คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2545
ฎีกาที่ 584/2545
หลักกฎหมาย
การที่จำเลยขับรถยนต์บรรทุกแซงออกไปทางด้านขวาเพื่อหลบหนีการจับกุมโดยมิได้ชนผู้เสียหายทั้งสองและรถที่จอดขวางทางนั้น มีเหตุสงสัยตามสมควรว่า จำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายทั้งสองหรือไม่ ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้แก่จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสองแต่การที่จำเลยขับรถแซงออกทางด้านขวาเพื่อหลบหนีการจับกุมดังกล่าว จำเลยย่อมเล็งเห็นได้ว่าอาจชนผู้เสียหายทั้งสองให้ได้รับอันตรายแก่กายได้ อันเป็นความผิดฐานพยายามทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ และเป็นการกระทำรวมอยู่ในความผิดฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่จึงลงโทษจำเลยฐานพยายามทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ตามที่พิจารณาได้ความได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคท้าย
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำผิดกฎหมายหลายกรรมต่างกันคือจำเลยขับรถยนต์ประเภทกึ่งพ่วงโดยรถลากจูงเป็นรถยนต์บรรทุกสิบล้อหมายเลขทะเบียน 70-0248 นนทบุรี ซึ่งมี 3 เพลา 6 ล้อ ชนิดเพลาที่ 2และที่ 3 เป็นเพลาคู่ใช้ยางคู่ (ยาง 10 เส้น) และตัวรถกึ่งพ่วงชนิดเพลาคู่ใช้ยางคู่ (ยาง 8 เส้น) หมายเลขทะเบียนเดียวกันโดยมีน้ำหนักบรรทุกและน้ำหนักลงเพลาของรถลากจูงและรถกึ่งพ่วงรวม 38,920 กิโลกรัมเกินกว่า 37,400 กิโลกรัมตามอัตราประกาศผู้อำนวยการทางหลวงพิเศษ ผู้อำนวยการทางหลวงแผ่นดินและผู้อำนวยการทางหลวงสัมปทานกำหนดจำนวน 1,520 กิโลกรัม แล่นไปตามถนนสายโพธิ์พระยา-ท่าเรือ ซึ่งเป็นทางหลวงแผ่นดินทางหลวงพิเศษ ทางหลวงสัมปทาน จากอำเภอดอนพุดมุ่งหน้าไปอำเภอบ้านหมอ โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เมื่อพลตำรวจสมชายคงนอก เจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอดอนพุด จังหวัดสระบุรีให้สัญญาณโบกมือให้จำเลยหยุดรถเพื่อตรวจสอบ จำเลยกลับฝ่าฝืนสัญญาณจราจรของเจ้าพนักงานดังกล่าว ขับรถเร่งหนีไปด้วยความเร็วในขณะที่รถคันอื่นแล่นอยู่ข้างหลัง โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น พลตำรวจสมชายและพลตำรวจวิเชษฐ์ วรพุฒ ได้ติดตามจำเลยไปสกัดอยู่ด้านหน้าและยืนอยู่กลางถนนพร้อมกับให้สัญญาณจำเลยหยุดรถเพื่อจับกุมซึ่งเป็นการปฏิบัติการตามหน้าที่ แต่จำเลยโดยมีเจตนาฆ่าพลตำรวจสมชายและพลตำรวจวิเชษฐ์ ได้ขับรถยนต์บรรทุกดังกล่าวพุ่งเข้าชนพลตำรวจสมชายและพลตำรวจวิเชษฐ์จำเลยได้ลงมือกระทำความผิดไปตลอดแล้วแต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล เนื่องจากพลตำรวจสมชายและพลตำรวจวิเชษฐ์ได้พุ่งตัวหลบข้างทาง จึงไม่ถึงแก่ความตายสมดังเจตนาของจำเลยเหตุเกิดที่ตำบลดอนพุด อำเภอดอนพุด จังหวัดสระบุรี ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289, 80, 91 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43, 21 พระราชบัญญัติทางหลวงพ.ศ. 2535 มาตรา 61 จำเลยให้การรับสารภาพฐานใช้ยานพาหนะที่มีน้ำหนักบรรทุกลงเพลาเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ฐานไม่ปฏิบัติตามสัญญาณจราจรและฐานขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น แต่ปฏิเสธฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(2), 80 ประกอบมาตรา 52(1)ลงโทษจำคุกตลอดชีวิตพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522มาตรา 21 วรรคหนึ่ง, 43(8),152, 160 วรรคสาม ลงโทษฐานขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดให้จำคุก 2 เดือน และพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 มาตรา 61,73 ให้จำคุก 2 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ความผิดฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ จำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 คงจำคุก 33 ปี 4 เดือน ฐานขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่นคงจำคุก 1 เดือน ฐานใช้ยานพาหนะที่มีน้ำหนักบรรทุกลงเพลาเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดคงจำคุก 1 เดือนรวมจำคุก 33 ปี 6 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่าตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยขับรถยนต์ประเภทกึ่งพ่วง หมายเลขทะเบียน 70-0248 นนทบุรี บรรทุกรายมีน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่นและฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามสัญญาณจราจรตามฟ้อง คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่หรือไม่ โจทก์มีพลตำรวจสมชายคงนอก และพลตำรวจวิเชษฐ์ วรพุฒ ผู้เสียหายทั้งสองเบิกความยืนยันว่า ขณะผู้เสียหายทั้งสองปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ตู้พักสายตรวจริมถนนโพธิ์พระยา-ท่าเรือ ได้มีชายคนหนึ่งขับรถยนต์กระบะมาแจ้งแก่พลตำรวจสมชายว่า จำเลยขับรถยนต์บรรทุกสิบแปดล้อบรรทุกทรายทำทรายตกหล่นใส่รถของชายดังกล่าวได้รับความเสียหาย พลตำรวจสมชายจึงออกไปโบกมือให้สัญญาณให้หยุดรถ จำเลยไม่ยอมหยุดและแล่นหลบหนีไปพลตำรวจสมชายจึงให้พลตำรวจวิเชษฐ์ขับรถยนต์กระบะของทางราชการตามไปได้ 4 ถึง 5 กิโลเมตร จนทันรถของจำเลยพลตำรวจสมชายโบกมือให้จำเลยหยุดรถ จำเลยหยุดรถเดินมายังรถยนต์ของพลตำรวจสมชาย พลตำรวจสมชายขอตรวจใบอนุญาตขับขี่ จำเลยแจ้งว่ามีแต่ใบสั่ง พลตำรวจสมชายจึงขอดูใบสั่ง จำเลยเดินกลับไปที่รถก่อนขึ้นรถจำเลยตะโกนว่า หากอยากได้ให้ขับรถตามไปให้ทัน แล้วจำเลยขับรถยนต์บรรทุกต่อไปด้วยความรวดเร็ว ผู้เสียหายทั้งสองจึงขับรถยนต์ตามไปอีก เมื่อขับไปทันพลตำรวจสมชายโบกมือให้จำเลยหยุดรถหลายครั้งแต่จำเลยไม่ยอมหยุด พลตำรวจวิเชษฐ์จึงเร่งความเร็วแซงขึ้นหน้ารถของจำเลยพร้อมเปิดสัญญาณไฟและเสียงไซเรน ไปจอดขวางทางเดินรถด้านหน้าห่าง 2 ถึง 3 กิโลเมตร และเรียกรถยนต์บรรทุกน้ำมันที่แล่นสวนทางมาให้หยุดปิดทางเดิ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง