ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2551

ฎีกาที่ 6040/2551

หลักกฎหมาย

ผู้ขอเช่าใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่กับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นตัวแทนการสื่อสารแห่งประเทศไทยจำเลยที่ 2 ใช้ชื่อว่านางสาวรจนาถยื่นคำขอเช่าใช้บริการโดยใช้บัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านที่มีการปลอมแก้ไขชื่อจากนงค์ลักษณ์เป็นรจนาถ ซึ่งเป็นคนละคนกับโจทก์ และก่อนฟ้องจำเลยที่ 2 สามารถที่จะตรวจความถูกต้องได้ แต่จำเลยที่ 2 ก็ไม่ได้กระทำ กลับฟ้องโจทก์ให้ชดใช้ค่าบริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ กรณีถือได้ว่าจำเลยที่ 2 ประมาทเลินเล่อหรือไม่ใยดีต่อผลแห่งความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นแก่โจทก์ จำเลยที่ 2 ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควร พฤติการณ์จึงถือได้ว่าจำเลยที่ 2 ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์แล้ว จำเลยที่ 2 จึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์เพื่อการละเมิดตาม ป.พ.พ. มาตรา 420

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 1 เป็นผู้ทำละเมิด จำเลยที่ 2 เป็นตัวการของจำเลยที่ 1 ให้จำเลยที่ 1 เปิดใช้บริการจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ระหว่างประเทศเพื่อหารายได้ ผลประโยชน์แบ่งกันระหว่างจำเลยทั้งสอง เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2544 จำเลยที่ 2 ฟ้องโจทก์ฐานผิดสัญญาเรียกให้ชำระค่าบริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศอ้างว่า โจทก์ทำสัญญาเช่าขอใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่หมายเลข 01-647-4970 กับจำเลยที่ 1 โดยโจทก์มิได้เป็นคู่สัญญากับจำเลยทั้งสอง จำเลยที่ 1 ประมาทเลินเล่อในการทำสัญญากับบุคคลอื่นที่ใช้เอกสารปลอมประกอบคำขอเช่าใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่โดยมิได้ตรวจสอบเอกสารดังกล่าว และจำเลยที่ 1 เสนอเอกสารปลอมดังกล่าวแก่จำเลยที่ 2 ให้ฟ้องโจทก์ จำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 2 กระทำโดยประมาทรับเอกสารปลอมใช้ประกอบการทำสัญญา ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์ได้รับหมายเรียกให้มาให้การแก้คดีเสียชื่อเสียงของวงค์ตระกูล ได้รับความอับอาย ถูกบุคคลอื่นเข้าใจผิดว่าโจทก์ประกอบอาชีพในทางผิดศีลธรรม ขอเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 15,000 บาท และโจทก์ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาศาลครั้งละ 2,000 บาท รวม 5 ครั้ง เป็นเงิน 10,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการแต่งทนายความต่อสู้คดีเป็นเงิน 15,000 บาท รวมเป็นค่าเสียหาย 40,000 บาท ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 40,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้ได้รับสัมปทานการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่จากจำเลยที่ 2 และให้บริการประชาชนเฉพาะการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ภายในประเทศเท่านั้น การที่จำเลยที่ 1 ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่หมายเลข 01-647-4970 แก่ผู้ที่ใช้ชื่อว่านางสาวรจนาถพนักงานหรือตัวแทนของจำเลยที่ 1 ได้ตรวจสอบเอกสารหลักฐานในการเช่าใช้บริการตามระเบียบหลักเกณฑ์ของจำเลยที่ 1 และใช้ความระมัดระวังตามปกติวิสัยในทางการค้าทั่วไปที่สามารถจะกระทำได้ หากมีผู้ใดปลอมแปลงเอกสารหลักฐานมาขอเช่าใช้บริการ โดยไม่ปรากฏเห็นเด่นชัด จำเลยที่ 1 ไม่สามารถตรวจสอบได้ และความเสียหายย่อมตกแก่จำเลยที่ 1 เอง จำเลยที่ 2 ฟ้องโจทก์โดยมิได้ตรวจสอบความถูกต้องแท้จริงของตัวบุคคล อีกทั้งชื่อบุคคลไม่ตรงกับสัญญาเป็นความประมาทของจำเลยที่ 2 เอง โจทก์กับจำเลยที่ 1 มิได้มีนิติสัมพันธ์ใดต่อกัน จำเลยที่ 1 มิได้กระทำการใดอันเป็นการละเมิดต่อโจทก์หรือทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จำเลยที่ 1 มิได้มีส่วนรู้เห็นหรือร่วมในการปลอมแปลงเอกสาร ความเสียหายที่โจทก์เรียกมาไม่เกิน 5,000 บาท ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 2 เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติการสื่อสารแห่งประเทศไทย พ.ศ.2519 มีวัตถุประสงค์ดำเนินกิจการด้านไปรษณีย์และโทรคมนาคม รวมทั้งอนุญาตให้เอกชนดำเนินการให้บริการวิทยุคมนาคมระบบเซลลูล่าและให้บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ การดำเนินการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่กับประชาชนของจำเลยที่ 1 เป็นไปภายใต้เงื่อนไขข้อตกลงที่จำเลยที่ 2 อนุญาตให้จำเลยที่ 1 ดำเนินการให้บริการ จำเลยที่ 2 มิได้ใช้หรือมอบหมายให้จำเลยที่ 1 ดำเนินการแทน จำเลยที่ 1 มิใช่ตัวแทนของจำเลยที่ 2 เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2542 ได้มีการทำสัญญาเช่าใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในนามของโจทก์ โดยมีจำเลยที่ 1 หรือตัวแทนเป็นผู้จัดทำสัญญาเช่าใช้บริการรวมทั้งเป็นผู้ตรวจสอบเอกสารหลักฐานของผู้ขอใช้บริการ และโทรศัพท์เคลื่อนที่ หมายเลข 01-647-4970 สามารถใช้บริการโทรศัพท์ทางไกลระหว่างประเทศของจำเลยที่ 2 ได้ ก่อนดำเนินคดีแก่โจทก์ จำเลยที่ 2 ขอเอกสารหลักฐานการขอใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ หมายเลข 01-647-4970 จากจำเลยที่ 1 เนื่องจากจำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดทำสัญญาเช่าใช้บริการรวมทั้งเป็นผู้ตรวจสอบหลักฐานของผู้ขอใช้บริการ จำเลยที่ 2 ตรวจสอบภูมิลำเนาโจทก์จากทางราชการโดยใช้เลขประจำตัวประชาชนจากสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านที่ใช้ประกอบคำขอใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่หมายเลขดังกล่าวพบว่า โจทก์มีชื่อนางสาวนงค์ลักษณ์ซึ่งจำเลยที่ 2 เข้าใจว่าคือ นางสาวรจนาถ เพราะตามหลักฐานสำเนาทะเบียนบ้านมีเลขประจำตัวประชาชนตรงกัน สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านที่จำเลยที่ 2 รับมาจากจำเลยที่ 1 ปลอมหรือไม่ จำเลยที่ 2 ไม่อาจทราบได้ จำเลยที่ 2 จึงมิได้ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้โจทก์เสียหายแต่อย่างใด จำเลยที่ 2 ใช้สิทธิในการดำเนินคดีแก่โจทก์โดยชอบค่าเสียหายที่โจทก์เรียกร้องสูงเกินส่วน โจทก์ได้รับหนังสือทวงถามของจำเลยที่ 2 เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2543 โจทก์ฟ้องคดีเกิน 1 ปี คดีโจทก์ขาดอายุความแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์โดยผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุอันควรอุทธรณ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6040/2551 · ทนอย Thanoy