คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2553
ฎีกาที่ 6255/2553
หลักกฎหมาย
ฟ้องโจทก์ไม่ได้บรรยายว่าเมทแอมเฟตามีน 3,985 เม็ด ที่จำเลยที่ 3 และที่ 4 ร่วมกันมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายมีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์จำนวนเท่าใด ทั้งโจทก์ก็ไม่ได้นำสืบให้เห็นว่าเมทแอมเฟตามีน 3,985 เม็ดมีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์จำนวนเท่าใด และจะคำนวณตามรายงานการตรวจพิสูจน์เทียบเคียงว่า เมทแอมเฟตามีน 5,185 เม็ด คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 142.226 กรัม เมทแอมเฟตามีน 3,985 เม็ด จึงคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้เกินกว่า 20 กรัม หาได้ไม่ ต้องถือว่าเมทแอมเฟตามีนที่จำเลยที่ 3 และที่ 4 ร่วมกันมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ไม่ปรากฏว่ามีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้เท่าใด การกระทำของจำเลยที่ 3 และที่ 4 ต้องด้วยบทกำหนดโทษตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ มาตรา 66 วรรคหนึ่ง
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 3, 10 พระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83, 91 ริบของกลาง จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในข้อหามีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต แต่ให้การปฏิเสธในข้อหาร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (ที่ถูก มาตรา 15 วรรคสอง), 66 วรรคสอง พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 วรรคสอง จำเลยที่ 3 และที่ 4 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 10 การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 จำคุกคนละตลอดชีวิต เนื่องจากจำเลยที่ 3 ที่ 4 ต้องโทษจำคุกตลอดชีวิตแล้วจึงไม่อาจเพิ่มโทษจำเลยที่ 3 ที่ 4 ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดได้อีกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 51 ฐานมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ให้ลงโทษจำเลยที่ 1 จำคุก 1 เดือน จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในข้อหานี้เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง จำคุก 15 วัน รวมโทษจำเลยที่ 1 ทุกกระทงแล้ว เป็นจำคุกตลอดชีวิต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) จำเลยที่ 3 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 33 ปี 4 เดือน ส่วนจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้อง ให้ริบเมทแอมเฟตามีน รถยนต์กระบะยี่ห้อนิสสัน หมายเลขทะเบียน บฉ 3163 พิษณุโลก รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน บท 5520 เพชรบูรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่และกระเป๋ามีหูหิ้วของกลาง ส่วนรถจักรยานยนต์ยี่ห้อซูซูกิ หมายเลขทะเบียน กนษ พิจิตร 871 กระเป๋าสตางค์หนังสีดำ และเงินสด 7,200 บาท ให้คืนแก่จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 โจทก์ จำเลยที่ 3 และที่ 4 อุทธรณ์ จำเลยที่ 1 ไม่อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปศาลอุทธรณ์ภาค 6 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 245 วรรคสอง ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ริบรถจักรยานยนต์ของกลางทั้งสองคันกับโทรศัพท์เคลื่อนที่และให้คืนแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว สำหรับความผิดฐานมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับในอนุญาต จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ คดีถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ส่วนความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 2 และศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน คดีสำหรับจำเลยที่ 2 จึงถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 คดีคงขึ้นสู่ศาลฎีกาเฉพาะจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ในส่วนนี้ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติโดยคู่ความไม่โต้แย้งฎีกาว่าจำเลยที่ 3 เป็นสามีของจำเลยที่ 4 โดยทั้งสองรับราชการเป็นครู ตามวันเวลาและสถานที่ เกิดเหตุตามฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยทั้งสี่ได้พร้อมยึดเมทแอมเฟตามีน 5,185 เม็ด กระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 3 นัด กระเป๋าหูหิ้วสีเขียว 1 ใบ ที่รัดผมผู้หญิงสีดำ 1 อัน โทรศัพท์เคลื่อนที่ยี่ห้อโนเกีย 2 เครื่อง รถยนต์กระบะยี่ห้อนิสสันหมายเลขทะเบียน บฉ 3163 พิษณุโลก รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน บท 5520 เพชรบูรณ์ และรถจักรยานยนต์ยี่ห้อซูซูกิ หมายเลขทะเบียน กนษ พิจิตร 871 กับกระเป๋าสตางค์หนังสีดำ 1 ใบพร้อมเงิน 7,200 บาท เป็นของกลาง มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 หรือไม่ ในส่วนนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคสสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ตลอดชีวิต ให้ริบแมทแอมเฟตามีน รถยนต์กระบะ โทรศัพท์เคลื่อนที่และกระเป๋าหู้หิ้วของกลาง ส่วนรถจักรยานยนต์ กระเป๋าสตางค์หนังสีดำและเงินสด 7,200 บาท ให้คืนแ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง