ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2545

ฎีกาที่ 650/2545

หลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 จดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการขนส่ง มีรถบรรทุกประกอบการถึง 30 คัน โดยไม่ใช่รถบรรทุกของจำเลยที่ 1 เลย แสดงว่าจำเลยที่ 1 มีรายได้และผลประโยชน์มาจากรถบรรทุกที่เข้าร่วมประกอบการขนส่ง ดังนั้น การที่จำเลยที่ 1 ยอมให้จำเลยที่ 4จดทะเบียนเข้าร่วมประกอบการขนส่งกับจำเลยที่ 1 และด้านข้างรถก็พ่นสีระบุชื่อจำเลยที่ 1 ไว้ด้วย จึงถือว่าจำเลยที่ 1 ยอมผูกพันตนเข้าร่วมกิจการและรับผลประโยชน์ร่วมกันกับจำเลยที่ 4เมื่อจำเลยที่ 5 ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 4 ขับรถบรรทุกคันดังกล่าวในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 4 โดยประมาท ถือได้ว่าจำเลยที่ 5เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 ด้วย จำเลยที่ 1 จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 4 ในผลแห่งละเมิดนั้น ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1 ก็ต้องร่วมรับผิดในบรรดาหนี้ของจำเลยที่ 1 โดยไม่จำกัดจำนวนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1077(2),1087 จำเลยที่ 6 เป็นเพียงเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์บรรทุกที่ให้จำเลยที่ 4 เช่าซื้อไปจำเลยที่ 4 เป็นผู้ครอบครองใช้รถคันดังกล่าวจึงมีอำนาจนำรถไปจดทะเบียนประกอบการขนส่งร่วมกับจำเลยที่ 1ได้ โดยไม่ต้องได้รับอนุญาตจากจำเลยที่ 6 และแม้ว่าจำเลยที่ 2จะเป็นผู้จัดการสาขาของจำเลยที่ 6 และร่วมกับจำเลยที่ 3 จดทะเบียนตั้งจำเลยที่ 1 ขึ้นมาเพื่อประกอบการขนส่งก็ตาม ก็เป็นการกระทำของจำเลยที่ 2 ในฐานะส่วนตัวและเป็นกิจการของจำเลยที่ 1โดยลำพัง ไม่อาจถือว่าจำเลยที่ 6 ร่วมประกอบการขนส่งกับจำเลยที่ 1และที่ 4 จึงไม่ต้องร่วมรับผิดในผลแห่งละเมิดต่อโจทก์

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัดมีจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 และที่ 6ร่วมกันทำธุรกิจประกอบการขนส่งและเป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกสิบล้อหมายเลขทะเบียน 70-0030 กระบี่ โจทก์เป็นเจ้าของผู้ครอบครองรถยนต์บรรทุกสิบล้อหมายเลขทะเบียน 80-6242 สมุทรปราการและรถพ่วงบรรทุกถังแก๊สหมายเลขทะเบียน 80-3572 สมุทรปราการเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2532 นายสมนึก ไชยวงศ์ ลูกจ้างโจทก์ขับรถยนต์บรรทุกสิบล้อลากรถพ่วงบรรทุกถังแก๊สดังกล่าวไปตามถนนเพชรเกษม จากกรุงเทพมหานครมุ่งหน้าไปทางจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อถึงหลักกิโลเมตรที่ 328 ถึงที่ 330 ในท้องที่หมู่ที่ 1ตำบลคลองวาฬ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์จำเลยที่ 5 ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 และที่ 6 ขับรถยนต์บรรทุกสิบล้อหมายเลขทะเบียน 70-0030 กระบี่ ในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 และที่ 6 แล่นสวนทางมาด้วยความประมาทแซงรถคันอื่นล้ำเข้ามาในช่องเดินรถของโจทก์ เป็นเหตุให้ชนรถยนต์บรรทุกสิบล้อ ซึ่งลากรถพ่วงบรรทุกถังแก๊สของโจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งหกร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยรวม 3,502,715.73 บาท กับดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5ต่อปี จากต้นเงิน 3,258,340.22 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ให้การว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าของหรือผู้ครอบครองรถยนต์บรรทุกสิบล้อหมายเลขทะเบียน 80-6242 สมุทรปราการและรถพ่วงบรรทุกถังแก๊สหมายเลขทะเบียน 80-3572 สมุทรปราการจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ไม่ใช่เจ้าของผู้ครอบครองหรือประกอบการขนส่งรถยนต์บรรทุกสิบล้อหมายเลขทะเบียน 70-0030 กระบี่ และไม่ได้เป็นนายจ้างของจำเลยที่ 5 เหตุละเมิดเกิดจากนายสมนึก ไชยวงศ์ขับรถยนต์บรรทุกสิบล้อหมายเลขทะเบียน 80-6242 สมุทรปราการด้วยความประมาทโดยใช้ความเร็วสูง แซงรถจักรยานยนต์ล้ำเข้ามาชนรถยนต์บรรทุกที่จำเลยที่ 5 ขับในช่องเดินรถของจำเลยที่ 5 คำฟ้องเคลือบคลุม เนื่องจากรายการความเสียหายตามเอกสารท้ายฟ้องเป็นภาษาต่างประเทศ จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ไม่เข้าใจว่าโจทก์ได้รับความเสียหายอย่างไร จำนวนเท่าใด กรรมการของโจทก์ไม่ได้ลงลายมือชื่อในใบแต่งทนายความและตราประทับในใบแต่งทนายความไม่ใช่ตราสำคัญของโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 4 และที่ 5 ให้การทำนองเดียวกันว่า กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ไม่ได้ลงลายมือชื่อในคำฟ้อง โจทก์ไม่ใช่เจ้าของรถยนต์บรรทุกสิบล้อหมายเลขทะเบียน 80-6242สมุทรปราการ และรถพ่วงบรรทุกถังแก๊สหมายเลขทะเบียน80-3572 สมุทรปราการ จำเลยที่ 4 มิได้ประกอบการขนส่งร่วมกับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 และที่ 6 ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 5 ไม่ได้เป็นลูกจ้างขับรถยนต์บรรทุกสิบล้อในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1ถึงที่ 4 และที่ 6 เหตุละเมิดเกิดจากนายสมนึก ไชยวงศ์ ขับรถยนต์บรรทุกสิบล้อหมายเลขทะเบียน 80-6242 สมุทรปราการ ด้วยความประมาทแซงรถจักรยานยนต์ล้ำเข้ามาชนรถยนต์บรรทุกที่จำเลยที่ 5 ขับในช่องเดินรถของจำเลยที่ 5 รถพ่วงบรรทุกถังแก๊สหมายเลขทะเบียน 80-3572 สมุทรปราการ ได้รับความเสียหายไม่เกิน200,000 บาท และโจทก์ไม่มีสิทธิคิดดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 30กันยายน 2532 เพราะโจทก์มิได้จ่ายเงินค่าซ่อมไปตั้งแต่วันดังกล่าวขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 6 ให้การว่า จำเลยที่ 4 ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์บรรทุกสิบล้อหมายเลขทะเบียน 70-0030 กระบี่ ไปจากจำเลยที่ 6และชำระค่าเช่าซื้อครบถ้วนแล้ว จำเลยที่ 6 ไม่ใช่เจ้าของหรือผู้ครอบครองรถยนต์บรรทุกสิบล้อคันดังกล่าวร่วมกับจำเลยที่ 1ถึงที่ 4 จำเลยที่ 5 มิได้เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 6 คำฟ้องเกี่ยวกับค่าเสียหายเคลือบคลุมเนื่องจากรายการค่าซ่อมรถพ่วงบรรทุกถังแก๊สตามเอกสารท้ายฟ้องเป็นภาษาอังกฤษ จำเลยที่ 6 ไม่อาจเข้าใจได้ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาโจทก์ยื่นคำร้องขอให้เรียกบริษัทไทยศรีนครประกันภัย จำกัด เข้าเป็นจำเลยร่วมและจำเลยที่ 4 ถึงแก่กรรม โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เรียกนางสาวอรุณวรรณ อุ่นทรัพย์เจริญ ทายาทเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยร่วมให้การว่า กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ไม่ได้ลงลายมือชื่อในคำฟ้อง โจทก์ไม่ใช่เจ้าของรถยนต์บรรทุกสิบล้อหมายเลขทะเบียน 80-6242 สมุทรปราการ และรถพ่วงบรรทุกถังแก๊สหมายเลขทะเบียน 80-3572 สมุทรปราการ จำเลยร่วมเป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์บรรทุกสิบล้อหมายเลขทะเบียน 70-0030 กระบี่ จำนวนเงินเอาประกัน 200,000 บาท จำเลยร่วมไม่ต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ เนื่องจากจำเลยที่ 5 ไม่ได้เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 4ผู้เอาประกันภัยและเหตุละเมิดเกิดจากความประมาทของนายสมนึกไชยวงศ์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 4 และที่ 5 กับจำเลยร่วมใช้เงิน 3,258,340.22 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันที่ 30 กันยายน 2532 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์โดยให้จำ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 650/2545 · ทนอย Thanoy