ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2545

ฎีกาที่ 608/2545

หลักกฎหมาย

แม้พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 18 วรรคหนึ่ง จะบัญญัติให้คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าเป็นที่สุดก็ตาม แต่หากคำวินิจฉัยของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าเป็นคำวินิจฉัยที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ผู้อุทธรณ์ย่อมมีสิทธินำคดีมาฟ้องต่อศาลเพื่อขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยดังกล่าวได้ ดังนั้น เมื่อคำสั่งและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าที่ไม่รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า "JAVACAFE" เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลขอให้เพิกถอนคำสั่งและคำวินิจฉัยดังกล่าวได้ คำว่า "JAVA" หรือ "จาวา" ไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะ ส่วนคำว่า"CAFE" เรียกขานว่า คาเฟ่ ความหมายตามพจนานุกรมหมายถึง กาแฟหรือภัตตคารขนาดเล็ก จึงถือเป็นคำสามัญไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะเช่นเดียวกัน ตัวอักษรโรมันที่สะกดเป็นคำทั้งหมดไม่ว่าจะออกสำเนียงแยกเป็นคำหรือรวมกันเสียงเรียกขานก็ไม่แตกต่างกัน และสื่อความหมายให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจว่าเป็นเครื่องหมายการค้าที่เล็งถึงลักษณะและแหล่งกำเนิดของสินค้านั้นโดยตรงจึงเป็นเครื่องหมายการค้าที่ไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะตามมาตรา 7 วรรคสอง (2) แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าพ.ศ. 2534 ซึ่งนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าไม่อาจรับจดทะเบียนให้ได้ เครื่องหมายการค้าคำว่า "SINVINOJAVATEASTRAIGHT" มิได้มีแต่คำว่า "JAVA" อันเป็นชื่อในภูมิศาสตร์ หรือคำว่า "TEA" ซึ่งเป็นคำที่เล็งถึงลักษณะและคุณสมบัติแห่งสินค้าโดยตรงเท่านั้น แต่ยังมีคำอื่นที่มีลักษณะบ่งเฉพาะประกอบอยู่ด้วย จึงอาจได้รับการจดทะเบียนได้ตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 ซึ่งเป็นบทกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะจดทะเบียน นอกจากนี้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวมิได้มีแต่เพียงคำว่า "JAVA" ซึ่งเป็นชื่อทางภูมิศาสตร์ที่ประชาชนโดยทั่วไปรู้จักและมีคำว่า "CAFE" ซึ่งเป็นคำอันได้เล็งถึงลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้ากาแฟโดยตรงอย่างเครื่องหมายการค้าคำว่า"JAVACAFE" ของโจทก์ซึ่งไม่อาจรับจดทะเบียนได้เพราะไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะตามมาตรา 6(1) ประกอบมาตรา 7 วรรคสอง (2) หลักฐานการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า "JAVACAFE"ในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า มิใช่หลักฐานแสดงการจำหน่ายแพร่หลายหรือโฆษณาสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าคำว่า "JAVACAFE" ในประเทศไทยแล้ว อันจะถือได้ว่าเครื่องหมายการค้าดังกล่าวมีลักษณะบ่งเฉพาะตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 7 วรรคท้าย แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าพ.ศ. 2534 และการที่เครื่องหมายการค้าคำว่า "JAVACAFE" ของโจทก์ได้รับการจดทะเบียนมาแล้วในหลายประเทศก็ขึ้นอยู่กับกฎหมายของแต่ละประเทศที่จะวางหลักเกณฑ์ในการพิจารณาอย่างไร และความเห็นของนายทะเบียนในประเทศนั้น ๆ ไม่อาจนำมาเป็นเหตุผลให้นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าต้องรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์โดยไม่ต้องพิจารณาถึงหลักเกณฑ์ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 ได้

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ตามกฎหมายของประเทศสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ประกอบกิจการค้าขายหลักเกี่ยวกับการผลิตและจำหน่ายสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม โจทก์มอบอำนาจให้นายกิตติตู้จินดา เป็นผู้มีอำนาจฟ้องและดำเนินคดีแทนโจทก์ จำเลยที่ 1 เป็นหน่วยราชการมีฐานะเป็นกรมในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าและอื่น ๆ จำเลยที่ 2 เป็นนายทะเบียนเครื่องหมายการค้า มีอำนาจและหน้าที่ในการดำเนินการพิจารณาคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าและรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าจำเลยที่ 3 เป็นประธานในคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาและทำคำวินิจฉัยการอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่สั่งปฏิเสธไม่รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าและอื่น ๆโดยมีจำเลยที่ 4 ถึงที่ 9 เป็นกรรมการในคณะกรรมการดังกล่าว โจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าคำว่า "JAVACAFE" อ่านว่า จาวาคาเฟ่ ซึ่งเป็นเครื่องหมายการค้าที่โจทก์ใช้สำหรับสินค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่มซึ่งโจทก์ได้ผลิตและจำหน่ายในประเทศสาธารณรัฐอินโดนีเซียและในประเทศอื่น ๆ อีกหลายประเทศ โดยโจทก์ได้ยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า "JAVACAFE" ดังกล่าวไว้ในประเทศสาธารณรัฐอินโดนีเซียและในประเทศต่าง ๆ เช่น ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2540 โจทก์ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 349897 คำว่า "JAVACAFE" สำหรับสินค้าจำพวกที่ 30 รายการสินค้ากาแฟ เมล็ดต้นโกโก้ ธัญพืชที่สีแล้ว ธัญพืชที่ยังไม่ได้สี ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกาแฟ และครีมที่ไม่มีส่วนผสมของนมต่อกรมจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2ต่อมาเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2541 จำเลยที่ 2 มีคำสั่งแจ้งแก่โจทก์ว่าเครื่องหมายการค้าของโจทก์เป็นเครื่องหมายการค้าที่ไม่มีลักษณะอันพึงรับจดทะเบียน กล่าวคือ ไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะ เพราะคำว่า "JAVA" เป็นชื่อเกาะชวาในประเทศสาธารณรัฐอินโดนีเซียที่คนไทยทั่วไปรู้จักนับว่าเป็นชื่อทางภูมิศาสตร์ ส่วนคำว่า "CAFE" แปลว่า กาแฟหรือภัตตาคารขนาดเล็ก นับว่าเป็นคำสามัญในการค้าขาย ไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะ และเครื่องหมายการค้าของโจทก์เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วด้วย อันได้แก่เครื่องหมายการค้าคำว่า"SINVINO JAVA TEA STRAIGHT" ตามทะเบียนเลขที่ 141983 คำว่า"JAVA" ตามทะเบียนเลขที่ 140799 และคำว่า "JUMBO JAVA" ตามทะเบียนเลขที่ 154185 โจทก์ได้อุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 2 ต่อจำเลยที่ 3เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2541 ว่า เครื่องหมายการค้าของโจทก์มีลักษณะบ่งเฉพาะและไม่เป็นการต้องห้ามที่จำเลยที่ 2 จะรับจดทะเบียน และเครื่องหมายการค้าของโจทก์ไม่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าตามที่จำเลยที่ 2 มีคำสั่ง ครั้นวันที่ 17 สิงหาคม 2542 จำเลยที่ 1 ส่งหนังสือแจ้งแก่โจทก์ว่า จำเลยที่ 3 ถึงที่ 9 ได้มีคำวินิจฉัยที่ 2146/2542ยืนตามคำสั่งปฏิเสธของจำเลยที่ 2 ที่ไม่ให้รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าและให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์เสีย โดยวินิจฉัยว่า เครื่องหมายการค้าของโจทก์คำว่า "JAVA" เป็นชื่อเกาะชวาในประเทศสาธารณรัฐอินโดนีเซีย นับว่าเป็นชื่อทางภูมิศาสตร์ไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะ และคำว่า "CAFE" แปลว่า กาแฟหรือภัตตาคารขนาดเล็ก เมื่อนำมาใช้กับสินค้าตามที่ยื่นขอจดทะเบียนนับว่าเป็นสิ่งที่ใช้กันสามัญในการค้าขาย ไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะ เครื่องหมายการค้าของโจทก์จึงไม่มีลักษณะอันพึงรับจดทะเบียนได้ ส่วนหลักฐานการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวที่โจทก์นำส่งเพื่อแสดงถึงลักษณะบ่งเฉพาะนั้น ยังไม่เป็นการเพียงพอที่จะแสดงว่าเครื่องหมายการค้าของโจทก์มีลักษณะบ่งเฉพาะ ส่วนประเด็นเรื่องเครื่องหมายการค้าของโจทก์เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนไว้แล้วไม่จำต้องพิจารณา โจทก์เห็นว่าคำสั่งของจำเลยที่ 2และคำวินิจฉัยของจำเลยที่ 3 ถึงที่ 9 เป็นคำสั่งและคำวินิจฉัยที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย กล่าวคือ การที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ถึงที่ 9 มีคำสั่งและคำวินิจฉัยว่าเครื่องหมายการค้าคำว่า "JAVA" เป็นชื่อทางภูมิศาสตร์และไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะเป็นคำสั่งที่ไม่ได้เป็นไปตามแนววินิจฉัยในการรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่มีชื่อทางภูมิศาสตร์คำเดียวกันกับในคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าอื่นและไม่สอดคล้องกับแนวปฏิบัติในการพิจารณาคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ได้มีมาก่อนหน้าการที่รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในคำ ๆ เดียวกันให้แก่ผู้ขอรายอื่นมาก่อนหน้าแต่กลับปฏิเสธไม่รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ภายหลัง ถือเป็นการเลือกปฏิบัติต่อโจทก์ อีกทั้งในการพิจารณาลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย จำเลยที่ 2 และที่ 3 ถึงที่ 9 ได้แยกคำในเครื่องหมายการค้าของโจทก์ออกจากกันและพิจารณาคำดังกล่าวเ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 608/2545 · ทนอย Thanoy