คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2545
ฎีกาที่ 5886/2545
หลักกฎหมาย
เมื่อแผนฟื้นฟูกิจการได้รับการยอมรับจากที่ประชุมเจ้าหนี้ด้วยมติพิเศษตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯ มาตรา 90/46 แล้ว กฎหมายกำหนดให้แผนฟื้นฟูกิจการจะต้องได้รับความเห็นชอบจากศาลอีกชั้นหนึ่งตามมาตรา 90/56 กรณีจึงเป็นการกำหนดให้ศาลเข้ามามีบทบาทในทางเศรษฐกิจในอันที่จะควบคุมดูแลให้กระบวนฟื้นฟูกิจการดำเนินการไปด้วยความเป็นธรรม เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เจ้าหนี้และประเทศชาติโดยรวมและหากแผนฟื้นฟูกิจการมีลักษณะครบถ้วนตามมาตรา 90/58 กำหนด ถือว่าเป็นมาตรฐานขั้นต่ำอันจะต้องมีก็ให้ศาลมีอำนาจที่จะใช้ดุลพินิจให้ความเห็นด้วยแผนได้ในการพิจารณาว่าจะให้ความเห็นชอบด้วยแผนนั้น ศาลจึงมีอำนาจพิจารณาในรายละเอียดเนื้อหาของแผนตลอดจนความสุจริตในการทำแผนนั้นด้วย การศึกษาและวิเคราะห์ธุรกิจของลูกหนี้จะต้องมีการดำเนินการเพื่อให้การฟื้นฟูกิจการประสบผลสำเร็จ เหตุที่แผนกำหนดให้ลูกหนี้ออกหุ้นสามัญจำนวน29,623,672 หุ้น ในราคาที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท ชำระค่าหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทพ. ในราคา 1.69 บาทต่อหุ้นนั้น เนื่องจากเป็นราคาที่ใช้ในการตกลงรวมกิจการระหว่างลูกหนี้และบริษัท พ. โดยถือว่าธุรกิจของบริษัท พ. มีมูลค่าที่ในอัตราร้อยละ 80 และธุรกิจของลูกหนี้เดิมมีมูลค่าที่ร้อยละ 20 ของธุรกิจโดยรวมภายหลังรวมกิจการ ภายหลังการปรับโครงสร้างหนี้โดยการลดทุนลดหนี้และแปลงหนี้เป็นทุนเพื่อให้ฐานะของลูกหนี้เหมาะสมที่จะดำเนินธุรกิจต่อไป ถ้าไม่มีการรวมกิจการลูกหนี้จะไม่มีรายได้ จะทำให้มูลค่าส่วนของผู้ถือหุ้นจะทยอยหมดลงในที่สุดมูลค่ากิจการของลูกหนี้ก่อนการรวมกิจการจึงต่ำมากสำหรับธุรกิจปัจจุบันของบริษัท พ. เป็นธุรกิจที่มีกำไร การที่ผู้ถือหุ้นของบริษัท พ. เข้ามาถือหุ้นในกิจการลูกหนี้ในราคา 1.69 บาทต่อหุ้น โดยมีสัดส่วนการถือหุ้นที่ 80:20 เป็นข้อตกลงที่เป็นธรรมและให้ประโยชน์ต่อเจ้าหนี้และผู้ถือหุ้นของลูกหนี้ ไม่ทำให้กลุ่มเจ้าหนี้ที่มีมูลหนี้จะต้องถูกแปลงเป็นทุนเสียเปรียบแต่อย่างใด ในกระบวนพิจารณาแผนไม่มีคู่ความใดโต้แย้งรายการในแผนเกี่ยวกับรายละเอียดแห่งสินทรัพย์หนี้สิน และภาระผูกพันต่าง ๆ ของลูกหนี้ในขณะที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ จึงรับฟังได้ตามที่ปรากฏในแผน และในแผนฟื้นฟูกิจการได้นำจำนวนเงินตามรายการมาคิดคำนวณประมาณการที่เจ้าหนี้จะได้รับในกรณีที่ศาลพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลายและกรณีดำเนินการตามแผนสำเร็จ ซึ่งแสดงว่าเมื่อดำเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการสำเร็จจะทำให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ไม่น้อยกว่า กรณีที่ศาลมีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯ มาตรา 90/58(3) แล้ว ในการขอแก้ไขแผนนั้น เจ้าหนี้จะต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯมาตรา 90/45 และการที่ศาลจะพิจารณาแผนที่มีการแก้ไขแล้วได้นั้นจะต้องผ่านการยอมรับจากที่ประชุมเจ้าหนี้มาแล้วตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯ มาตรา 90/46แต่การที่กฎหมายล้มละลายกำหนดให้ศาลเข้ามามีบทบาทในการควบคุมดูแลในการฟื้นฟูกิจการเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่บุคคลที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายนั้น เมื่อได้คำนึงถึงประโยชน์ในการฟื้นฟูกิจการหรือเพื่อให้การฟื้นฟูกิจการดำเนินการต่อไปได้ ทั้งกรณีมีเหตุจำเป็นและสมควร ศาลมีอำนาจสั่งให้รับคำขอแก้ไขแผนที่ยื่นล่วงเลยระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้เพื่อให้ที่ประชุมเจ้าหนี้พิจารณาก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งชอบด้วยแผนหรือไม่ ได้ เมื่อเจ้าหนี้ได้ขอแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการล่วงเลยระยะเวลาตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯ มาตรา 90/45 และเมื่อคำนึงถึงประโยชน์ในการฟื้นฟูกิจการแล้ว แผนฟื้นฟูกิจการชอบด้วยกฎหมายและก่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่บุคคลที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย กรณีจึงไม่มีเหตุจำเป็นหรือสมควรที่จะให้ที่ประชุมเจ้าหนี้พิจารณาข้อเสนอในการขอแก้ไขแผนของเจ้าหนี้อีก
มาตราที่อ้างถึง
พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 90/45พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 90/46พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 90/56พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 90/58
คำพิพากษา (บางส่วน)
คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ และตั้งบริษัทพรีเมียร์ แพลนเนอร์ จำกัด เป็นผู้ทำแผน เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานว่าที่ประชุมเจ้าหนี้มีมติพิเศษยอมรับแผนที่มีการแก้ไขแล้วตามพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 มาตรา 90/46(2) ขอให้ศาลนัดพิจารณาแผน เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้แจ้งกำหนดนัดพิจารณาแผนให้ผู้ทำแผน ลูกหนี้ และเจ้าหนี้ทั้งหลายทราบโดยชอบแล้วตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/56 เจ้าหนี้รายที่ 3 และที่ 8 ยื่นคำคัดค้านว่า การกำหนดราคาหุ้นที่ลูกหนี้ออกให้เพื่อชำระค่าหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทพรีเมียร์ ซีอี จำกัด ในราคา 1.69 บาท ไม่ยุติธรรมแก่เจ้าหนี้ทั้งปวง เพราะกลุ่มเจ้าหนี้ที่มีมูลหนี้จะต้องถูกแปลงหนี้เป็นทุนคิดเป็นภาระหนี้รวมทั้งสิ้น 527,040,287.96 บาท จะถูกแปลงเป็นหุ้นสามัญของบริษัทลูกหนี้จำนวน5,074,880 หุ้น ในราคาหุ้นละ 10 บาท รวมเป็นเงิน 50,748,800 บาท ซึ่งคิดคำนวณราคาที่ใช้ในการแปลงสภาพภาระหนี้เป็นหุ้นสามัญได้ราคาหุ้นละ 103.85 บาท เป็นราคาที่มีความแตกต่างกับราคาหุ้นที่ลูกหนี้ออกให้เพื่อชำระค่าหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทพรีเมียร์ ซีอี จำกัด ที่ราคาหุ้นละ 1.69 บาท เป็นอย่างมาก ทำให้บริษัทพรีเมียร์ซีอี จำกัด ได้เปรียบเจ้าหนี้ที่มีมูลหนี้ที่จะถูกแปลงเป็นทุนซึ่งต่อไปจะต้องเข้าเป็นผู้ถือหุ้นของลูกหนี้เช่นเดียวกับบริษัทพรีเมียร์ ซีอี จำกัด ทั้งยังปรากฏว่ากรรมการบริษัทพรีเมียร์ซีอี จำกัด บางคนดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการของลูกหนี้ และผู้ถือหุ้นของลูกหนี้กับผู้ถือหุ้นของบริษัทพรีเมียร์ ซีอี จำกัด ก็เป็นบุคคลในกลุ่มเดียวกัน การรวมกิจการกันเช่นนี้จึงมีลักษณะทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ และเจ้าหนี้รายที่ 3 เสนอแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ในส่วนที่กำหนดให้ลูกหนี้ดำเนินการออกหุ้นสามัญในราคาที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาทเพื่อชำระค่าหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นบริษัทพรีเมียร์ ซีอี จำกัด ในราคาหุ้นละ 1.69 บาท เป็นราคาหุ้นละ 103.85 บาท ซึ่งเป็นราคาเท่ากับกลุ่มเจ้าหนี้ที่มูลหนี้จะต้องถูกแปลงหนี้เป็นทุนเพื่อเป็นประโยชน์ต่อเจ้าหนี้และลูกหนี้ในการฟื้นฟูกิจการ ขอให้มีคำสั่งไม่เห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้และแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำชี้แจงว่า มูลค่ากิจการของบริษัทพรีเมียร์ ซีอี จำกัดที่เข้ามารวมจะต้องอยู่ในเกณฑ์ 246,172,714.32 บาท ผู้ทำแผนควรแสดงให้เห็นว่ามูลค่าของกิจการที่เข้ามารวมนั้นต้องไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ดังกล่าวจึงจะแสดงได้ว่าไม่เป็นการให้เปรียบเกินกว่าเจ้าหนี้ไม่มีประกัน ผู้ทำแผนยื่นคำชี้แจงว่า หากการรวมกิจการระหว่างลูกหนี้กับบริษัทพรีเมียร์ ซีอีจำกัด ไม่ประสบผลสำเร็จก็เป็นหน้าที่ของผู้บริหารแผนที่จะต้องแก้ไขแผนเพื่อให้การฟื้นฟูกิจการสามารถดำเนินต่อไปได้ ผลของการรวมกิจการกับบริษัทพรีเมียร์ ซีอี จำกัดทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของเจ้าหนี้ของลูกหนี้มีค่าเท่ากับร้อยละ 13.7 สัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นเดิมของลูกหนี้เท่ากับร้อยละ 6.3 รวมเป็นร้อยละ 20 และสัดส่วนของบริษัทพรีเมียร์ ซีอี จำกัด จะมีค่าเท่ากับร้อยละ 80 ของทุนจดทะเบียนใหม่ โดยการกำหนดส่วนทุนดังกล่าวได้พิจารณาถึงมูลค่าปัจจุบันของกิจการซึ่งทรัพย์สินของลูกหนี้ที่มีอยู่ไม่เพียงพอที่จะชำระหนี้สินให้แก่เจ้าหนี้ทั้งหลายได้ มูลค่ากิจการของลูกหนี้จึงติดลบ แต่บริษัทพรีเมียร์ ซีอี จำกัด ทำธุรกิจที่มีผลกำไร เมื่อรวมกิจการกันแล้วผู้ถือหุ้นเดิมของลูกหนี้และเจ้าหนี้ของลูกหนี้จะมีสัดส่วนการถือหุ้นเท่ากับร้อยละ 20 และบริษัทพรีเมียร์ ซีอี จำกัด เท่ากับร้อยละ 80 ในประเด็นเรื่องราคาต่อหุ้นที่เจ้าหนี้กล่าวถึงไม่สามารถที่จะนำมาเปรียบเทียบได้เพราะเกิดจากคนละวัตถุประสงค์และเสนอขายต่อกลุ่มบุคคลที่ฐานะต่างกัน นอกจากนี้ราคาหุ้นของลูกหนี้ที่เกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุนนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อลดจำนวนหนี้ของลูกหนี้ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ส่วนราคาหุ้นที่บริษัทพรีเมียร์ ซีอี จำกัด จะเข้ามารวมธุรกิจด้วยนั้นเกิดจากข้อตกลงที่เสนอโดยพิจารณาจากมูลค่าของธุรกิจของบริษัททั้งสอง กรณีที่กรรมการของบริษัททั้งสองมีความเกี่ยวข้องกันโดยกรรมการลูกหนี้บางคนเป็นกรรมการของบริษัทพรีเมียร์ ซีอี จำกัดและผู้ทำแผน ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นของลูกหนี้มีความเกี่ยวพันกับบริษัทพรีเมียร์ ซีอี จำกัดเนื่องจากลูกหนี้และบริษัทพรีเมียร์ ซีอี จำกัด เป็นบริษัทในกลุ่มพรีเมียร์ซึ่งบริหารงานโดยผู้บริหารของบริษัทพรีเมียร์ เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (มหาชน) จากการที่ผู้ทำแผนผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นของลูกหนี้และบริษัทพรีเมียร์ ซีอี จำกัด มีความเกี่ยวพันกันนั้น ทำให้การเจรจาเพื่อรวมธุรกิจเป็นผลสำเร็จลุล่วงได้ง่ายขึ้น การเป็นกรรมการได้รับการเปิดเผยต่อหน้าสาธารณะอย่างถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบของทางการทุกประการ และการปฏิบ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง