ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2544

ฎีกาที่ 6089/2544

หลักกฎหมาย

คดีก่อนพนักงานอัยการโจทก์ฟ้องผู้อื่นเป็นจำเลยและขอให้ริบธนบัตรของกลาง โดยอ้างการกระทำอันจะเป็นเหตุให้ริบธนบัตรว่าเป็นทรัพย์สินซึ่งได้ใช้ในการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 102แต่คดีนี้พนักงานอัยการผู้ร้องอ้างเหตุให้ริบธนบัตรจำนวนเดียวกันนั้นว่า เป็นทรัพย์สินของผู้คัดค้านที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินได้ยึดไว้แล้วตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 16(3),22,27,29 และ 31เมื่อคดีนี้กับคดีก่อนจำเลยมิใช่บุคคลคนเดียวกัน ทั้งมีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยตลอดจนการกระทำที่อ้างเป็นเหตุให้ศาลริบธนบัตรแตกต่างกัน การพิจารณาคดีนี้จึงไม่เป็นการร้องซ้อน หรือร้องซ้ำหรือดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำกับทำให้สิทธิของผู้ร้องระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4)

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

คดีสืบเนื่องมาจากผู้คัดค้านถูกฟ้องในความผิดต่อพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเป็นคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 9871/2541 ให้ลงโทษจำคุกผู้คัดค้าน25 ปี ให้นับโทษจำคุกต่อจากโทษจำคุกของผู้คัดค้านซึ่งเป็นจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 5047/2541 ของศาลจังหวัดสมุทรสาครริบเมทแอมเฟตามีนและเฮโรอีนของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2541 เจ้าพนักงานตำรวจ สถานีตำรวจนครบาลท่าข้าม ร่วมกันจับกุมผู้คัดค้านและนางสาวอาหลี แซ่ฟาง พร้อมด้วยเมทแอมเฟตามีน จำนวน 7,572 เม็ด น้ำหนักรวม 723.83 กรัม เฮโรอีน จำนวน 13 ถุง น้ำหนักรวม254.63 กรัม และยึดได้ธนบัตรจำนวน 645,120 บาท เป็นของกลางคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534ตรวจสอบทรัพย์สินของผู้คัดค้านแล้ว ปรากฏหลักฐานเป็นที่เชื่อได้ว่าทรัพย์สินของผู้คัดค้านคือธนบัตรจำนวน 645,120 บาท เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด อาศัยอำนาจตามมาตรา 16(3), 22 และมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 คณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินมีมติให้ยึดธนบัตรจำนวน 645,120บาท ขอให้ศาลมีคำสั่งริบธนบัตรจำนวน 645,120 บาท ให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดพ.ศ. 2534 มาตรา 29, 31 เลขาธิการปิดประกาศและแจ้งให้ผู้ซึ่งอาจอ้างว่าเป็นเจ้าของทรัพย์สินมายื่นคำร้องขอเข้ามาในคดี โดยปิดประกาศที่สำนักงานที่สถานีตำรวจท้องที่ที่มีการยึดหรืออายัดทรัพย์สิน อย่างน้อยเจ็ดวันและประกาศอย่างน้อยสองวันติดต่อกันในหนังสือพิมพ์ที่มีจำหน่ายแพร่หลายในท้องถิ่น กับแจ้งให้ผู้คัดค้านทราบทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับแล้ว ผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้านว่า ธนบัตรจำนวน 645,120 บาทผู้คัดค้านได้มาโดยสุจริตโดยประกอบการขายอาหาร ประเภทข้าวมันไก่และก๋วยเตี๋ยวที่บริเวณคอนโดคอมแพ็กวงแหวน ถนนเอกชัย แขวงบางบอน เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร ผู้คัดค้านมีรายได้วันละ3,500 บาท หักค่าใช้จ่ายแล้วจะมีกำไรวันละ 1,200 บาท ปีหนึ่งมีรายได้เฉลี่ยมากกว่าสามแสนบาท ผู้คัดค้านทำการค้าติดต่อกันมากว่าสองปีแล้วจึงเก็บเงินสะสมไว้ในบ้าน เนื่องจากผู้คัดค้านเป็นชาวจีนภูเขา ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชนจึงไม่มีหลักฐานไปแสดงเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร และธนบัตรจำนวนดังกล่าวศาลได้มีคำพิพากษาไม่ริบ แต่ได้คืนเจ้าของในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 8769/2541 ของศาลชั้นต้น ซึ่งมีนางสาวอาหลี แซ่ฟางเป็นจำเลยเมื่อผู้ร้องขอให้ริบธนบัตรจำนวนนี้อีก จึงเป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4)ขอให้ยกคำร้องและคืนธนบัตรจำนวน 645,120 บาท แก่ผู้คัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ริบธนบัตรจำนวน 645,120 บาท ของกลางตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตามมาตรา 29, 31 แห่งพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้คัดค้านฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังเป็นยุติว่าผู้คัดค้านถูกฟ้องฐานมีเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกผู้คัดค้าน 25 ปี ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 9871/2541 และให้นับโทษต่อจากโทษจำคุกของผู้คัดค้านซึ่งเป็นจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 5047/2541 ของศาลจังหวัดสมุทรสาครริบเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนของกลาง คดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านประการแรกมีว่า การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ริบธนบัตรจำนวน 645,120 บาท เป็นการร้องซ้อนหรือร้องซ้ำหรือดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำกับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 8769/2541ของศาลชั้นต้นหรือไม่ ผู้คัดค้านฎีกาว่า โจทก์แยกฟ้องนางสาวอาหลีแซ่ฟาง เป็นคดีอาญาหมายเลขดังกล่าวและมีคำขอให้ริบธนบัตร จำนวน 645,120 บาท ของกลาง ซึ่งเป็นธนบัตรจำนวนเดียวกับธนบัตรที่ขอให้ริบในคดีนี้ คดีดังกล่าวศาลชั้นต้นพิพากษาเสร็จเด็ดขาดแล้วไม่ริบธนบัตรของกลางที่ขอให้ริบคดีนี้โดยสั่งให้คืนแก่เจ้าของ จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 144 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 15 และถือว่าสิทธินำคดีมาร้องของผู้ร้องระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4) นั้น เห็นว่าคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 8769/2541 ของศาลชั้นต้น โจทก์ฟ้องผู้อื่นเป็นจำเลยและขอให้ริบธนบัตรของกลางจำนวนนี้ โดยอ้างการกระทำของจำเลยดังกล่าวอันจะเป็นเหตุให้ริบธนบัตรของกลางว่าเป็นทรัพย์สินซึ่งจำเลยในคดีดังกล่าวได้ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษในคดีนั้น ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522มาตรา 102 แต่คดีนี้ผู้ร้องอ้างเหต
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6089/2544 · ทนอย Thanoy