ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2545

ฎีกาที่ 599/2545

หลักกฎหมาย

คู่มือพนักงานและคำมั่นสัญญาส่วนบุคคลซึ่งเป็นระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานและเป็นหลักจริยธรรมของจำเลยระบุว่าลูกจ้างต้องไม่ให้ผลประโยชน์ส่วนตัวเข้าแทรกแซงการดำเนินธุรกิจของจำเลย การที่โจทก์ทำงานกับจำเลยในตำแหน่งวิศวกรเครื่องกลกับร่วมเป็นคณะกรรมการพิจารณาผู้จัดจำหน่ายสินค้าให้จำเลยและยังเป็นผู้พิจารณาอะไหล่และอุปกรณ์สำหรับใช้กับเครื่องจักรของจำเลยแม้โจทก์จะไม่ได้เป็นผู้พิจารณาให้บริษัท ส. ได้เป็นคู่ค้ากับจำเลยแต่ตำแหน่งของโจทก์สามารถมีอิทธิพลต่อการติดต่อและเป็นมูลเหตุจูงใจกับเป็นช่องทางให้โจทก์เอื้อประโยชน์ให้แก่บริษัท ส. ที่โจทก์ร่วมก่อตั้งเป็นพยานการโอนหุ้น และเข้าประชุมที่บริษัทดังกล่าวแทนภริยาโจทก์ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นโดยทางอ้อมได้ การกระทำของโจทก์ดังกล่าวถือว่าเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นกรณีร้ายแรง จำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย แม้จำเลยจะไม่ได้ระบุไว้ในหนังสือเลิกจ้างว่าโจทก์ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานข้อใด แต่จำเลยก็มีสิทธิให้การโดยยกรายละเอียดการกระทำของโจทก์ตามหนังสือเลิกจ้างแล้วระบุข้อของระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ที่ตรงกับข้อห้ามที่โจทก์กระทำการฝ่าฝืนขึ้นเป็นข้อต่อสู้ได้ ไม่ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานพ.ศ. 2541 มาตรา 17 วรรคสาม

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2526 จำเลยจ้างโจทก์ทำงานครั้งสุดท้ายตำแหน่งวิศวกรเครื่องกลอัตราค่าจ้างเดือนละ 38,500 บาทกำหนดจ่ายค่าจ้างทุกวันที่ 15 และวันสิ้นเดือน ต่อมาวันที่ 2 มิถุนายน 2541 จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์มิได้กระทำผิด ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชย 231,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2541 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์มีหน้าที่รับผิดชอบควบคุมดูแลปรับปรุงและพัฒนาขบวนการผลิตและการขึ้นรูป มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาเสนอการเลือกใช้อะไหล่และอุปกรณ์ พิจารณาคัดเลือกผู้จำหน่ายสินค้าที่ใช้ในขบวนการดังกล่าวให้จำเลย มีอำนาจติดต่อสั่งซื้อสินค้าจากผู้จำหน่ายโดยตรงในกรณีเร่งด่วน ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สามารถให้คุณให้โทษต่อการดำเนินกิจการของผู้จำหน่ายสินค้าให้แก่จำเลยและของจำเลยโดยตรงแต่โจทก์ใช้ชื่อภริยาคือนางดวงใจ นาคสวัสดิ์ ได้ร่วมกับนายสิทธิกร เพ็ชรรักซึ่งเป็นวิศวกรอีกคนหนึ่งของจำเลยและบุคคลอื่นก่อตั้งบริษัทสามารถพรีซีชั่นส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทคู่ค้าผู้จำหน่ายสินค้าอุปกรณ์และอะไหล่เพื่อใช้กับเครื่องมือเครื่องจักรกลให้แก่จำเลย อันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกรณีที่ร้ายแรงตามคู่มือพนักงาน หมวดที่ 1ข้อ 7, 9 หมวดที่ 7 ข้อ 7.1.3, 7.1.12 เป็นโทษสถานร้ายแรงตามข้อ 11,12, 18 ละเมิดคำมั่นสัญญาส่วนบุคคลหัวข้อการกระทำเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงและวินิจฉัยว่า เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม2526 จำเลยจ้างโจทก์ทำงาน ครั้งสุดท้ายดำรงตำแหน่งวิศวกรเครื่องกลอัตราค่าจ้างเดือนละ 38,500 บาท กำหนดจ่ายค่าจ้างทุกวันที่ 15 และวันสิ้นเดือน โจทก์ร่วมก่อตั้งและดำเนินกิจการของบริษัทสามารถพรีซีชั่นส์จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทคู่ค้ากับจำเลย ตำแหน่งวิศวกรเครื่องกลของโจทก์สามารถเอื้ออำนวยหรือหาผลประโยชน์ให้แก่บริษัทสามารถพรีซีชั่นส์ จำกัด ได้ เป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเอกสารหมายล.3 และ ล.4 ซึ่งการฝ่าฝืนดังกล่าวแม้จะไม่ปรากฏว่าเกิดความเสียหายแก่จำเลยแต่อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง จึงเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นกรณีร้ายแรง จำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์อุทธรณ์ว่าที่ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ร่วมก่อตั้งบริษัทสามารถพรีซีชั่นส์จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทคู่ค้ากับจำเลย ลงชื่อเป็นพยานในหนังสือโอนหุ้นและเคยเข้าร่วมประชุมที่บริษัทดังกล่าวแทนนางดวงใจ นาคสวัสดิ์ ภริยาโจทก์โจทก์ร่วมเป็นคณะกรรมการพิจารณาผู้จัดจำหน่ายสินค้าให้จำเลยว่ามีผู้ใดบ้างวิศวกรเครื่องกลเป็นผู้พิจารณาอะไหล่และอุปกรณ์สำหรับใช้กับเครื่องจักรวิศวกรเครื่องจักรเป็นผู้ตรวจสอบคุณภาพและพิจารณาว่าผู้จัดจำหน่ายรายใดได้เป็นคู่ค้ากับจำเลย กรณีของบริษัทสามารถพรีซีชั่นส์ จำกัด วิศวกรผู้พิจารณาคือนายสิทธิกร เพ็ชรรัก ไม่ใช่โจทก์ ไม่ปรากฏว่าโจทก์มีอิทธิพลทางตรงหรือทางอ้อมต่อการติดต่อของจำเลยกับบริษัทสามารถพรีซีชั่นส์จำกัด หรือโจทก์ได้ทำงานเป็นตัวแทนหรืออนุเคราะห์แก่บริษัทสามารถพรีซีชั่นส์จำกัด ด้วยเหตุผลส่วนตัวในการติดต่อกับจำเลย ศาลแรงงานกลางแปลความหมายเอกสารหมาย ล.4 หน้าที่ 10 เรื่องการกระทำเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนไม่ตรงกับความหมายที่แท้จริง ข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางรับฟังมายังแปลไม่ได้ว่าโจทก์ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานและคำมั่นสัญญาส่วนบุคคลอย่างร้ายแรงตามเอกสารหมาย ล.3 และ ล.4นั้น เห็นว่า คู่มือพนักงานเอกสารหมาย ล.3 และคำมั่นสัญญาส่วนบุคคลเอกสารหมาย ล.4 เป็นระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานและเป็นหลักจริยธรรมของจำเลย ซึ่งเอกสารหมาย ล.4 หน้าที่ 10 ได้ระบุเกี่ยวกับการกระทำเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนว่าลูกจ้างต้องไม่ให้ผลประโยชน์ส่วนตัวเข้าแทรกแซงการดำเนินธุรกิจของจำเลย เช่น ห้ามลูกจ้างมีอิทธิพลไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมต่อการติดต่อของจำเลยกับผู้จัดจำหน่ายซึ่งลูกจ้างมีความสัมพันธ์ส่วนตัวหรือทางการเงินอยู่ด้วย หรือห้ามทำงานให้กับเป็นตัวแทน หรืออนุเคราะห์ผู้จัดจำหน่ายด้วยเหตุผลส่วนตัวในการติดต่อกับจำเลย เพราะถ้าลูกจ้างมีอิทธิพลหรืออำนาจต่อการติดต่อของจำเลยกับบริษัทผู้จัดจำหน่ายซึ่งเป็นคู่ค้ากับจำเลยและลูกจ้างมีความสัมพันธ์เป็นการส่วนตัวหรือทางการเงินอยู่กับบริษัทคู่ค้าดังกล่าว ย่อมเป็นมูลเหตุจูงใจและช่องทางให้ลูกจ้างใช้อิทธิพลหรืออำนาจหน้าที่ที่ตนมีอยู่ในทางที่อนุเคราะห์หรือให้ผลประโยชน์แก่บริษัทคู่ค้าที่ลูกจ้างมีความสัมพันธ์เป็นการส่วนตัวหรือทางการเงินได้โดยง่ายและยากต่อการตรวจสอบจนอาจทำให้จำเลยได้รับความเสียหายอย่างมาก การฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานและคำมั่นสัญญาส่วนบุคคล
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 599/2545 · ทนอย Thanoy