คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2551
ฎีกาที่ 6356/2551
หลักกฎหมาย
แสตมป์ยาสูบนั้น มีผู้อื่นทำปลอมขึ้นและได้ถูกนำมาใช้ปิดอยู่บนซองบรรจุยาสูบของกลางแต่ละซองแล้ว โดยจำเลยที่ 1 มียาสูบของกลางแต่ละซองดังกล่าวไว้เพื่อขาย ซึ่งในการขายยาสูบของกลางแต่ละซองนั้น แม้จะมีแสตมป์ยาสูบปิดอยู่บนซองบรรจุยาสูบด้วยก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 มีเจตนาที่จะมียาสูบของกลางแต่ละซองนั้น แม้จะมีแสตมป์ยาสูบปิดอยู่บนซองบรรจุยาสูบด้วยก็ถือไม่ได้ว่า จำเลยที่ 1 มีเจตนาที่จะมีแสตมป์ยาสูบปลอมดวงนั้น ๆ ไว้เพื่อขายตามความหมายในมาตรา 43 แห่ง พ.ร.บ.ยาสูบ ฯ เพราะบทมาตราดังกล่าวมุ่งประสงค์ที่จะลงโทษผู้กระทำความผิดที่มีแสตมป์ยาสูบปลอมไว้ในครอบครองเพื่อขายหรือนำออกใช้เท่านั้น หาได้ประสงค์ที่จะลงโทษผู้ที่มียาสูบซึ่งมีผู้อื่นทำปลอมแสตมป์ยาสูบขึ้นแล้วนำมาปิดอยู่บนซองยาสูบดังกล่าวไม่ การที่จำเลยที่ 1 ช่วยซ่อนเร้น หรือรับไว้ซึ่งบุหรี่เครื่องหมายการค้า L&M ของกลางที่มีผู้ลักลอบนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร แล้วจำเลยที่ 1 มีไว้ในครอบครองเพื่อขายซึ่งบุหรี่จำนวนเดียวกันดังกล่าวนั้น ซึ่งเป็นยาสูบที่มีน้ำหนักเกินกว่าห้าร้อยกรัมและมิได้ปิดแสตมป์ยาสูบตามกฎหมาย แม้การกระทำนั้นจะผิดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายหลายฉบับ แต่ก็เป็นการกระทำที่มุ่งประสงค์ต่อผลอย่างเดียวกัน คือการหลีกเลี่ยงที่จะไม่ต้องเสียภาษีอากรตามกฎหมาย ถือว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องลงโทษฐานช่วยซ่อนเร้น พาเอาไปเสียหรือรับไว้ซึ่งยาสูบซึ่งมีผู้นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากรตาม พ.ร.บ.ศุลกากร ฯ มาตรา 27 ทวิ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด
มาตราที่อ้างถึง
พ.ร.บ.ยาสูบ พ.ศ.2509 19พ.ร.บ.ยาสูบ พ.ศ.2509 24พ.ร.บ.ยาสูบ พ.ศ.2509 43พ.ร.บ.ยาสูบ พ.ศ.2509 49พ.ร.บ.ยาสูบ พ.ศ.2509 50พ.ร.บ.ยาสูบ พ.ศ.2509 53พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 27 ทวิ
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 4,108 และ 110 พระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ.2509 มาตรา 4, 5, 5 ทวิ, 5 ตรี, 16, 19, 23, 24, 41, 43, 44, 49, 50 และ 53 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 2 และ 27 ทวิ พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ.2489 มาตรา 4, 5, 6, 7, 8 และ 9 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และ 91 ริบบุหรี่ซิกาแรต จำนวน 8,650 ซอง ของกลางให้เป็นของกรมสรรพสามิต ริบรถยนต์พร้อมกุญแจของกลาง และจ่ายเงินรางวัลแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้จับกุมตามกฎหมาย จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ให้การปฏิเสธ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 110 (1) ประกอบด้วยมาตรา 108 ฐานมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอม จำคุก 3 เดือน และปรับ 100,000 บาท พระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ.2509 มาตรา 19, 49 และมาตรา 24, 50 ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษบทหนักตามมาตรา 24, 50 ฐานมียาสูบที่มิได้ปิดแสตมป์ยาสูบไว้ในครอบครองเพื่อขาย ปรับสิบห้าเท่าของค่าแสตมป์ยาสูบที่จะต้องปิด (227,062.50 คูณ 15) เป็นเงิน 3,405,937.50 บาท พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 ทวิ ฐานพาเอาไปเสียซึ่งของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร ปรับสี่เท่าของราคาของซึ่งรวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว (1,600 คูณ 4) เป็นเงิน 6,400 บาท และพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ.2509 มาตรา 43, 53 ฐานมีแสตมป์ยาสูบปลอมไว้ในครอบครอง จำคุก 3 เดือน และปรับ 4,000 บาท รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 6 เดือน และปรับ 3,516,337.50 บาท จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน และปรับ 1,756,168.75 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 โดยให้คุมความประพฤติจำเลยที่ 1 ไว้ ให้จำเลยที่ 1 ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือน ตลอดเวลาที่รอการลงโทษ ถ้าจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และ 30 โดยหากต้องมีการกักขังแทนค่าปรับให้กักขังจำเลยที่ 1 แทนค่าปรับไม่เกิน 1 ปี ริบยาสูบของกลาง 8,650 ซอง เป็นของกรมสรรพสามิต และริบรถยนต์หมายเลขทะเบียน บน 6932 ราชบุรี พร้อมกุญแจ ให้จ่ายเงินรางวัลร้อยละสิบห้าของราคาของกลางตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้จับ ทั้งนี้ตามพระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ.2489 มาตรา 5 (2) มาตรา 6, 7 และมาตรา 8 ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "ก่อนที่จะวินิจฉัยปัญหาว่าควรลดโทษปรับให้จำเลยที่ 1 หรือไม่ จำต้องวินิจฉัยเสียก่อนว่าปัญหาประการแรก การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดฐานมีแสตมป์ยาสูบปลอมไว้ในครอบครองตามพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ.2509 มาตรา 43 ประกอบมาตรา 53 ตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางหรือไม่ พิเคราะห์แล้ว มาตรา 43 บัญญัติว่า ห้ามมิให้ผู้ใดมีไว้ในครอบครองซึ่งแสตมป์ยาสูบปลอมหรือใช้แล้วเพื่อขายหรือเพื่อนำออกใช้ โดยรู้ว่าเป็นแสตมป์ยาสูบปลอมหรือใช้แล้ว ปรากฏข้อเท็จจริงตามคำฟ้องของโจทก์ว่า แสตมป์ยาสูบนั้นมีผู้อื่นทำปลอมขึ้นและได้ถูกนำมาใช้ปิดอยู่บนซองบรรจุยาสูบของกลางแต่ละซองแล้ว โดยจำเลยที่ 1 มียาสูบของกลางแต่ละซองดังกล่าวไว้เพื่อขาย ซึ่งในการขายยาสูบของกลางแต่ละซองนั้น แม้จะมีแสตมป์ยาสูบปิดอยู่บนซองบรรจุยาสูบด้วยก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 มีเจตนาที่จะมีแสตมป์ยาสูบปลอมดวงนั้น ๆ ไว้เพื่อขายตามความหมายในมาตรา 43 แห่งพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ.2509 เพราะบทมาตราดังกล่าวมุ่งประสงค์ที่จะลงโทษผู้กระทำความผิดที่มีแสตมป์ยาสูบปลอมไว้ในครอบครองเพื่อขายหรือเพื่อนำออกใช้เท่านั้น หาได้ประสงค์ที่จะลงโทษผู้ที่มียาสูบซึ่งมีผู้อื่นทำปลอมแสตมป์ยาสูบขึ้นแล้วนำมาปิดแสดงอยู่บนซองยาสูบดังกล่าวไม่ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งแสตมป์ยาสูบปลอมเพื่อขายตามพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ.2509 มาตรา 43 ประกอบด้วยมาตรา 53 มาด้วยนั้น จึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ส่วนปัญหาประการที่สอง การกระทำของจำเลยที่ 1 ฐานช่วยซ่อนเร้นและรับไว้ซึ่งยาสูบบุหรี่ซิกาแรตเครื่องหมายการค้า L&M จำนวน 200 ซอง ซึ่งมีผู้ลักลอบนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร และฐานมีไว้ในครอบครองเพื่อขายซึ่งยาสูบบุหรี่ซิกาแรตเครื่องหมายการค้า L&M จำนวน 200 ซอง ซึ่งเป็นจำนวนเดียวกันดังกล่าวซึ่งมิได้
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง