ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2545

ฎีกาที่ 6021/2545

หลักกฎหมาย

ที่จำเลยแก้ฎีกาว่า จำเลยมิได้กระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย ขอให้ศาลฎีกายกฟ้องโจทก์นั้น เป็นการขอให้ศาลฎีกาพิพากษานอกเหนือคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จำเลยต้องกระทำโดยยื่นคำฟ้องฎีกา จะเพียงแต่ขอมาในคำแก้ฎีกาหาได้ไม่ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔ , ๗ , ๘ , ๑๕ , ๖๕ , ๖๖ , ๖๗ , ๑๐๒ ริบของกลางและนับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๙๖๓๒/๒๕๔๒ และ ๑๐๓๑๕/๒๕๔๒ ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง , ๖๕ วรรคหนึ่ง , ๖๖ วรรคหนึ่ง , ๑๐๒ เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ? จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง , ๖๗ ? ข้อหาอื่นให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า? พยานหลักฐานของโจทก์เท่าที่นำสืบมายังไม่มีน้ำหนักให้รับฟังว่าจำเลยกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและผลิตเมทแอมเฟตามีนดังโจทก์ฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น และที่จำเลยแก้ฎีกาว่า จำเลยมิได้กระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย ขอให้ศาลฎีกายกฟ้องโจทก์นั้น เป็นการขอให้ศาลฎีกาพิพากษานอกเหนือคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จำเลยต้องกระทำโดยยื่นคำฟ้องฎีกา จะเพียงแต่ขอมาในคำแก้ฎีกาหาได้ไม่ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง (เดิม) , ๖๗ (ที่แก้ไขใหม่) สำหรับโทษ และนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6021/2545 · ทนอย Thanoy