คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2561
ฎีกาที่ 6271/2561
หลักกฎหมาย
แม้โจทก์ทำหนังสือโอนสิทธิเรียกร้องที่มีต่อจำเลยให้แก่ธนาคาร แต่ก็มิใช่เป็นการโอนสิทธิเรียกร้องกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ผู้โอนประสงค์จะโอนสิทธิเรียกร้องให้แก่ผู้รับโอนเป็นการเด็ดขาดโดยผู้รับโอนเข้าเป็นเจ้าหนี้คนใหม่แทนที่ผู้โอนซึ่งหมดสิทธิเรียกร้องต่อไปแล้ว หากแต่เป็นกรณีที่โจทก์นำหนี้ค่าจ้างมาขอสินเชื่อจากธนาคาร ซึ่งเมื่อธนาคารเรียกเก็บเงินค่าจ้างจากจำเลยได้แล้ว ธนาคารจะหักหนี้ของตนไว้ ส่วนเงินที่เหลือจะคืนให้แก่โจทก์ แม้บันทึกข้อตกลงโอนสิทธิเรียกร้องจะใช้ข้อความว่าโจทก์โอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงินจากลูกหนี้ของโจทก์ให้แก่ธนาคาร แต่ตามเจตนาของคู่กรณีหาใช่เป็นการโอนสิทธิเรียกร้องกันไม่ เนื่องจากธนาคารผู้รับโอนไม่มีสิทธิได้รับเงินทั้งหมด คงมีสิทธิได้รับชำระหนี้ของตนตามส่วนที่ตกลงกันไว้เท่านั้น ส่วนที่เหลือต้องคืนให้แก่โจทก์ กรณีจึงเป็นเพียงโจทก์มอบอำนาจให้ธนาคารรับเงินแทนโจทก์เท่านั้น
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 21,609,023.17 บาท และให้ชำระดอกเบี้ยต่อไปอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 17,295,359.01 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยให้จำเลยรับผิดตามใบสั่งจ้าง โดยพิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่าจ้างบริการ 1,913,678.42 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,495,729.46 บาท นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 10 พฤศจิกายน 2553) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยคืนเงินประกันตามสัญญาจ้างบริการเป็นเงิน 30,299,40 บาท และหนังสือค้ำประกันของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เลขที่ ค.30770042839000 แก่โจทก์ และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ฟ้องของโจทก์ไม่เคลือบคลุม แต่ขาดอายุความ 2 ปี พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยคืนเงินประกันตามสัญญาจ้างบริการเป็นเงิน 30,299.40 บาท และหนังสือค้ำประกันของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เลขที่ ค.30770042839000 แก่โจทก์ ให้ยกฟ้องโจทก์ในส่วนค่าจ้างที่ค้างชำระ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฟ้องของโจทก์มีอายุความ 5 ปี ไม่ขาดอายุความ พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์และจำเลยในประเด็นที่ยังไม่ได้วินิจฉัยแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาส่วนที่เกิน 200 บาท แก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้ศาลอุทธรณ์รวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10519/2557 ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยให้จำเลยรับผิดตามใบสั่งจ้าง โดยพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระค่าจ้างเป็นเงิน 1,495,729.46 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2553 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยไม่ต้องคืนหนังสือค้ำประกันของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เลขที่ ค.30770042839000 แก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสามศาลตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดีในชั้นอุทธรณ์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ชั้นศาลละ 10,000 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยตามฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ประกอบกิจการรับจ้างทำงานทั่วไปด้วย จำเลยเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัด ประกอบกิจการขนส่งคน สิ่งของ และไปรษณีย์ภัณฑ์ทางอากาศ และกิจการที่เกี่ยวเนื่องกัน มีกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ 50 เป็นรัฐวิสาหกิจ ระหว่างวันที่ 13 มกราคม 2549 ถึงวันที่ 26 เมษายน 2550 จำเลยจ้างโจทก์ให้จัดหาแรงงาน เพื่อเข้าปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานต่าง ๆ หลายหน่วยงานของจำเลยบริเวณสนามบินสุวรรณภูมิตามความประสงค์ของจำเลย และจำเลยได้นำพนักงานของโจทก์เข้าปฏิบัติงานในตำแหน่งหน้าที่ต่าง ๆ ตามใบสั่งจ้าง เมื่อพนักงานของโจทก์ได้ปฏิบัติงาน และถึงกำหนดระยะเวลาที่จำเลยจะต้องชำระค่าจ้าง โจทก์อ้างว่าจำเลยมิได้ชำระค่าจ้างตามใบสั่งจ้างให้ครบถ้วน ที่โจทก์นำมาฟ้องคดีนี้ตามใบสั่งจ้าง 18 ฉบับ เป็นเงินทั้งสิ้น 21,609,023.17 บาท ตามใบสั่งจ้างทุกฉบับมีข้อความระบุไว้ด้วยสรุปว่า โจทก์ต้องส่งมอบเอกสารประกอบสัญญาตามที่จำเลยแจ้งให้ส่งทั้งหมด และเข้าทำสัญญาจ้างบริการพร้อมส่งมอบหนังสือค้ำประกันของธนาคารหรือวางหลักประกันเป็นเงินสดอัตราร้อยละ 5 ของวงเงินตามสัญญาต่อจำเลยภายใน 15 วัน นับแต่วันได้รับใบสั่งจ้างหากโจทก์ไม่ดำเนินการโดยไม่มีเหตุอันควรถือว่าโจทก์สละสิทธิไม่เข้ารับงานตามที่เสนอราคาไว้ หลังจากวันที่โจทก์ได้รับใบสั่งจ้างแต่ละฉบับ พนักงานของโจทก์เข้าปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย แต่โจทก์เข้าทำสัญญาจ้างบริการพร้อมวางเงินประกันต่อจำเลยเฉพาะตามใบสั่งจ้างบางฉบับ กับมอบหนังสือค้ำประกันของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เลขที่ ค.30770042839000 ลงวันที่ 11 เมษายน 2549 หลังจากโจทก์ได้รับใบสั่งจ้างจากจำเลยแล้ว ต่อมาวันที่ 23 มกราคม 2550 โจทก์โอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงินตามใบสั่งจ้างแก่ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย และเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2550 โจทก์โอนสิทธิเรียกร้องการรับเงินตามใบสั่งจ้างแก่บริษัทกรุงเทพแกรนด์แปซิฟิคลีส จำกัด (มหาชน) และโจทก์กับบริษัทดังกล่าวแจ้งการโอนสิทธิเรียกร้องนั้นแก่จำเลยแล้ว โจทก์ได้รับชำระเงินตามใบสั่งจ้างไปแล้วบางส่วน แต่เงินประกันตามใบสั่งจ้างจำเลยยังมิได้คืนแก่โจทก์ จำเลยมีหนังสือลงวันที่ 22 สิงหาคม 2550 และวันที่ 15 ตุลาคม 2550 แจ้งยกเลิกงานจ้างบริการตามใบสั่งจ้างบางฉบับ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง