คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2539
ฎีกาที่ 6507/2539
หลักกฎหมาย
จำเลยที่1ใช้คำว่าเคอนิก ซึ่งเป็นชื่อเครื่องหมายการค้าของโจทก์ที่1เมื่อชื่อของจำเลยที่1ได้เพราะมีข้อตกลงระหว่างโจทก์ที่1และจำเลยที่2ให้จำเลยที่1ใช้ชื่อดังกล่าวได้ในระหว่างที่จำเลยที่2เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าของโจทก์ที่2ซึ่งใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวของโจทก์ที่1ดังนั้นเมื่อจำเลยที่2มิได้เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าดังกล่าวของจำเลยที่1แล้วจำเลยที่1ก็ไม่มีสิทธิใช้คำว่าเคอนิก(KOENIGX) เป็นชื่อของจำเลยที่1โดยชอบอีกต่อไป
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ 1 เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าอักษรโรมันคำว่าKOENIG อ่านว่า เคอนิก พร้อมรูปมงกุฎตามสำเนาภาพถ่ายแบบรูปมงกุฎพร้อมคำว่า KOENIG เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 3 ซึ่งโจทก์ที่ 1 ได้คิดประดิษฐ์ขึ้นเมื่อกลางปี 2531เพื่อใช้กับสินค้าประเภทขอบพลาสติกใช้กับเฟอร์นิเจอร์เช่น คิ้วปูพื้นกระเบื้องและจมูกบันไดทำด้วยพีวีซี และสินค้าอื่น ๆ ในจำพวกเดียวกัน จำเลยที่ 2 เคยเป็นพนักงานของบริษัทที่ขายเม็ดพลาสติกให้แก่โจทก์ที่ 2 ตั้งแต่ปี 2529 ต่อมากลางปี2532 จำเลยที่ 2 ต้องการประกอบธุรกิจส่วนตัวและขอให้โจทก์ที่ 1 ช่วยเหลือโจทก์ที่ 1 ตกลงให้จำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าจำพวกคิ้วกระเบื้องปูพื้น จมูกบันไดซึ่งทำด้วยพีวีซีที่โจทก์ที่ 2 ผลิตเพื่อจำหน่ายมาตั้งแต่ปลายปี 2531ภายใต้เครื่องหมายการค้าคำว่า KOENIG พร้อมรูปมงกุฎแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย หลังจากนั้นจำเลยที่ 2 ได้เข้าเป็นกรรมการของจำเลยที่ 1 และแจ้งต่อโจทก์ที่ 1 ว่าจะขายสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้าคำว่า KOENIG พร้อมรูปมงกุฎแต่เพียงอย่างเดียว ขอให้โจทก์ที่ 1 อนุญาตให้จำเลยที่ 2ใช้คำว่าเคอนิกเป็นชื่อของจำเลยที่ 1 พร้อมเสนอให้โจทก์ที่ 1เป็นผู้ถือหุ้นของจำเลยที่ 1 ด้วย โจทก์ที่ 1 อนุญาตเช่นนั้นโดยแจ้งต่อจำเลยที่ 2 ว่า หากโจทก์ที่ 1 ไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นของจำเลยที่ 1และจำเลยที่ 1 มิได้จำหน่ายสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้าคำว่า KOENIG พร้อมรูปมงกุฎซึ่งผลิตโดยโจทก์ที่ 2 แล้วจำเลยที่ 1 ต้องเปลี่ยนชื่อเป็นชื่ออื่น ต่อมาวันที่ 3 สิงหาคม 2532จำเลยที่ 1 ได้ยื่นขอจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัทเคอนิก จำกัดและหลังจากนั้นจำเลยทั้งสองได้ติดต่อทำการค้ากับโจทก์ทั้งสองตลอดมาโดยจำเลยที่ 1 ซื้อสินค้าคิ้วปูพื้นกระเบื้องและจมูกบันไดซึ่งมีเครื่องหมายการค้า KOENIG พร้อมรูปมงกุฎจากโจทก์ทั้งสองไปจำหน่ายให้แก่ลูกค้าของจำเลยที่ 1 ในประเทศไทย ต่อมาประมาณปลายปี 2534 โจทก์ที่ 1 ทราบว่าจำเลยที่ 2 สั่งซื้อสินค้าดังกล่าวจากบริษัทอื่น โจทก์ทั้งสองจึงตกลงกับจำเลยที่ 1 ยุติการซื้อขายสินค้าต่อกันตั้งแต่ปี 2535 และโจทก์ที่ 1 ได้ออกจากการเป็นผู้ถือหุ้นของจำเลยที่ 1 โจทก์ที่ 1 แจ้งให้จำเลยที่ 1 เปลี่ยนชื่อเป็นชื่ออื่นที่ไม่มีคำว่าเคอนิกแต่จำเลยที่ 1 เพิกเฉย โจทก์ที่ 1 ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า KOENIG พร้อมรูปมงกุฎต่อกองทะเบียนเครื่องหมายการค้ากรมทรัพย์สินทางปัญหา ในสินค้าจำพวกที่ 50 เมื่อต้นปี 2535โจทก์ทั้งสองจึงทราบว่าจำเลยที่ 1 ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า KOENIG พร้อมรูปมงกุฎในสินค้าจำพวกที่ 18 ได้แก่ประตูทุกชนิดหน้าต่างทุกชนิด ที่ตักผง เป็นต้นตามคำขอจดทะเบียนเลขที่ 211734 ซึ่งนายทะเบียนได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าให้ทะเบียนเลขที่ 154054 นอกจากนี้แล้วจำเลยที่ 1ยังไม่ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวสำหรับสินค้าจำพวก 17 ได้แก่ กาบกล้วยพลาสติกและคิ้วพลาสติก เพื่อการก่อสร้างหรือการตกแต่งจมูกบันได ราวบันได เป็นต้น ตามคำขอจดทะเบียนเลขที่ 211733 โดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ที่ 1 อีกด้วยการที่จำเลยที่ 1 ยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่าKOENIG พร้อมรูปมงกุฎโดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ที่ 1เช่นนั้นเป็นการกระทำโดยไม่สุจริตและละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้าของโจทก์ที่ 1 และการที่จำเลยที่ 1 ไม่ยอมจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อแสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 มีเจตนาไม่สุจริตประสงค์จะให้บุคคลทั่วไปเข้าใจว่าสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้าKOENIG พร้อมรูปมงกุฎเป็นสินค้าของจำเลยที่ 1 และเครื่องหมายการค้าดังกล่าวเป็นเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ 1 อันเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ทั้งสอง ทำให้โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหายขอให้พิพากษาว่าโจทก์ที่ 1 เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าอักษรโรมันคำว่า KOENIG พร้อมรูปมงกุฎ และมีสิทธิในเครื่องหมายการค้าดังกล่าวดีกว่าจำเลยทั้งสอง ห้ามจำเลยทั้งสองใช้หรือเข้าเกี่ยวข้องใด ๆ กับเครื่องหมายการค้าดังกล่าว หรือเครื่องหมายการค้าที่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าดังกล่าวอีกต่อไป ให้จำเลยทั้งสองถอนทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามคำขอเลขที่ 211734 ทะเบียนเลขที่ 154054 หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสองให้จำเลยที่ 1 โอนสิทธิในคำขอเลขที่ 211733 แก่โจทก์ที่ 1และให้ถอนการใช้คำว่าเคอนิกเป็นชื่อของจำเลยที่ 1 โดยให้จำเลยทั้งสองไปจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อบริษัท ณ สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท กระทรวงพาณิชย์ กรุงเทพมหานคร หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์ที่ 1 ไม่ได้เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าอักษรโรมันคำว่า KOENIG พร้อมรูปมงกุฎจำเลยที่ 2 เป็นผู้เลือกคำว่า KOENIG อ่านว่า เคอนิก ซึ่งเป็นภาษาเย
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง