คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2541
ฎีกาที่ 6233/2541
หลักกฎหมาย
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน โดยจำเลยเสพเมทแอมเฟตามีนเข้าสู่ร่างกายด้วยวิธี สูดดมควันและมีเมทแอมเฟตามีนซึ่งติดอยู่ที่กระดาษตะกั่ว มีรอยเผาไหม้จำนวน 1 ชิ้น ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ฟ้องของโจทก์จึงเป็นกรณีที่ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องย่อมหมายความว่าจำเลยรับว่าได้กระทำความผิดทั้งสองกรรม ซึ่งเป็นความผิดต่างฐานกัน แม้เมทแอมเฟตามีนที่จำเลยเสพ และมีไว้ในครอบครองเป็นจำนวนเดียวกันก็ถือว่าการกระทำ ดังกล่าวเป็นความผิดสองกรรม หาใช่กรรมเดียวไม่
มาตราที่อ้างถึง
ป.อ. 91พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 15พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 57พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 67พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 91
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกันกล่าวคือ จำเลยเสพเมทแอมเฟตามีนเข้าสู่ร่างกายด้วยวิธีสูดดมควันและจำเลยมีเมทแอมเฟตามีนติดอยู่ที่กระดาษตะกั่วมีรอยเผาไหม้จำนวน 1 ชิ้น ซึ่งไม่สามารถแยกคำนวณจำนวนปริมาณและน้ำหนักได้อันเป็นอุปกรณ์ในการเสพซึ่งเหลือจากการเสพไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยกระดาษตะกั่วมีรอยเผาไหม้ 1 ชิ้น และไฟแช็กแก๊ส 1 อันเป็นของกลาง ก่อนคดีนี้จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกมีกำหนด 1 ปี รอการลงโทษมีกำหนด 2 ปีขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 67, 91, 102 และให้ริบของกลางและบวกโทษจำคุกของจำเลยที่รอไว้ จำเลยให้การรับสารภาพและรับว่าเคยต้องโทษและรอการลงโทษจริงตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 57, 91 จำคุก 1 ปีตามมาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 67 จำคุก 1 ปี รวมจำคุก 2 ปีจำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี บวกโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้รวมจำคุกจำเลยมีกำหนด 2 ปี ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวและขอให้รอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาข้อกฎหมายมาสู่ศาลฎีกาตามที่จำเลยฎีกาเพียงว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวหรือไม่ ในปัญหานี้แม้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ไม่ได้วินิจฉัยมาศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยไปเสียทีเดียวโดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัย เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน โดยจำเลยเสพเมทแอมเฟตามีนเข้าสู่ร่างกายด้วยวิธีสูดดมควันและมีเมทแอมเฟตามีนซึ่งติดอยู่ที่กระดาษตะกั่วมีรอยเผาไหม้จำนวน 1 ชิ้น ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ฟ้องของโจทก์จึงเป็นกรณีที่ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องย่อมหมายความว่า จำเลยรับว่าได้กระทำความผิดทั้งสองกรรมซึ่งเป็นความผิดต่างฐานกันแม้เมทแอมเฟตามีนที่จำเลยเสพและมีไว้ในครอบครองเป็นจำนวนเดียวกันก็ถือว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดสองกรรม หาใช่กรรมเดียวไม่ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยมีความผิด 2 กระทงนั้นชอบแล้วฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง