั้งสองกำหนดค่าทดแทนให้โจทก์ต่ำกว่าราคาที่ซื้อขายกันในท้องตลาด โจทก์จึงอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต่อมาโจทก์ได้รับแจ้งว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์โดยเห็นชอบตามที่คณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นกำหนดให้แก่โจทก์ และไม่เพิ่มค่าทดแทนให้แก่โจทก์อีก โจทก์มีสิทธิได้รับค่าทดแทนเพิ่มขึ้นจากเดิมตารางวาละ 40,000 บาท รวมเป็นเงิน 146,640 บาทกับค่าขาดประโยชน์เป็นดอกเบี้ยประเภทฝากประจำกับธนาคารออมสินอัตราร้อยละ 11.5 ต่อปี นับแต่วันที่โจทก์กับจำเลยที่ 1 ตกลงทำสัญญาซื้อขายที่ดินกัน เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2535 ถึงวันฟ้องเป็นเงิน 21,529,965 บาท รวมเป็นเงิน 168,169,965 บาทขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 168,169,965 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 11.5 ต่อปี ของต้นเงิน 146,640,000 บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ที่ดินของโจทก์เป็นที่ว่างเปล่าไม่มีการพัฒนาและไม่มีทางเข้าออกสู่ถนนสาธารณะที่โจทก์อ้างว่าราคาตารางวาละ 60,000 บาท เป็นราคาที่เกิดจากความพอใจของคู่กรณีแต่ละราย มิใช่ราคาที่ซื้อขายกันตามปกติทั้งโจทก์มิได้บรรยายให้แจ้งชัดว่าเป็นราคาที่ซื้อขายกันเมื่อใดจึงเป็นฟ้องเคลือบคลุม โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยจากจำเลยเพราะจำเลยทั้งสองมิได้ตกเป็นผู้ผิดนัด และดอกเบี้ยเงินฝากประจำของธนาคารออมสินก็ไม่ถึงร้อยละ 7.5 ต่อปี ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน พ.ศ. 2530 สิ้นผลบังคับตั้งแต่วันที่ 17มิถุนายน 2535 การที่ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ลงนามแทนจำเลยที่ 1 ทำสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์กับโจทก์ตามเอกสารหมายจ.1 เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2535 ซึ่งเป็นเวลาก่อนพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน พ.ศ. 2535 เริ่มใช้บังคับมิใช่เป็นการลงนามในฐานะเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์เอกสารหมาย จ.1 จึงไม่ใช่สัญญาซื้อขายตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 และไม่ใช่สัญญาซื้อขายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โจทก์ยังเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวและไม่มีสิทธิได้รับค่าทดแทนจนกว่าจำเลยจะได้ดำเนินการตามขั้นตอนของพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน พ.ศ. 2535 เสียก่อน พิพากษายกฟ้อง จำเลย ทั้ง สอง อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลย ทั้ง สอง ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันฟังได้ว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทตามโฉนดเลขที่ 14659 ตำบลสามเสนนอก (สามเสนนอกฝั่งเหนือ)อำเภอบางกะปิ (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 9 ไร่ 66 ตารางวาซึ่งอยู่ในเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่เขตพระโขนง เขตยานนาวาเขตปทุมวัน เขตบางรัก เขตสัมพันธวงศ์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่ายเขตพระนคร เขตดุสิต เขตบางเขน เขตพญาไท และเขตห้วยขวางกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2530 เพื่อสร้างทางพิเศษสายพระโขนง-หัวลำโพง-บางซื่อ และสาธร-ลาดพร้าว ซึ่งมีอายุ5 ปี นับตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2530 ถึงวันที่ 15 มิถุนายน2535 ตามเอกสารหมาย ล.3 คณะกรรมการเพื่อทำหน้าที่กำหนดราคาเบื้องต้นและจำนวนเงินค่าทดแทนอสังหาริมทรัพย์ที่จะต้องเวนคืนในท้องที่เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่เขตพระโขนง เขตยานนาวาเขตปทุมวัน เขตบางรัก เขตสัมพันธวงศ์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่ายเขตพระนคร เขตดุสิต เขตบางเขน เขตพญาไท และเขตห้วยขวางกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2530 ตามคำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ 953/2534ตามเอกสารหมาย ล.4 กำหนดเงินค่าทดแทนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ตารางวาละ 20,000 บาท และจำเลยที่ 1 โดยผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย กับโจทก์ทำสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทกันวันที่20 สิงหาคม 2535 ตามสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เอกสารหมาย จ.1อันเป็นระยะเวลาที่พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวหมดอายุแล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า สัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยที่ 1 โดยผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทยกับโจทก์ตามสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เอกสารหมาย จ.1 มีผลใช้บังคับหรือไม่ เห็นว่า สัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทตามสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ เอกสารหมาย จ.1 เป็นสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530เพื่อสร้างทางพิเศษโครงการระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน สายสาธร-ลาดพร้าว(บริเวณโรงซ่อมบำรุง) กรณีที่ไม่อาจตกลงกันได้ในเรื่องจำนวนเงินค่าทดแทนซึ่ง
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง