ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2552

ฎีกาที่ 6377/2552

หลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้ก่อสร้างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 3 ชั้น ไม่มีเลขที่ 1 หลัง ขนาดประมาณ 8.08 เมตร x 10.00 เมตร สูง 10.07 เมตร มีพื้นที่ 251 ตารางเมตร ตั้งอยู่ที่ซอยซานเมืองแยก 7 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร บนที่ดินโฉนดเลขที่ 29634 จากเจ้าพนักงานท้องถิ่นเพื่อพักอยู่อาศัย เมื่อระหว่างวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2549 ถึงวันที่ 29 มีนาคม 2549 จำเลยจัดให้มีการก่อสร้างอาคารไม่มีเลขที่ตั้งอยู่ที่ซอยซานเมืองแยก 7 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร ตามที่ได้รับใบอนุญาตดังกล่าว เป็น 4 ชั้น ขนาดกว้าง 8.08 เมตร ยาว 10.00 สูง 10.17 เมตร เพื่อพาณิชยกรรม อันเป็นการก่อสร้างผิดไปจากแผนผังบริเวณ แบบแปลน และรายการที่ได้รับอนุญาต มิใช่เป็นการซ่อมแซมหรือดัดแปลงที่กำหนดในกฎกระทรวง และไม่ได้รับยกเว้นตามกฎหมาย ฟ้องโจทก์ได้บรรยายชัดแจ้งว่าจำเลยเจตนาก่อสร้างอาคารเพื่อพาณิชย์กรรมผิดไปจากแผนผังบริเวณ แบบแปลน และรายการที่ได้รับอนุญาต มิใช่เป็นการซ่อมแซมหรือดัดแปลงที่กำหนดในกฎกระทรวง และไม่ได้รับยกเว้นตามกฎหมาย ครบองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 31 ประกอบมาตรา 70 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 แล้ว โดยโจทก์ไม่จำต้องบรรยายฟ้องว่าจำเลยก่อสร้างผิดแบบโดยขออนุญาตก่อสร้างเพื่อพักอยู่อาศัย แต่มาปรับเพื่อพาณิชยกรรม หรือจำเลยมีเจตนาหรือจงใจที่จะก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารที่ก่อสร้างเพื่อพาณิชยกรรม ฟ้องโจทก์จึงชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยในความผิดกระทงที่สี่ฐานฝ่าฝืนคำสั่งให้รื้อถอนอาคาร จำคุก 2 เดือน และปรับ 50,000 บาท และปรับอีกวันละ 200 บาท นับแต่วันที่ 10 กรกฎาคม 2549 ถึงวันที่ 18 กรกฎาคม 2550 และต่อไปจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายการที่ศาลชั้นต้นลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งแล้วคงลงโทษปรับ 25,000 บาท และปรับอีกวันละ 100 บาท ไม่ถูกต้อง ที่ถูกต้องลงโทษจำคุก 1 เดือน ด้วย เมื่อโจทก์อุทธรณ์ขอให้วางโทษจำเลยเป็นสองเท่าของโทษที่กฎหมายบัญญัติไว้สำหรับความผิดของจำเลยตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 70 ย่อมถือได้ว่าโจทก์อุทธรณ์ในทำนองขอให้เพิ่มเติมโทษแก่จำเลยแล้ว การที่ศาลอุทธรณ์ระวางโทษจำคุกจำเลยในกระทงที่สี่เป็นสองเท่าของโทษที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น และเมื่อลดโทษกึ่งหนึ่งแล้วคงลงโทษจำคุก 2 เดือนจึงไม่ต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 212 โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดฐานก่อสร้างอาคารผิดแบบที่ได้รับอนุญาตระหว่างวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2549 ถึงวันที่ 29 มีนาคม 2549 ฐานฝ่าฝืนคำสั่งให้ระงับการก่อสร้างอาคารผิดแบบระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2549 ถึงวันที่ 9 ตุลาคม 2549 และฐานฝ่าฝืนคำสั่งห้ามใช้หรือเข้าไปในส่วนใดๆ ของอาคารระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2549 ถึงวันที่ 9 ตุลาคม 2549 เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องมาเช่นนี้ แสดงว่าหลังจากวันที่ 29 มีนาคม 2549 และวันที่ 9 ตุลาคม 2549 ตามลำดับ จำเลยมิได้กระทำการอันเป็นความผิดนั้นๆ แล้ว การที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษปรับรายวันหลังจากวันดังกล่าวจนกว่าจำเลยจะปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย จึงเป็นการพิพากษาเกินไปกว่าที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษ ไม่ชอบตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตก่อสร้างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 3 ชั้น ไม่มีเลขที่ 1 หลัง ขนาดประมาณ 8.08 เมตร x 10.00 เมตร สูง 10.07 เมตร มีพื้นที่ 251 ตารางเมตร ตั้งอยู่ที่ซอยชานเมืองแยก 7 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร บนที่ดินโฉนดเลขที่ 29634 จากเจ้าพนักงานท้องถิ่นเพื่อพักอยู่อาศัย ตามใบอนุญาตเลขที่ ขดด.133/2548 ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2548 เมื่อระหว่างวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2549 เวลากลางวัน ถึงวันที่ 29 มีนาคม 2549 เวลากลางวันต่อเนื่องกัน จำเลยจัดให้มีการก่อสร้างอาคารไม่มีเลขที่ ตั้งอยู่ที่ซอยชานเมืองแยก 7 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร ตามที่ได้รับใบอนุญาตดังกล่าว เป็น 4 ชั้น ขนาดกว้าง 8.08 เมตร ยาว 10.00 เมตร สูง 10.70 เมตร เพื่อพาณิชยกรรม ให้ผิดไปจากแผนผังบริเวณ แบบแปลน และรายการที่ได้รับอนุญาต โดยมิใช่เป็นการซ่อมแซมหรือดัดแปลงที่กำหนดในกฎกระทรวง และไม่ได้รับยกเว้นตามกฎหมาย เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2549 เจ้าพนักงานท้องถิ่น สำนักงานเขตดินแดง มีคำสั่งให้ระงับการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้าย อาคารดังกล่าว ตามคำสั่งเลขที่ กท 7603/1299 ลงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2549 โดยจัดส่งคำสั่งดังกล่าวให้จำเลยทราบทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับซึ่งจำเลยได้รับเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2549 และปิดคำสั่งไว้ในที่เปิดเผย ณ อาคารที่กำลังก่อสร้างดังกล่าวเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2549 ถือว่าจำเลยทราบคำสั่งเมื่อพ้นกำหนด 3 วัน นับแต่วันที่ปิดประกาศ คือตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2549 เมื่อระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2549 ถึงวันที่ 9 ตุลาคม 2549 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน จำเลยฝ่าฝืนคำสั่งให้ระงับ ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารดังกล่าวเข้าไปก่อสร้างอาคารชั้นที่ 4 ผิดแบบแปลนจนแล้วเสร็จ โดยมิได้อยู่ในระหว่างการอุทธรณ์คำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2549 เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกคำสั่งห้ามจำเลยและบุคคลใดใช้หรือเข้าไปในส่วนใดๆ ของอาคารที่ก่อสร้างผิดแบบดังกล่าวจนกว่าจะได้จัดการแก้ไขให้ถูกต้องตามที่ได้รับอนุญาตหรือตามที่ได้แจ้งไว้ต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น โดยแจ้งคำสั่งเป็นหนังสือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับซึ่งจำเลยได้รับเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2545 และปิดคำสั่งและเครื่องหมายห้ามใช้อาคารไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย ณ อาคารดังกล่าวเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2549 ถือว่าจำเลยทราบคำสั่งเมื่อพ้นกำหนด 3 วัน นับแต่วันที่ปิดประกาศคือตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2549 เมื่อระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2549 ถึงวันที่ 9 ตุลาคม 2549 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน จำเลยฝ่าฝืนคำสั่งดังกล่าวเข้าดำเนินการก่อสร้างอาคารผิดแบบแปลนจนแล้วเสร็จ โดยมิได้อยู่ในระหว่างการอุทธรณ์คำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2549 เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกคำสั่งให้จำเลยแก้ไขเปลี่ยนแปลงอาคารที่ก่อสร้างผิดเงื่อนไขและผิดไปจากแผนผังบริเวณ แบบแปลน และรายการที่ได้รับอนุญาตให้ถูกต้องภายใน 30 วัน นับแต่วันที่จำเลยได้ทราบคำสั่งดังกล่าว โดยแจ้งคำสั่งเป็นหนังสือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับซึ่งจำเลยได้รับเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2549 และปิดคำสั่งไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย ณ อาคารดังกล่าวเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2549 ซึ่งเป็นกรณีที่ไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องให้ เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2549 เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกคำสั่งให้จำเลยรื้อถอนอาคารส่วนที่ก่อสร้างผิดแบบที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นทั้งหมดภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ทราบคำสั่งโดยแจ้งคำสั่งเป็นหนังสือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับซึ่งจำเลยได้รับเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2549 และปิดคำสั่งไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย ณ อาคารดังกล่าวเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2549 ถือว่าจำเลยทราบคำสั่งเมื่อพ้นกำหนด 3 วัน นับแต่วันที่ปิดประกาศ คือตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2549 ครบกำหนดรื้อถอนในวันที่ 9 กรกฎาคม 2549 เมื่อระหว่างวันที่ 10 กรกฎาคม 2549 ถึงวันที่ 18 กรกฎาคม 2550 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน จำเลยฝ่าฝืนคำสั่งไม่รื้อถอนอาคารส่วนที่ก่อสร้างผิดแบบ โดยมิได้อยู่ในระหว่างการอุทธรณ์คำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น เหตุเกิดที่แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุทเทพมหานคร ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 4, 31, 40, 42, 65, 66 ทวิ, 67, 70 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ปรับจำเลยเป็นรายวันฐานก่อสร้างอาคารผิดแบบที่ได้รับอนุญาตตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2549 ฐานฝ่าฝืนคำสั่งให้ระงับการก่อสร้างอาคารผิดแบบตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2549 ฐานฝ่าผืนคำสั่งห้ามใช้หรือเข้าไปในส่วนใดๆ ของอาคารตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2549 และฐานฝ่าฝืนคำสั่งให้รื้อถอนอาคารตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม 2549
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6377/2552 · ทนอย Thanoy