ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2550

ฎีกาที่ 6549/2550

หลักกฎหมาย

การที่โจทก์ร่วมฟ้องจำเลยกับพวกต่อศาลแรงงานภาค 5 เป็นการฟ้องเนื่องจากจำเลยกับพวกซึ่งเป็นลูกจ้างได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ร่วมซึ่งเป็นนายจ้างอันเป็นการใช้สิทธิเรียกร้องในทางแพ่ง สัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์ร่วมและจำเลยกับพวกจึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่งซึ่งไม่มีข้อตกลงว่าโจทก์ร่วมไม่ติดใจดำเนินคดีแก่จำเลยในทางอาญา ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการ "ยอมความกัน" สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ย่อมไม่ระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2)

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ให้จำเลยคืนเงินจำนวน 271,565 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา บริษัทไดสตาร์เชน จำกัด ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก จำคุก 6 เดือน ให้จำเลยคืนเงินจำนวน 271,565 บาท แก่ผู้เสียหาย (ที่ถูกโจทก์ร่วม) จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) หรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 และให้จำเลยคืนเงิน 271,565 บาท แก่โจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาจำคุกจำเลย 6 เดือน และให้จำเลยคืนเงิน 271,565 บาท แก่โจทก์ร่วม ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 5 โจทก์ร่วมได้ฟ้องจำเลยกับพวกต่อศาลแรงงานภาค 5 เนื่องจากจำเลยกับพวกได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ร่วมซึ่งเป็นนายจ้างทุนทรัพย์ 713,174 บาท โจทก์ร่วมและจำเลยกับพวกได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โดยจำเลยกับพวกยอมชำระเงินแก่โจทก์ร่วม 600,000 บาท ผ่อนชำระเป็นงวด ๆ หากผิดนัดงวดใดงวดหนึ่งถือว่าผิดนัดทั้งหมด ยอมให้โจทก์ร่วมบังคับคดีได้ทันที และต่างฝ่ายต่างไม่ติดใจเรียกร้องสิ่งใดต่อกันในคดีดังกล่าวอีก ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ร่วมแถลงต่อศาลชั้นต้นตามรายงานกระบวนพิจารณาวันที่ 2 สิงหาคม 2549 ว่ามูลหนี้ที่โจทก์ร่วมมาร้องทุกข์ดำเนินคดีนี้เป็นมูลหนี้เดียวกันกับที่โจทก์ร่วมฟ้องจำเลยกับพวกต่อศาลแรงงานภาค 5 และได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน การที่โจทก์ร่วมฟ้องจำเลยกับพวกต่อศาลแรงงานภาค 5 เป็นการฟ้องเนื่องจากจำเลยกับพวกซึ่งเป็นลูกจ้างได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ร่วมซึ่งเป็นนายจ้าง อันเป็นการใช้สิทธิเรียกร้องในทางแพ่ง สัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวจึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่ง ซึ่งไม่มีข้อตกลงว่าโจทก์ร่วมไม่ติดใจดำเนินคดีแก่จำเลยในทางอาญา ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการ "ยอมความกัน" สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ย่อมไม่ระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6549/2550 · ทนอย Thanoy