คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2564
ฎีกาที่ 6176/2564
หลักกฎหมาย
โจทก์ทั้งหกสิบบรรยายฟ้องว่า โจทก์ทั้งหกสิบเป็นสมาชิกสโมสรกอล์ฟของจําเลย จําเลยดูแลรักษาและบริหารสนามกอล์ฟตลอดจนบริการอื่น ๆ ไม่ดี แต่จําเลยเพิ่มค่าบํารุงสนามรายปีโดยพลการ ทำให้โจทก์ทั้งหกสิบขายสิทธิการเป็นสมาชิกต่อได้ยากและราคาไม่ดี นอกจากนี้ยังตัดสิทธิสมาชิกตลอดชีพ คงเหลือ 30 ปี กับเพิ่มค่าโอนสิทธิให้ทายาทซึ่งเดิมไม่มีและเรียกเก็บค่ารักษาสิทธิปีละ 2,400 บาท มีกำหนด 3 ปีจากสมาชิกที่ขอระงับสิทธิชั่วคราวซึ่งเดิมไม่ได้เรียกเก็บและบังคับหากสมาชิกใดไม่จ่ายค่าบํารุงรายปีตามราคาที่จําเลยต้องการ จําเลยจะไม่ออกตั๋วให้สมาชิกใช้สนามกอล์ฟและเล่นกอล์ฟ เป็นการกล่าวอ้างว่าจําเลยในฐานผู้ให้บริการขึ้นค่าบํารุงรายปี เพิ่มค่าโอนสิทธิ หรือออกกฎระเบียบต่าง ๆ ที่กระทบสิทธิของโจทก์ทั้งหกสิบโดยไม่เป็นธรรม ทำให้โจทก์ทั้งหกสิบเดือดร้อนจําต้องยอมจ่ายคําบํารุงโดยไม่สมัครใจ อันเป็นการกล่าวอ้างว่าการกระทำของจําเลยเป็นการกระทำผิดสัญญา นับว่าเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ทั้งหกสิบแล้ว โจทก์ทั้งหกสิบจึงมีอำนาจฟ้อง การที่โจทก์ทั้งหกสิบยอมรับว่าจําเลยสามารถเปลี่ยนแปลงค่าบำรุงรักษาสนามรายปี ค่าธรรมเนียมการโอนสมาชิก หรือกำหนดข้อบังคับได้ตามความเหมาะสมเพียงแต่โจทก์ทั้งหกสิบอ้างว่า จําเลยเรียกเก็บในอัตราที่ไม่เหมาะสมและเป็นการเอาเปรียบโจทก์ทั้งหกสิบซึ่งเป็นผู้บริโภคอันไม่เป็นธรรม และจําเลยไม่บำรุงรักษาสนามกอล์ฟให้มีความเหมาะสมดังที่โฆษณาไว้เท่านั้น โจทก์ทั้งหกสิบได้สิทธิการเป็นสมาชิกจากจําเลยก่อนมี พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ใช้บังคับ ซึ่งพระราชบัญญัติดังกล่าว มาตรา 12 บัญญัติว่าไม่ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้บังคับแก่นิติกรรมหรือสัญญาที่ทำขึ้นก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ จึงไม่อาจนําพระราชบัญญัติดังกล่าวมาปรับใช้กับข้อกําหนดตามสัญญาระหว่างโจทก์ทั้งหกสิบกับจําเลยได้ เมื่อพิจารณาจากค่าบํารุงสนามรายปี ค่าโอนสมาชิก ค่ารักษาสิทธิของสมาชิกของสนามกอล์ฟของจําเลย เปรียบเทียบกับสนามกอล์ฟอื่นที่อยู่ในย่านเดียวกันและมีมาตรฐานสนามระดับเดียวกัน เห็นได้ว่ามีอัตราที่ใกล้เคียงกันโดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าบำรุงรักษาสนามรายปีของจําเลยมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสุดท้ายปี 2549 ค่าโอนสิทธิสมาชิกเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ปี 2546 และค่ารักษาสิทธิเปลี่ยนแปลงครั้งสุดท้ายในปี 2553 และโจทก์ทั้งหกสิบชําระเงินในอัตราที่จําเลยเรียกเก็บตลอดมา อันแสดงว่าจําเลยได้เปลี่ยนแปลงอัตราเรียกเก็บค่าธรรมเนียมต่าง ๆ สอดคล้องกับการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมของสนามอื่นในระดับมาตรฐานสนามเดียวกัน การที่จําเลยเปลี่ยนแปลงอัตราค่าธรรมเนียมเรียกเก็บค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จึงเป็นการกระทำโดยคำนึงถึงมาตรฐานทางการค้าที่เหมาะสมภายใต้ระบบธุรกิจที่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 12 แล้ว
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ทั้งหกสิบฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยลดค่าบำรุงสนามรายปีลงเหลือ 10,000 บาท ต่อคนต่อปี ตั้งแต่ปี 2561 และแสดงจำนวนสมาชิกและเงินค่าบำรุงสนามกอล์ฟที่เก็บได้ในแต่ละปีโดยมีผู้ตรวจสอบบัญชีรับรองให้สมาชิกทราบ ให้ลดค่าโอนสิทธิสมาชิกคงเหลือ 20,000 บาท ตามเดิมตั้งแต่ปี 2561 และห้ามเรียกเก็บค่าโอนสิทธิให้กับทายาท ให้คงสิทธิตลอดชีพแก่สมาชิกเดิมและผู้รับโอนสิทธิสมาชิกตลอดชีพไว้ ห้ามเรียกเก็บค่ารักษาสิทธิ ห้ามปิดสนามเพื่อให้บุคคลภายนอกจัดแข่งขันโดยไม่แจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 เดือน และให้ปิดประกาศแสดงรายรับ-รายจ่ายในการใช้สนามให้สมาชิกทราบปีละ 2 ครั้ง ณ ที่ทำการของจำเลย จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยเก็บค่าบำรุงสนามรายปีในอัตราคนละ 10,000 บาท เก็บค่าธรรมเนียมการโอนสิทธิสมาชิกในอัตรารายละ 20,000 บาท และเก็บค่ารักษาสิทธิจากสมาชิกที่ขอระงับการใช้สิทธิในอัตราร้อยละ 10 ของค่าบำรุงรายปี โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องระยะเวลาตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีการฟื้นฟูและบำรุงรักษาสนามกอล์ฟให้อยู่ในสภาพดีตรงตามเอกสารประชาสัมพันธ์หมาย จ.2 ส่วนข้อกำหนดอายุสมาชิกให้คงตามที่กำหนดไว้ในใบสมัครสมาชิกหรือหนังสือโอนสิทธิแล้วแต่กรณี ห้ามจำเลยปิดสนามกอล์ฟเพื่อจัดการแข่งขันเว้นแต่จะได้แจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 เดือน ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอบังคับในส่วนที่ขอให้จำเลยคงเรียกเก็บค่าบำรุงสนามรายปีในอัตราคนละ 10,000 บาท ค่าธรรมเนียมการโอนสิทธิสมาชิกในอัตรารายละ 20,000 บาท และงดเรียกเก็บค่ารักษาสิทธิจากสมาชิกที่ขอระงับการใช้สิทธิชั่วคราวเสียด้วย นอกจากที่แก้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ทั้งหกสิบฎีกา โดยศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า จำเลยประกอบกิจการให้บริการสนามกอล์ฟ ล. โจทก์ทั้งหกสิบเป็นสมาชิกสโมสรกอล์ฟของจำเลย ใบสมัครสมาชิกและบันทึกข้อตกลงการโอนสิทธิมีข้อตกลงกรณีสมัครสมาชิก ข้อ 2.1 ระบุว่า ในกรณีการโอนสมาชิกนี้ให้แก่บุคคลอื่นโดยวิธีการโอนสิทธิซึ่งไม่ว่าด้วยประการใดก็ตามจะมีผลต่อเมื่อบริษัทได้ตกลงเห็นชอบด้วยเป็นลายลักษณ์อักษร ในการพิจารณารับผู้รับโอนเป็นสมาชิกใหม่แทน พร้อมทั้งบริษัทได้รับเงินประกันและรับชำระเงินค่าธรรมเนียมการโอนครบถ้วน ข้อ 5 ระบุว่า สมาชิกยินยอมปฏิบัติตามกฎระเบียบ ข้อบังคับ และธรรมเนียมประเพณีดังกล่าวที่มีอยู่ในขณะนี้ และที่จะพึงมีต่อไปภายหน้าทุกประการ ส่วนกรณีรับโอนสิทธิมีข้อตกลงข้อ 8 ระบุว่า ผู้รับโอนตกลงที่จะชำระค่าบำรุงรักษาสนามกอล์ฟรายปีให้แก่บริษัทตามอัตราที่บริษัทกำหนดตลอดไป เดิมจำเลยประกาศข้อกำหนดสิทธิประโยชน์ของสมาชิกกำหนดให้สมาชิกภาพมีระยะเวลาตลอดชีพ ข้อ 2.4 ระบุว่า ข้อตกลงในการโอนสมาชิกว่าต้องได้รับความเห็นชอบจากจำเลยและยอมรับสมาชิกสามัญและสมาชิกสมทบใหม่ และต้องดำเนินการดังนี้... (2) จำเลยได้รับเงินประกันการเป็นสมาชิกจากสมาชิกจากสามัญคนใหม่และได้รับค่าธรรมเนียมการโอนกรณีสมาชิกแบบบุคคลธรรมดา 20,000 บาท สมาชิกแบบนิติบุคคล 50,000 บาท มีตกลงในข้อ 2.4 (4) คลับสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงจำนวนเงิน และวิธีการชำระเงินประกันการเป็นสมาชิกและค่าธรรมเนียมการโอนได้ตามความเหมาะสม ข้อ 4 กำหนดค่าบำรุงสำหรับสมาชิกแบบบุคคลธรรมดาปีละ 6,000 บาท สมาชิกแบบนิติบุคคล 18,000 บาท มีหมายเหตุว่า จำเลยสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงอัตรา และวิธีการชำระค่าบำรุงได้ตามความเหมาะสม สมาชิกภาพของสโมสรกอล์ฟจำเลยมีที่มา 3 ทาง คือ ซื้อบ้านและที่ดินในโครงการของบริษัท ล. แล้วได้แถมสิทธิการเป็นสมาชิกสโมสรกอล์ฟของจำเลย หรือซื้อบัตรสมาชิกซึ่งโจทก์ที่ 3 และที่ 28 ได้ชำระเงินค่าบัตรสมาชิกเป็นเงิน 400,000 บาท หรือสมัครโดยซื้อบัตรสมาชิกจากจำเลยโดยตรงหรือรับโอนสิทธิความเป็นสมาชิกภาพจากสมาชิกเดิมด้วยวิธีการซื้อขายหรือโอนให้สิทธิให้แก่ทายาทโดยต้องได้รับความยินยอมจากจำเลย วันที่ 26 ตุลาคม 2536 จำเลยแจ้งค่าบำรุงสมาชิกรายปีประจำปี 2537 ปรับเพิ่มค่าบำรุงสำหรับสมาชิกแบบบุคคลธรรมดาปีละ 10,000 บาท วันที่ 17 พฤศจิกายน 2536 จำเลยแจ้งค่าบำรุงสมาชิกรายปีประจำปี 2537 ปรับเพิ่มค่าบำรุงสำหรับสมาชิกธรรมดาปีละ 10,000 บาท สมาชิกนิติบุคคล (จำนวน 3 คน คนละ 10,000 บาท) ปีละ 30,000 บาท โดยอ้างว่ารายได้จากค่ากรีนฟีไม่เพียงพอต่อการบำรุงรักษาสนามกอล์ฟ และกำหนดให้สมาชิกที่ไม่สามารถใช้บริการ Non-Active Member สามารถนำบัตรสมาชิกมาคืนโดยไม่ต้องชำระค่าบำรุงรายปี หากต้องการใช้บริการสนามกอล์ฟสามารถทำได้โดยชำระค่ากรีนฟีในอัตราเดียวกับบุคคลภายนอกจนกว่าจะขอรับบัตรสมาชิกใหม
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง