คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2543
ฎีกาที่ 6515/2543
หลักกฎหมาย
การที่จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างจัดให้มีพยาบาลประจำเรืออันเป็นการกำหนดขึ้นเพื่อความปลอดภัยในการทำงานของพนักงานก็เป็นการจัดสวัสดิการซึ่งเป็นสภาพการจ้างตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 ก็ไม่ได้บังคับให้ต้องทำข้อตกลงเป็นหนังสือ แม้จำเลยกระทำแต่เพียงฝ่ายเดียวและไม่ได้ทำเป็นหนังสือก็ถือได้ว่าเป็นสภาพการจ้างโดยปริยายแล้ว จำเลยมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามแต่การจัดพยาบาลประจำเรือดังกล่าวเป็นสวัสดิการที่จำเลยจัดให้แก่พนักงานนอกเหนือที่กฎหมายกำหนดไว้ เมื่อจำเลยมีระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ในการบริหารกิจการของจำเลยและเกี่ยวกับสวัสดิการและผลประโยชน์อื่น จำเลยย่อมอาศัยระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานดังกล่าวเปลี่ยนแปลงปรับปรุงสวัสดิการที่ได้ให้แก่พนักงานนั้นได้ เมื่อการเปลี่ยนแปลงสวัสดิการในการรักษาพยาบาลที่จำเลยจัดให้ใหม่นี้มิได้ทำให้พนักงานของจำเลยได้รับสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลน้อยลงกว่าเดิม จำเลยจึงมีอำนาจกระทำได้ตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานข้างต้น
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทสหภาพแรงงาน โดยสมาชิกของโจทก์ได้รับการจัดสวัสดิการจากจำเลยให้มีพยาบาลประจำเรือกักเก็บก๊าซธรรมชาติเหลวเอราวัณ ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานของลูกจ้างตลอด 24 ชั่วโมงมาเป็นเวลาประมาณ 11 ปี ต่อมาวันที่ 24 กันยายน 2541 จำเลยได้ย้ายพยาบาลประจำเรือดังกล่าวไปประจำสถานที่อื่น และจัดพยาบาลไปตรวจเยี่ยมตามกำหนด ทำให้ลูกจ้างได้รับสวัสดิการการรักษาพยาบาลลดลงมากและสูญเสียความพร้อมในการกู้ชีวิตในภาวะฉุกเฉิน อันเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างไปในทางที่ไม่เป็นคุณแก่ลูกจ้าง และไม่ได้รับความยินยอมจากลูกจ้างมาก่อน ขอให้บังคับจำเลยจัดพยาบาลประจำเรือกักเก็บก๊าซธรรมชาติเหลวเอราวัณตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้มีสภาพการจ้างด้านสวัสดิการการรักษาพยาบาลดังเดิม จำเลยให้การว่า ได้จัดสวัสดิการการรักษาพยาบาลให้ลูกจ้างบนเรือกักเก็บก๊าซธรรมชาติเหลวเอราวัณตลอดเวลา ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานที่กำหนดตามกฎหมาย ทั้ง ๆ ที่มีลูกจ้างบนเรือ 25 ถึง 30 คน เท่านั้น ไม่ถึง 200 คนตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดสวัสดิการเกี่ยวกับสุขภาพอนามัยสำหรับลูกจ้าง ลงวันที่ 16 เมษายน 2515 ข้อ 2 แต่จำเลยก็จัดให้มีห้องรักษาพยาบาล เวชภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ และยารักษาโรค ทั้งได้ฝึกเจ้าหน้าที่ประจำเรือจนมีคุณสมบัติสามารถปฐมพยาบาลและรักษาพยาบาลชั้นต้น โดยได้รับการรับรองจากสภากาชาดไทย จำนวน 11 คน สับเปลี่ยนกันทำหน้าที่ได้ตลอดเวลา สวัสดิการการรักษาพยาบาลประจำเรือจึงถือว่าสูงกว่ามาตรฐานที่กฎหมายไทยกำหนด และมาตรฐานนานาชาติทั่วโลกก็ไม่ได้กำหนดให้ต้องมีพยาบาลหรือแพทย์ประจำบนเรือตลอด 24 ชั่วโมงจำเลยเพิ่งจัดพยาบาลประจำเรือเมื่อเดือนกรกฎาคม 2533 ถึงเดือนกันยายน2541 และในช่วงปี 2539 ถึง 2540 จำเลยส่งเรือไปซ่อมแซม ปรับปรุงสภาพและระบบต่าง ๆ ที่ประเทศสิงคโปร์ให้ทันสมัย เพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงมีความมั่นคงปลอดภัย และมีภาวะแวดล้อมในการทำงานดีขึ้น ระหว่างปรับปรุงซ่อมแซมนี้ จำเลยจัดเรือลำอื่นทำการกักเก็บก๊าซธรรมชาติเหลวแทนชั่วคราว โดยไม่มีพยาบาลประจำตลอด 24 ชั่วโมง และเมื่อเรือปรับปรุงซ่อมแซมเรียบร้อยแล้วจำเลยได้ปรับปรุงการบริหารพนักงานบนเรือ โดยไม่จำต้องใช้พนักงานมากเหมือนก่อน และได้สับเปลี่ยนบุรุษพยาบาลให้ไปประจำอยู่ที่แท่นขุดเจาะปิโตรเลียมอื่น ๆ แต่การรักษาพยาบาลนั้นจำเลยได้จัดให้มีพยาบาลและแพทย์ประจำแท่นผลิตเอราวัณ ซึ่งอยู่ใกล้เคียงไปบริการรักษาพยาบาลตามเวลาที่พนักงานต้องการหรือมีความเจ็บป่วยเฉลี่ยสัปดาห์ละ 1 ถึง 2 ครั้ง ด้านการปรึกษาหรือรับการรักษาพยาบาลก็สามารถติดต่อกับแพทย์และพยาบาลประจำแท่นผลิตเอราวัณ ทางโทรศัพท์คอมพิวเตอร์ หรือวิทยุ ได้ตลอดเวลา นอกจากนี้จำเลยไม่เคยทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างกับโจทก์ที่จะต้องจัดให้มีพยาบาลทำหน้าที่ประจำเรือตลอด24 ชั่วโมง การเปลี่ยนแปลงโยกย้ายพยาบาลประจำเรือกักเก็บก๊าซธรรมชาติเหลวเอราวัณเป็นการใช้สิทธิการบริหารงานของจำเลยให้เหมาะสมกับสภาพการทำงานที่เปลี่ยนแปลงในแต่ละยุคสมัยที่จำเลยปรับปรุงมาโดยตลอดไม่ได้เป็นการลดประโยชน์ เรื่อง การรักษาพยาบาลและความปลอดภัยขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า เดิมไม่มีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างนี้ไว้ แต่เมื่อประมาณปี 2531 หลังจากเกิดอุบัติเหตุบนเรือกักเก็บก๊าซธรรมชาติเหลวเอราวัณเป็นเหตุให้ลูกจ้างเสียชีวิตและบาดเจ็บ จำเลยจึงจัดให้มีพยาบาลประจำเรือดังกล่าวตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีพยาบาล 2 คน สลับกันปฏิบัติหน้าที่คนละ 14 วัน การจัดพยาบาลประจำเรือดังกล่าวจึงถือเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างโดยปริยาย การที่จำเลยยกเลิกพยาบาลประจำเรือกักเก็บก๊าซธรรมชาติเหลวเอราวัณโดยฝึกอบรมปฐมพยาบาลให้แก่ลูกจ้างบนเรือกักเก็บก๊าซธรรมชาติเหลวเอราวัณและส่งพยาบาลไปตรวจเยี่ยมสัปดาห์ละ 2 วันถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างด้านสวัสดิการเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ที่ลูกจ้างจะได้รับการดูแลรักษาพยาบาลอย่างทั่วถึงและทันท่วงทีจากพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ได้รับความยินยอมจากลูกจ้างทั้งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เป็นคุณแก่ลูกจ้างซึ่งต้องห้ามตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 20พิพากษาให้จำเลยจัดพยาบาลประจำบนเรือกักเก็บก๊าซธรรมชาติเหลวเอราวัณตลอด 24 ชั่วโมง จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "จำเลยอุทธรณ์ประการแรกว่าจำเลยจัดให้มีพยาบาลประจำเรือกักเก็บก๊าซธรรมชาติเหลวเอราวัณเป็นการกำหนดขึ้นเพื่อความปลอดภัยในการทำงานของพนักงานแต่เพียงฝ่ายเดียวจำเลยมิได้ตกลงกับโจทก์ และไม่ได้ทำเป็นหนังสือ การจัดให้มีพยาบาลประจำเรือดังกล่าวจึงมิใช่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์พ.ศ. 2518 มาตรา 10 วรรคสอง นั้น เห็นว่า การที่จำเลยจัดให้มีสวัสดิการดังกล่าวเป็นสภาพการจ้างตามมา
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง