ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2546

ฎีกาที่ 6528/2546

หลักกฎหมาย

ผู้ที่จะได้ลิขสิทธิ์จากการนำลิขสิทธิ์ของผู้อื่นมารวบรวมหรือประกอบเข้าด้วยกันต้องใช้ความรู้ความสามารถหรือความวิริยะอุตสาหะในระดับหนึ่งโดยมิใช่เป็นการลอกเลียนงานอันเป็นลิขสิทธิ์ของผู้อื่น โจทก์จัดทำเอกสารเพื่อประกอบการเสนอราคารถยนต์ปฏิบัติการตรวจเก็บกู้วัตถุระเบิดต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยลอกเลียนมาจากแคตตาล็อกของบริษัท พ. ทั้งหมด เพียงจัดเรียงองค์ประกอบให้สวยงามขึ้นเท่านั้นโจทก์มิได้ใช้ความริเริ่มของตนเองเพียงพอจนเป็นส่วนสำคัญที่ก่อให้เกิดงานรวบรวมขึ้นจึงไม่ได้ลิขสิทธิ์ ดังนั้น แม้จำเลยไม่มีสิทธิที่จะนำแคตตาล็อกมาจัดทำเป็นส่วนหนึ่งเอกสารประกอบการเสนอราคาของจำเลยต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติเช่นกัน โดยที่บริษัท พ. ไม่ได้อนุญาตให้กระทำได้เพราะจำเลยไม่ได้เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าของบริษัท พ. ซึ่งหากเป็นการไม่ชอบก็เป็นเรื่องที่จำเลยละเมิดลิขสิทธิ์ของบริษัท พ. โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด มีจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1 บริษัทพี.ดับเบิ้ลยู. อัลเล็น แอนด์ โค จำกัด เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยต่าง ๆ ในประเทศอังกฤษและประเทศอื่นทั่วโลก จึงได้จัดทำแคตตาล็อกแสดงภาพถ่ายและข้อมูลของสินค้าซึ่งมีข้อความอธิบายคุณสมบัติข้อกำหนดพิเศษของสินค้า พร้อมดัชนีค้นหาออกเผยแพร่และโฆษณาเพื่อเป็นการส่งเสริมการขาย โดยโฆษณาครั้งแรกที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นภาคีแห่งอนุสัญญากรุงเบิร์น ว่าด้วยการคุ้มครองงานวรรณกรรมและศิลปกรรม และความตกลงว่าด้วยสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวกับการค้า อันเป็นอนุสัญญาระหว่างประเทศเกี่ยวกับการให้ความคุ้มครองลิขสิทธิ์ที่ประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย และต่อมาได้โฆษณาเผยแพร่ในประเทศต่าง ๆ รวมทั้งประเทศไทยแคตตาล็อกดังกล่าวเป็นงานวรรณกรรมและงานศิลปกรรมซึ่งได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 บริษัทพี. ดับเบิ้ลยู. อัลเล็น แอนด์ โค จำกัด แต่งตั้งโจทก์เป็นผู้แทนจำหน่ายสินค้าแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย และอนุญาตให้โจทก์ใช้เอกสารที่เป็นหนังสือในรูปลักษณ์ต่าง ๆ รวมถึงแคตตาล็อกและข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าเพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมการขายแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โจทก์ได้ยื่นซองเสนอราคารถยนต์ปฏิบัติการตรวจเก็บกู้วัตถุระเบิดพร้อมอุปกรณ์เก็บกู้วัตถุระเบิดต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยจัดทำเอกสารประกอบการเสนอราคา แสดงคุณลักษณะเฉพาะของสินค้าดังกล่าว โดยได้รับอนุญาตจากบริษัทพี. ดับเบิ้ลยู.อัลเล็น แอนด์ โค จำกัด ในการจัดทำเอกสารโจทก์ได้บรรยายถึงคุณสมบัติและคุณลักษณะของสินค้าในส่วนที่เป็นภาพสีและรายละเอียดของสินค้าโดยใช้เครื่องสแกนเนอร์สแกนภาพสีและคำบรรยายภาษาอังกฤษบางส่วนจากแคตตาล็อกสินค้าของบริษัทพี. ดับเบิ้ลยู. อัลเล็น แอนด์ โค จำกัดมารวบรวมโดยคัดเลือกและจัดลำดับไว้เป็นหมวดหมู่ ตามประเภทของสินค้าในลักษณะที่มิได้เป็นการลอกเลียนผู้ใด โจทก์มีลิขสิทธิ์ในเอกสารประกอบการเสนอราคา โดยถือเป็นงานรวบรวมตามความหมายของมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฯเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2544 จำเลยทั้งสองคัดลอกและทำซ้ำภาพถ่ายและ/หรือข้อความจากเอกสารประกอบการเสนอราคาของโจทก์และจากแคตตาล็อกของบริษัทพี. ดับเบิ้ลยู. อัลเล็น แอนด์ โค จำกัด โดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์หรือบริษัทพี. ดับเบิ้ลยู. อัลเล็น แอนด์ โค จำกัด ต่อมาจำเลยนำเอกสารที่จัดทำโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ไปยื่นต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยจำเลยทั้งสองทราบดีอยู่แล้วว่า เอกสารประกอบการเสนอราคาของจำเลยทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ แต่ได้นำเอกสารนั้นไปเผยแพร่ต่อสาธารณชนหรือแจกจ่ายในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 4, 8, 12,15, 27, 31, 61, 69, 70, 74, 75 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 ให้สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ตกเป็นของโจทก์ ให้จ่ายเงินค่าปรับกึ่งหนึ่งแก่โจทก์ และริบสิ่งที่ได้ใช้ในการกระทำความผิด ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยชั้นนี้ว่า เอกสารหมาย จ.10 ซึ่งเป็นเอกสารที่โจทก์จัดทำขึ้นเพื่อประกอบการเสนอราคารถยนต์ปฏิบัติการตรวจเก็บกู้วัตถุระเบิดต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติในส่วนที่โจทก์กล่าวอ้างว่า จำเลยคัดลอกหรือทำซ้ำตามเอกสารหมาย จ.15 เป็นลิขสิทธิ์ของโจทก์หรือไม่ เห็นว่า การที่โจทก์จะได้มาซึ่งลิขสิทธิ์ในงานรวบรวมตามเอกสารหมาย จ.10 นั้น จะต้องได้ความว่าโจทก์เป็นผู้สร้างสรรค์ขึ้นมาตามส่วนที่ 2 ว่าด้วยการได้มาซึ่งลิขสิทธิ์แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ในการที่โจทก์จัดทำเอกสารหมาย จ.10 นั้น จากคำเบิกความของนายชัยสิทธิ์ เชาวกุล พยานของโจทก์ได้เบิกความเป็นพยานโจทก์ตอบทนายโจทก์ถามติงว่า "...ข้อความและข้อมูลของเอกสารหมาย จ.10 นั้น ข้าฯ ได้นำมาจากเอกสารหมาย จ.3 ซึ่งเป็นแคตตาล็อกของบริษัทพี. ดับเบิ้ลยู. อัลเล็น แอนด์ โค จำกัด การจัดทำนั้น ข้าฯ ได้ใช้คอมพิวเตอร์นำภาพจากเอกสารหมาย จ.3 มาและได้มีการพิมพ์ข้อความขึ้นใหม่โดยใช้ข้อความจากเอกสารหมาย จ.3 โดยข้าฯ ได้จัดทำเอกสารหมาย จ.10 ขึ้นโดยการจัดเรียงหมวดหมู่สินค้าให้ตรงตามประกาศของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อไม่ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเกิดความสับสน การจัดเรียงตัวอักษรในเอกสารหมาย จ.10 นั้นจะแตกต่างจากเอกสารหมาย จ.3 เนื่องจากข้าฯ จัดเรียงองค์ประกอบให้มีความสวยงามยิ่งขึ้น..." อันแสดงว่าเอกสารหมาย จ.10 ที่โจทก์จัดทำขึ้นนั้นเป็นแต่เพียงโจทก์นำภาพและข้อความมาจากแคตตาล็อก
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6528/2546 · ทนอย Thanoy