คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2550
ฎีกาที่ 645/2550
หลักกฎหมาย
คดีอาญาที่ผู้คัดค้านถูกฟ้อง ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องในความผิดฐานร่วมกันมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต กรณีจึงต้องบทบัญญัติมาตรา 32 แห่ง พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 การยึดทรัพย์สินของผู้คัดค้านที่ผู้ร้องอ้างว่าเนื่องจากเกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดของผู้คัดค้านย่อมสิ้นสุดลงศาลย่อมไม่มีอำนาจสั่งริบทรัพย์สินนั้นได้ จึงไม่จำต้องพิจารณาในประเด็นที่ว่า ทรัพย์สินนั้นเกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหรือไม่ รวมทั้งผู้คัดค้านได้ทรัพย์สินนั้นมาโดยทุจริตและมีค่าตอบแทนหรือได้มาตามสมควรในทางศีลธรรมอันดีหรือในทางกุศลสาธารณะหรือไม่ ตามมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติ ดังกล่าวอีกต่อไป
มาตราที่อ้างถึง
พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 29พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 32
คำพิพากษา (บางส่วน)
คดีสืบเนื่องมาจากพนักงานอัยการยื่นฟ้องผู้คัดค้านทั้งสองกับพวกอีก 2 คน ในความผิดฐานร่วมกันมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83, 91 ตามคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1940/2542 ของศาลชั้นต้น ระหว่างพิจารณาคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินได้ใช้อำนาจตามกฎหมายตรวจสอบทรัพย์สินของผู้คัดค้านทั้งสอง รวม 29 รายการ คือ (1) ธนบัตรไทยจำนวน 5,971,710 บาท (2) ธนบัตรประเทศสหรัฐอเมริกา จำนวน 8,700 ดอลลาร์สหรัฐ (3) ธนบัตรฮ่องกง จำนวน 179,000 ดอลลาร์ฮ่องกง (4) ธนบัตรประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน 4,700 หยวน (5) ธนบัตรประเทศออสเตรเลีย จำนวน 200 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (6) โทรศัพท์เคลื่อนที่ยี่ห้อโมโตโรล่า รุ่นไมโครแท็คหมายเลขเครื่อง ซีเอที 42514/38 ไม่มีแบตเตอรี่ (7) โทรศัพท์เคลื่อนที่ยี่ห้อโนเกียหมายเลขเครื่อง ปท.6409351/39 พร้อมแบตเตอรี่ จำนวน 1 ก้อน (8) โทรศัพท์เคลื่อนที่ยี่ห้อโนเกีย หมายเลขเครื่อง ปท.6406255/38 พร้อมแบตเตอรี่ จำนวน 1 ก้อน (9) โทรศัพท์เคลื่อนที่ยี่ห้อโนเกีย รุ่นจีเอสเอ็ม หมายเลขเครื่อง ปท.490520/30/2284850/0 พร้อมแบตเตอรี่จำนวน 1 ก้อน (10) สร้อยคอทอง ลายห่วงสลับปล้องฉลุลาย จำนวน 1 เส้นน้ำ หนักประมาณ 45 กรัม (11) สร้อยคอทอง ลายเกลียวบิดห้อยระย้า จำนวน 1 เส้น น้ำหนักประมาณ 30 กรัม (12) สร้อยคอทอง ลายเกลียวบิด จำนวน 1 เส้น น้ำหนักประมาณ 15 กรัม (13) สร้อยข้อมือทอง ลายห่วงสลับปล้องพร้อมลูกตุ้มหัวใจฉลุลาย จำนวน 1 เส้น น้ำหนักประมาณ 30 กรัม (14) รูปหล่อหลวงพ่อคูณล้อม พลอยขาวพร้อมกรอบทอง จำนวน 1 องค์ น้ำหนักประมาณ 12 กรัม (15) พระผงสมเด็จพุฒาจารย์โตพร้อมกรอบทอง จำนวน 1 องค์ น้ำหนักประมาณ 17 กรัม (16) พระผงเนื้อสีน้ำตาลพร้อมกรอบทองจำนวน 1 องค์ น้ำหนักประมาณ 15 กรัม (17) พระผงปางสมาธิสีน้ำตาลเข้มพร้อมกรอบทอง จำนวน 1 องค์ น้ำหนักประมาณ 5 กรัม (18) พระผงปางสมาธิเนื้อสีแดงพร้อมกรอบทอง จำนวน 1 องค์ น้ำหนักประมาณ 5 กรัม (19) จี้ทองกระบอกฉลุลาย จำนวน 1 อัน น้ำหนักประมาณ 6 กรัม (20) แหวนทองประดับเพชร 9 เม็ด จำนวน 1 วง น้ำหนักประมาณ 10 กรัม (21) แหวนทองประดับพลอยแดงล้อมพลอยขาว จำนวน 1 วง น้ำหนักประมาณ 5 กรัม (22) แหวนทองสัญลักษณ์กรมตำรวจประดับเพชร จำนวน 1 วง น้ำหนักประมาณ 17 กรัม (23) แหวนทองรูปผีเสื้อประดับเพชร จำนวน 1 วง น้ำหนักประมาณ 4 กรัม (24) แหวนทองประดับพลอยสีฟ้าประดับเพชร 2 เม็ด จำนวน 1 วง น้ำหนักประมาณ 6 กรัม (25) แหวนทองรูปหัวใจ 5 ดวง ประดับพชร 5 เม็ด จำนวน 1 วง น้ำหนักประมาณ 1 กรัม (26) แหวนทองสลับเงินประดับเพชร 1 เม็ด จำนวน 1 วง น้ำหนักประมาณ 3 กรัม (27) นาฬิกาข้อมือยี่ห้อโรเล็กซ์ เรือนสีทองสลับเงิน จำนวน 1 เรือน (28) นาฬิกาข้อมือยี่ห้อโรเล็กซ์ ตัวเรือนประดับเพชร (สายหนัง) จำนวน 1 เรือน (29) นาฬิกาข้อมือ ยี่ห้อโรเล็กซ์ เรือนสีทอง จำนวน 1 เรือน ผู้คัดค้านทั้งสองไม่สามารถแสดงหลักฐานได้ว่าทรัพย์สินที่ถูกตรวจสอบดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่ไม่ได้เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหรือได้รับโอนทรัพย์สินนั้นมาโดยสุจริตและมีค่าตอบแทน หรือเป็นทรัพย์สินที่ได้มาตามสมควรในทางศีลธรรมอันดี หรือในทางกุศลสาธารณะ คณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินของผู้คัดค้านทั้งสอง จำนวน 29 รายการ ตามคำสั่งคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินที่ 167/2542 ผู้รัองขอให้ริบทรัพย์สินของผู้คัดค้านทั้งสอง จำนวน 29 รายการ และให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 27, 29, 31 ศาลชั้นต้นได้ประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์ตามกฎหมายให้บุคคลซึ่งอาจอ้างว่าเป็นเจ้าของทรัพย์สินดังกล่าวยื่นคำร้องคัดค้านคำร้องขอให้ริบทรัพย์เข้ามาในคดี ผู้คัดค้านทั้งสองยื่นคำคัดค้านว่า ทรัพย์สินจำนวน 29 รายการ เป็นทรัพย์สินของผู้คัดค้านทั้งสองซึ่งได้มาโดยสุจริต ไม่ได้เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิด ไม่ได้ใช้ในการกระทำความผิดหรือไม่ได้ใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำความผิด หรือไม่ได้มีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดในการค้ายาเสพติด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ริบทรัพย์สินทั้ง 29 รายการ ให้ตกเป็นของกอทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตามมาตรา 29, 31 แห่งพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 ผู้คัดค้านทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้คัดค้านทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติว่าเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2541 เวลา 8.30 นาฬิกา เจ้าพนักงานตำรวจกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดร่วมกันจับกุมผู้คัดค้านทั้งสองกับพวกอีก 2 คน กล่าวหาว่าร่วมกันมีเฮโรอีนไว้ใน
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง