คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2568
ฎีกาที่ 6251/2568
หลักกฎหมาย
ข้อบังคับของผู้คัดค้านที่ 1 ข้อ 24 ระบุว่า ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการว่างลงเพราะเหตุอื่นนอกจากถึงคราวออกตามวาระ ให้คณะกรรมการเลือกบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายเข้าเป็นกรรมการแทนตำแหน่งกรรมการที่ว่างในการประชุมคณะกรรมการคราวถัดไป เว้นแต่วาระของกรรมการจะเหลือน้อยกว่าสองเดือน บุคคลซึ่งเข้าเป็นกรรมการแทนดังกล่าวจะอยู่ในตำแหน่งกรรมการได้เพียงเท่าวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการที่ตนแทน เมื่อได้ความว่า กรรมการทั้งหมดที่มีอยู่เดิม ณ วันประชุมสามัญประจำปี 2560 ของผู้คัดค้านที่ 1 มีกรรมการ 9 คน ต่อมามีกรรมการที่ต้องออกจากตำแหน่งกรรมการ 7 คน ด้วยเหตุผลต่าง ๆ โดยกรรมการที่ออกจากตำแหน่งตามวาระมีเพียง ส. เพียงคนเดียว ส่วนกรรมการอื่นอีก 6 คน เป็นกรรมการที่ออกจากตำแหน่งเพราะเหตุอื่น แต่ไม่ปรากฏการแจ้งให้ผู้ถือหุ้นที่เข้าประชุมทราบว่า กรรมการที่ต้องออกจากตำแหน่งก่อนวาระแต่ละคนมีวาระการดำรงตำแหน่งถึงเมื่อใด และผู้ที่จะได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการแทนตำแหน่งดังกล่าวมีวาระการดำรงตำแหน่งถึงเมื่อใด หรือวาระดังกล่าวได้หมดลงไปแล้วเมื่อใด อันจะอ้างได้ว่าเป็นกรณีที่ไม่จำต้องระบุว่ากรรมการที่ได้รับเลือกตั้งแต่ละคนแทนกรรมการคนใด แม้ผู้คัดค้านที่ 1 มีหนังสือถึงกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเพื่อแจ้งข้อมูลให้ผู้ถือหุ้นและผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการทราบถึงวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการที่ได้รับเลือกตั้งในวันที่ 25 ธันวาคม 2561 ว่า ผู้ได้รับเลือกตั้งคะแนนสูงสุด 6 ลำดับ มีวาระการดำรงตำแหน่งถึงวันที่ 24 ธันวาคม 2564 และผู้ได้รับเลือกตั้งคะแนนลำดับ 7 มีวาระการดำรงตำแหน่งถึงวันที่ 28 เมษายน 2562 ก็ตาม แต่หนังสือดังกล่าวก็ไม่ได้ระบุวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการที่ได้รับเลือกตั้งเข้าแทนกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งก่อนวาระตามข้อบังคับของผู้คัดค้านที่ 1 ข้อ 24 เช่นกัน รายงานการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2561 ระบุไว้ชัดแจ้งว่า วาระที่ 3 พิจารณาเลือกตั้งกรรมการ ที่ประชุมมีมติให้กรรมการ 6 คน มีวาระการดำรงตำแหน่งกรรมการถึงวันที่ 24 ธันวาคม 2564 ถือได้ว่าที่ประชุมได้กำหนดวาระการดำรงตำแหน่งกรรมการที่ได้รับเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงสูงสุด 6 คน จนถึงวันที่ 24 ธันวาคม 2564 แล้ว แม้จะมิได้กำหนดเป็นวาระพิจารณาในหนังสือเชิญประชุมก็ตาม ดังนั้น การที่ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2561 มีมติว่าวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการที่ได้รับเลือกตั้งคะแนนสูงสุด 6 คน ถึงวันที่ 24 ธันวาคม 2564 หรือเป็นเวลา 3 ปี เท่ากับเป็นวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการชุดใหม่ทั้งที่มีกรรมการที่ออกจากตำแหน่งตามวาระเพียงคนเดียว จึงเป็นการกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการที่ไม่ชอบ ขัดต่อข้อบังคับของผู้คัดค้านที่ 1 ข้อ 24 และ พ.ร.บ.บริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 มาตรา 83 วรรคท้าย ประกอบมาตรา 108
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
ผู้ร้องทั้งสิบยื่นคำร้องและแก้ไขคำร้อง ขอให้เพิกถอนมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2561 เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2561 ของผู้คัดค้านที่ 1 ผู้คัดค้านทั้งเจ็ดยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีระหว่างผู้ร้องทั้งสิบและผู้คัดค้านทั้งเจ็ดให้เป็นพับ ผู้ร้องทั้งสิบอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้เพิกถอนมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2561 เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2561 ของผู้คัดค้านที่ 1 ตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 มาตรา 108 ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้คัดค้านที่ 1 ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันในชั้นฎีการับฟังได้ว่า ผู้คัดค้านที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัด มีหุ้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ใช้ชื่อหลักทรัพย์ว่า IFEC (ไอเฟค) มีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการด้านพลังงานและอื่น ๆ มีกรรมการ ณ วันที่ 2 มีนาคม 2560 จำนวน 9 คน คือนายวิชัย นายศุภนันท์ นายฉัตรณรงค์ พลตรีบุญเลิศ นายทวิช นางสาวประนอม นายสมชาย พลตำรวจเอกสุนทร และนายปริญญา ต่อมาวันที่ 3 พฤษภาคม 2561 ผู้คัดค้านที่ 1 โดยนายฉัตรณรงค์แจ้งต่อนายทะเบียนบริษัทมหาชนและธุรกิจพิเศษ ขอจดทะเบียนกรรมการลาออกจากตำแหน่ง 6 คน นายทะเบียนรับจดทะเบียนเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2561 เป็นผลให้ผู้คัดค้านที่ 1 เหลือกรรมการบริษัท 3 คน คือ พลตรีบุญเลิศ นายฉัตรณรงค์และนายศุภนันท์ วันที่ 27 กันยายน 2561 ผู้คัดค้านที่ 1 โดยนายฉัตรณรงค์ แจ้งต่อนายทะเบียนบริษัทมหาชนและธุรกิจพิเศษขอจดทะเบียนนายศุภนันท์ออกจากกรรมการ เนื่องจากนายศุภนันท์ถูกคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์มีคำสั่งให้พ้นจากการเป็นกรรมการหรือผู้บริหารของผู้คัดค้านที่ 1 นับแต่วันที่ 5 กันยายน 2561 เป็นต้นไป นายทะเบียนรับจดทะเบียนเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2561 ผู้คัดค้านที่ 1 จึงเหลือกรรมการเพียง 2 คน คือ พลตรีบุญเลิศและนายฉัตรณรงค์ วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 พลตรีบุญเลิศและนายฉัตรณรงค์ประชุมคณะกรรมการบริษัท ประจำไตรมาสที่ 4 ครั้งที่ 4/2561 เป็นกรณีเร่งด่วนและมีมติให้เรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นผู้คัดค้านที่ 1 เพื่อเลือกตั้งกรรมการแทนตำแหน่งกรรมการที่ว่างลง วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 ผู้คัดค้านที่ 1 มีหนังสือเชิญผู้ถือหุ้นประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2561 ในวันที่ 25 ธันวาคม 2561 เพื่อเลือกตั้งกรรมการใหม่แทนกรรมการที่ว่างลง วันที่ 25 ธันวาคม 2561 ผู้คัดค้านที่ 1 จัดให้มีการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2561 เพื่อเลือกตั้งกรรมการใหม่เข้าดำรงตำแหน่งแทนกรรมการเดิมที่ลาออกก่อนครบวาระหรือขาดคุณสมบัติ 7 คน โดยมีพลตรีบุญเลิศเป็นประธานในที่ประชุม ที่ประชุมมีมติเลือกตั้งกรรมการ 7 คน โดยกรรมการ 6 คน คือ นายพิชิต นายหาญ นายกุดั่น นายทวิช นายบุญเลิศ และนางสาวประนอม มีวาระการดำรงตำแหน่งถึงวันที่ 24 ธันวาคม 2564 ส่วนพลเอกสำเภา กรรมการคนที่ 7 ที่ได้รับเลือกคะแนนลำดับสุดท้าย มีวาระการดำรงตำแหน่งถึงวันที่ 28 เมษายน 2562 วันที่ 28 ธันวาคม 2561 พลตรีบุญเลิศยื่นคำขอจดทะเบียนกรรมการเข้าใหม่ 6 คน คือ นายพิชิต นายหาญ นายกุดั่น นายทวิช นายบุญเลิศ และนางสาวประนอม โดยอาศัยมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2561 ผู้ร้องทั้งสิบคัดค้านการขอจดทะเบียนดังกล่าวต่อนายทะเบียนบริษัทมหาชนและธุรกิจพิเศษ นายทะเบียนมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียนตามที่ผู้ร้องทั้งสิบคัดค้าน วันที่ 8 มีนาคม 2562 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์มีหนังสือถึงพลตรีบุญเลิศ ขอให้ชี้แจงกรณีการจัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อเลือกตั้งกรรมการและขอให้พิจารณาอย่างรอบคอบในการอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนที่ไม่รับจดทะเบียนกรรมการ และการเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อเลือกตั้งกรรมการครั้งใหม่ของบริษัท วันที่ 18 มกราคม 2562 พลตรีบุญเลิศมีหนังสือขอชี้แจงการคัดค้านการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการบริษัท วันที่ 8 มีนาคม 2562 นายทะเบียนบริษัทมหาชนและธุรกิจพิเศษ พิจารณาทบทวนคำสั่งไม่รับจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการของผู้คัดค้านที่ 1 แล้ว ออกคำสั่งใหม่เป็นให้รับจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการของผู้คัดค้านที่ 1 ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า การเรียกประชุมและกำหนดวันนัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2561 ชอบด้วยกฎหมาย และหนังสือเชิญประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2561 ไม่ได้ใช้ตราประทับปลอม พลตรีบุญเลิศเข้าร่วมประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2561 ในฐานะผู้ถือหุ้นและทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมตามความประสงค์ของผู้ถือหุ้นโดยผู้ถือหุ้นให้การยอมรับและไม่มีผู้ถือหุ้นรายใดคัดค้าน อีกทั้งการกำหนดวิธีการลงคะแนนเลือกตั้
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง