คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2564
ฎีกาที่ 5958/2564
หลักกฎหมาย
ตามทางไต่สวนได้ความถึงอาการบาดเจ็บของโจทก์ว่า นอกจากการรักษาโดยจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นแพทย์กระดูกและข้อแล้ว ยังมีขั้นตอนการรักษาหลอดเลือดที่แพทย์หลอดเลือดเข้ามารักษาอาการของโจทก์ โดยนายแพทย์ ว. ตรวจพบอาการเกิดตุ่มน้ำพองใสบริเวณขาซ้ายและข้อเท้าซ้ายมีสีคล้ำเกรงจะเกิดภาวะขาดเลือด เมื่อดำเนินการฉีดสีพบว่าเส้นเลือดที่เป็นเส้นหลักในการส่งเลือดไปหล่อเลี้ยงขาซ้ายไม่ปรากฏในผลการตรวจ นายแพทย์ ว. ได้ปรึกษาผู้บริหารและปรึกษาแพทย์ทางโรงพยาบาลที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่และนายแพทย์ ก. ได้แนะนำให้ทำบายพาสด่วนโดยหาทีมแพทย์ท้องถิ่นหรือส่งต่อทางเครื่องบิน แต่นายแพทย์ ว. ส่งโจทก์ไปรักษาที่กรุงเทพมหานครด้วยรถพยาบาลของจำเลยที่ 1 โดยอ้างข้อจำกัดในการเคลื่อนย้ายโจทก์ด้วยเฮลิคอปเตอร์ว่าใช้ระยะเวลาในการประสานงาน การรอคิวว่างของเฮลิคอปเตอร์ที่ว่าต้องรออีก 2 ถึง 3 วัน การลงจอดรับผู้ป่วยต้องลงจอดที่สถานีตำรวจท้องที่นอกบริเวณโรงพยาบาลของจำเลยที่ 1 โดยไม่มีรายละเอียดถึงข้อจำกัดในการเคลื่อนย้ายนับเป็นข้ออ้างที่เลื่อนลอยไม่ได้พิสูจน์ให้เห็นเช่นนั้นตามภาระการพิสูจน์ ทั้งได้ความจากโจทก์ว่าญาติของโจทก์ขอให้เคลื่อนย้ายทางเฮลิคอปเตอร์ที่จำเลยที่ 1 จัดให้บริการเรียกว่า SKY ICU จำเลยที่ 1 แจ้งว่าเฮลิคอปเตอร์ไม่ว่างและไม่สามารถบินกลางคืนได้ โดยจำเลยที่ 1 มิได้ถามค้านโจทก์เพื่อหักล้างสมรรถนะของเฮลิคอปเตอร์ดังที่โจทก์เบิกความ คดีย่อมฟังได้ว่า เฮลิคอปเตอร์ที่จำเลยที่ 1 ให้บริการรับส่งผู้ป่วยทางอาการมิได้มีข้อจำกัดที่ไม่สามารถบินในเวลากลางคืนได้ เมื่อคำโฆษณาประชาสัมพันธ์ของจำเลยที่ 1 ระบุว่า โรงพยาบาลมีบริการรับส่งผู้ป่วยทางอากาศ (Air Ambulance) แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่ามีผู้ใช้บริการมากราย หรือเฮลิคอปเตอร์ไม่มีคิวว่างที่จะเคลื่อนย้ายโจทก์ในวันนั้น คำโฆษณาประชาสัมพันธ์ของจำเลยที่ 1 ย่อมทำให้โจทก์เชื่อว่า จำเลยที่ 1 มีบริการเช่นนั้นจริง นายแพทย์ ต. พยานจำเลย เบิกความตอบคำถามค้านของทนายโจทก์ว่า การทำบายพาสเร่งด่วนให้ได้ภายใน 6 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้เนื้อเยื่อหรือกล้ามเนื้อได้รับความเสียหาย เมื่อการเคลื่อนย้ายโจทก์ได้รับความยินยอมจากมารดาของโจทก์เมื่อเวลา 22 นาฬิกา และสามารถเคลื่อนย้ายด้วยรถพยาบาลเมื่อเวลา 3 นาฬิกา ของวันที่ 12 กำหนดถึงโรงพยาบาลที่กรุงเทพมหานครเวลาประมาณ 15 นาฬิกา เท่ากับใช้เวลาก่อนออกเดินทาง 5 ชั่วโมง เวลาเดินทาง 12 ชั่วโมง จำเลยที่ 1 ย่อมตระหนักดีว่าระยะเวลาในการเคลื่อนย้ายโจทก์เป็นข้อสำคัญที่ต้องดำเนินการทันท่วงที การเคลื่อนย้ายด้วยรถพยาบาลที่ต้องใช้เวลาดังกล่าวย่อมไม่สอดคล้องกับคำแนะนำและไม่เป็นผลดีต่อการรักษาอาการของโจทก์ เป็นการเลือกใช้วิธีเคลื่อนย้ายโจทก์ไปรักษาที่ไม่เหมาะสมแก่โจทก์ในสภาวการณ์เช่นนั้น คดีฟังไม่ได้ว่า จำเลยที่ 1 ได้ใช้ความพยายามตามวิธีการและมาตรฐานในการวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียในการรักษาและเคลื่อนย้ายโจทก์ตามสถานการณ์และอาการบาดเจ็บของโจทก์ในขณะนั้น การที่โจทก์ต้องถูกตัดขาเป็นผลสืบเนื่องมาจากการส่งตัวโจทก์ไปรักษาที่ล่าช้าเนิ่นนานเกินไป อันแสดงว่าจำเลยที่ 1 ไม่ใช้ความระมัดระวังตามวิสัยและพฤติการณ์เช่นโรงพยาบาลผู้มีความเชี่ยวชาญ ซึ่งอาจใช้ความระมัดระวังเช่นนั้นได้ แต่หาใช้ให้เพียงพอไม่ นับเป็นความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 ในการดูแลรักษาโจทก์และเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ชำระเงิน 50,000,000 บาท และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงิน 321,784,100 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้นแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 25,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 5 พฤษภาคม 2560) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้นแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 50,000 บาท โดยส่วนที่โจทก์ได้รับยกเว้นนั้น ให้จำเลยที่ 1 นำมาชำระต่อศาลในนามของโจทก์ เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ชำระตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ด้วย ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 และค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา โดยศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า โจทก์เป็นคนเชื้อชาติไทยอเมริกัน สัญชาติไทย อาชีพนักกีฬาและครูผู้ฝึกสอนกีฬาแก่เยาวชน เป็นนักกีฬาทีมชาติไทยประเภทกีฬาทางน้ำเวคบอร์ด สังกัดสมาคมเอ็กซ์ตรีมแห่งประเทศไทย จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการสถานพยาบาลโรงพยาบาลเอกชน รับรักษาคนไข้และคนป่วย โดยใช้ชื่อว่าโรงพยาบาล ก. จำเลยที่ 2 เป็นแพทย์แผนกศัลยกรรมกระดูกและข้อประจำโรงพยาบาลของจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2559 โจทก์เป็นตัวแทนนักกีฬาเวคบอร์ดของทีมประเทศไทยลงแข่งขันไอดับบลิวดับบลิวเอฟเอเชี่ยนคัพ (IWWF Asian Cup) จัดขึ้นที่ภูเก็ต วอเตอร์ ปาร์ค อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต โดยมีรถพยาบาลของจำเลยที่ 1 จอดให้บริการฉุกเฉิน ระหว่างแข่งขันโจทก์ประสบอุบัติเหตุตกจากเวคบอร์ดขากระแทกพื้นน้ำมีอาการปวดบวมที่ขาข้างซ้าย รถปฐมพยาบาลนำโจทก์เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจำเลยที่ 1 โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นแพทย์ที่ประเมินอาการบาดเจ็บของโจทก์ในเบื้องต้นพบว่าเข่าซ้ายมีการผิดรูปอย่างชัดเจน หลอดเลือดแดงไม่สามารถไหลไปยังปลายเท้าได้ สาเหตุเกิดจากการหนีบทับหรือบาดเจ็บรุนแรงของหลอดเลือดจนเลือดไม่สามารถไหลเวียนได้ ผลการตรวจพบการเคลื่อนของข้อเข่าและการบาดเจ็บของหลอดเลือดแดงขาพับด้านซ้ายทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตัน การรักษานอกจากผ่าตัดขาซ้ายนำลิ่มเลือดออกและซ่อมเส้นเลือดแดงที่ฉีกขาดแล้วโจทก์ยังได้รับการรักษาด้วยเครื่องออกซิเจนแรงดันสูง (HBO) เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเลือดให้บริเวณขาซ้าย และตรวจพบว่าบริเวณขาซ้ายเกิดภาวะความดันสูงภายในช่องกล้ามเนื้อ ครั้นวันที่ 11 พฤษภาคม 2559 โจทก์มีภาวะขาดเลือดไปหล่อเลี้ยงขาซ้าย จำเลยที่ 1 ส่งโจทก์ไปรักษาต่อที่โรงพยาบาล ก. ซอยศูนย์วิจัย กรุงเทพมหานคร โดยเคลื่อนย้ายโจทก์ด้วยรถพยาบาลของจำเลยที่ 1 ไม่ได้ใช้เฮลิคอปเตอร์ที่จำเลยที่ 1 จัดให้บริการที่เรียกว่า SKY ICU ซึ่งเป็นของบริษัท EUROCOPTER รุ่น EC 145 ระหว่างเดินทางมารดาของโจทก์ประสงค์ให้ส่งโจทก์ไปรักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดี กรุงเทพมหานคร แพทย์ของโรงพยาบาลรามาธิบดีรับโจทก์ไว้รักษาโดยได้ตัดขาซ้ายของโจทก์ตั้งแต่ช่วงเข่าลงไป ความรับผิดของจำเลยที่ 2 เป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 เพราะโจทก์ไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกา คดีคงขึ้นมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะความรับผิดของจำเลยที่ 1 คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ 1 ประมาทเลินเล่อในการดูแลรักษาโจทก์ ต้องรับผิดตามฟ้องหรือไม่ เพียงใด โจทก์ยกเหตุผลประกอบข้อฎีกาว่า (1) จำเลยที่ 1 เลือกใช้วิธีการรักษาที่ผิดพลาด ข้อที่ว่าคิวตารางบินเต็ม โดยมีคิวเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินที่จังหวัดอื่น เป็นข้ออ้างลอย ๆ ไม่ได้พิสูจน์ให้เห็นเช่นนั้นตามภาระการพิสูจน์ การทำบายพาสคือการผ่าตัดทางเบี่ยงหลอดเลือดโดยแพทย์ท้องถิ่นสามารถทำได้ เพราะนายแพทย์วิรุฬ เป็นแพทย์เฉพาะทางด้านหลอดเลือด และทำงานนอกเวลาที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ตสามารถทำงานร่วมกับแพทย์ประจำโรงพยาบาลวชิระภูเก็ตตามที่นายแพทย์ชวลิต แพทย์โรงพยาบาลวชิระภูเก็ตพยานโจทก์เบิกความ หรือมิเช่นนั้นก็ส่งแพทย์จากสำนักงานใหญ่มาผ่าตัดที่โรงพยาบาลจำเลยที่ 1 แทน จะสามารถมาได้เร็วกว่า (2) เหตุการณ์ที่ย้ายโจทก์ไปรักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดีเกิดขึ้นภายหลังที่เกิดข้อผิดพลาดแล้วคำแนะนำการรักษาโจทก์ไม่ได้ให้ส่งด้วยรถพยาบาล และ (3) รถพยาบาลที่ใช้ส่งโจทก์เป็นรถเก่า นายแพทย์ชวลิต พยานโจทก์เบิกความถึงการเฝ้าระวังภาวะความดันสูงภายในช่องกล้ามเนื้อต้องกระทำภายใน 8 ชั่วโมง หากเกินกว่านั้นมีโอกาสสูงที่จะต้องถูกต
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง