คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2544
ฎีกาที่ 6565/2544
หลักกฎหมาย
หนังสือมอบอำนาจของโจทก์ให้ฟ้องคดีแทนทำขึ้นที่ประเทศสาธารณรัฐเกาหลีซึ่งได้มีการรับรองว่าได้จัดทำกันขึ้นจริงโดยทนายความโนตารีปับลิกผู้ได้รับอนุญาตแห่งสำนักทนายความซึ่งได้รับอนุญาตจากกระทรวงยุติธรรมของประเทศสาธารณรัฐเกาหลีให้ทำหน้าที่โนตารีปับลิกแล้ว จึงแสดงว่าหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวได้ทำขึ้นถูกต้องตามบทบัญญัติกฎหมายของประเทศสาธารณรัฐเกาหลีโดยชอบ ดังนั้น แม้จะได้นำหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวมาใช้ในประเทศไทยก็ย่อมถือได้ว่าเป็นตราสารที่รับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้ กรณีไม่จำเป็นต้องอยู่ในบังคับที่ให้ปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากรฯ คำฟ้องเป็นเพียงการสรุปข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเพื่อให้เห็นถึงความเกี่ยวพันกันระหว่างโจทก์และจำเลยตามที่โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยได้กระทำการใดให้โจทก์ต้องเสียหายพร้อมคำขอให้บังคับจำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์พอที่จำเลยจะเข้าใจและต่อสู้คดีได้เท่านั้นส่วนการที่โจทก์มิได้บรรยายฟ้องถึงการที่จำเลยผิดสัญญาเช่าเหมาระวางเรือข้อใด สินค้าสูญหายหรือเสียหายเท่าใด คิดเป็นเงินเท่าใดโจทก์ชดใช้เงินให้ผู้รับตราส่งไปแล้วเท่าใดและได้ชำระเมื่อใดนั้นมิได้เป็นสาระที่จะเป็นเหตุทำให้ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมแต่อย่างใดเพราะโจทก์มิได้ฟ้องจำเลยให้รับผิดตามสัญญาเช่าเหมาระวางเรือแต่โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดใช้ค่าเสียหายต่าง ๆ ตามคำสั่งของศาลสูงแผนกคดีพาณิชย์ ประเทศอังกฤษ แม้อนุญาโตตุลาการ ณ นครลอนดอน ประเทศอังกฤษยังไม่มีคำวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทระหว่างโจทก์และจำเลยก็ตามแต่ก็เป็นคนละส่วนกับคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดของศาลสูงแผนกคดีพาณิชย์ ประเทศอังกฤษ เกี่ยวกับคำร้องของจำเลยที่อ้างว่าโจทก์ส่งหมายเรียกเกี่ยวกับการพิพาทกันในชั้นอนุญาโตตุลาการดังกล่าวให้จำเลยในประเทศไทยโดยมิชอบ ซึ่งถึงที่สุดไปแล้วตามคำสั่งของศาลสูงแผนกคดีพาณิชย์ กำหนดให้จำเลยชดใช้ค่าใช้จ่ายให้โจทก์(TheDefendants'paythePlaintiffs'costsinanyevent)คำสั่งของศาลสูงแผนกคดีพาณิชย์จึงเป็นมูลหนี้ และเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏตามทางนำสืบของโจทก์ว่าศาลสูงแผนกคดีพาณิชย์ได้ดำเนินกระบวนพิจารณาแล้วยกคำร้องของจำเลย โดยจำเลยมิได้ต่อสู้ว่าศาลสูงแผนกคดีพาณิชย์ไม่มีอำนาจพิจารณาหรือดำเนินกระบวนพิจารณาขัดต่อกฎหมายหรือความสงบเรียบร้อยของประชาชนอย่างไรหรือไม่ ดังนั้น จำเลยจึงต้องรับผิดค่าใช้จ่ายที่โจทก์ได้จ่ายไปในการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีในศาลสูงแผนกคดีพาณิชย์ซึ่งต้องรวมค่าใช้จ่ายที่โนตารีปับลิกรับรองเอกสารในการส่งคำสั่งศาลให้แก่จำเลยด้วย
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายของประเทศสาธารณรัฐเกาหลี โจทก์และจำเลยเป็นบุคคลอยู่ในประเทศที่เป็นภาคีสมาชิกแห่งอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการยอมรับนับถือและการใช้บังคับคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการต่างประเทศฉบับนครนิวยอร์ค ลงวันที่ 10 มิถุนายน 2501 จำเลยทำสัญญาเช่าเหมาระวางเรือเดินทะเล ชื่อ "เจียน จิน" ซึ่งอยู่ในความครอบครองของโจทก์ในขณะนั้นเพื่อใช้ขนสินค้าตกลงว่าหากเกิดข้อพิพาทหรือข้อขัดแย้งระหว่างคู่สัญญาให้เสนอข้อพิพาทหรือข้อขัดแย้งต่ออนุญาโตตุลาการโดยให้กำหนดและกระทำขึ้นที่นครลอนดอน ประเทศอังกฤษ และใช้กฎหมายและหลักปฏิบัติของประเทศอังกฤษบังคับ เมื่อเรือ "เจียน จิน" เดินทางถึงท่าปลายทาง ปรากฏว่าสินค้าข้าวสูญหายไปจำนวนหนึ่ง สินค้าขาดน้ำหนักและเปียกชื้น ศาลเมืองดาการ์พิพากษาให้โจทก์ซึ่งรวมถึงบริษัทโคเรีย แอสเสท เมเนจเม้นท์จำกัด เจ้าของเรือ รับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้รับตราส่ง บริษัทดังกล่าวได้ชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้รับตราส่ง โจทก์ซึ่งต้องรับผิดต่อเจ้าของเรือตามข้อตกลงที่ทำไว้ได้ชดใช้ค่าเสียหายที่โจทก์ต้องรับผิดต่อบริษัทดังกล่าวแล้ว เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่าความเสียหายเกิดจากการขนถ่ายและการจัดเก็บที่ผิดพลาด จำเลยในฐานะผู้ขนส่งต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นตามสัญญาเช่าเหมาระวางเรือ โจทก์และจำเลยได้นำข้อพิพาทเสนอให้อนุญาโตตุลาการ ณ นครลอนดอน ประเทศอังกฤษตัดสินชี้ขาดในระหว่างการดำเนินกระบวนพิจารณาของอนุญาโตตุลาการในชั้นแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการของแต่ละฝ่าย จำเลยได้ยื่นคำร้องต่อศาลสูงแผนกคดีพาณิชย์ประเทศอังกฤษให้วินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายเบื้องต้นว่า โจทก์ได้ออกหมายเรียกเพื่อประโยชน์ในการใช้มาตรา 27 ของพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการค.ศ. 1950 (Arbitration Act 1950) ของประเทศอังกฤษ เกี่ยวกับการขยายระยะเวลาการแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการโดยส่งหมายเรียกดังกล่าวออกนอกเขตศาลในประเทศอังกฤษมาให้จำเลยซึ่งมีภูมิลำเนาในประเทศไทย โดยโจทก์มอบหมายให้ตัวแทนโจทก์ในประเทศไทยเป็นผู้ส่งให้แก่จำเลยด้วยตนเองซึ่งจำเลยถือว่าเป็นการส่งหมายเรียกโดยไม่ชอบและไม่ถูกต้องตามกฎหมายไทย ต่อมาศาลสูงแผนกคดีพาณิชย์ ประเทศอังกฤษได้วินิจฉัยคำร้องของจำเลยและมีคำสั่ง เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2536ว่าการส่งหมายเรียกของโจทก์ชอบด้วยกฎหมายและให้ยกคำร้องของจำเลย กับสั่งให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียม และค่าทนายความในชั้นศาลแทนโจทก์ ส่วนกระบวนพิจารณาของอนุญาโตตุลาการของประเทศอังกฤษในประเด็นพิพาทโดยตรงยังคงดำเนินต่อไปจำเลยจึงมีหน้าที่ต้องใช้ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความในชั้นศาลต่อโจทก์ที่จำเลยต้องรับผิด คือค่าใช้จ่ายที่ศาลสูงแผนกคดีพาณิชย์ ประเทศอังกฤษกำหนด 10,962.37 ปอนด์สเตอร์ลิงหรือ 432,355.87 บาท ค่าใช้จ่ายในการรับรองเอกสาร 1,030.70ดอลลาร์สหรัฐ กับ 227.50 ปอนด์สเตอร์ลิง คิดเป็นเงินไทยรวม35,410.06 บาท รวมเป็นค่าเสียหายทั้งสิ้น 467,765.93 บาท(อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 25.65 บาท และ1 ปอนด์สเตอร์ลิง เท่ากับ 39.44 บาท) พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 3 มกราคม 2536 อันเป็นวันที่ศาลสูงแผนกคดีพาณิชย์ ประเทศอังกฤษ มีคำสั่งถึงวันฟ้องรวม 3 ปี กับ 183 วัน คิดเป็นเงิน 122,836.61 บาท รวมเป็นค่าเสียหายทั้งสิ้น 590,602.54 บาท ขอให้บังคับจำเลยใช้เงินจำนวน 590,602.54บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 467,765.93 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า นายไอ.ที.ลี. ไม่มีอำนาจมอบอำนาจช่วงให้นายรัฐการ บุญเหนือ ดำเนินคดีแทน ลายมือชื่อผู้มอบอำนาจเป็นลายมือชื่อปลอม จำเลยไม่เคยตกลงให้นำข้อพิพาทหรือข้อขัดแย้งใด ๆ ระหว่างคู่สัญญาเสนอต่ออนุญาโตตุลาการที่นครลอนดอน ประเทศอังกฤษ ข้าวสารที่โจทก์ขนส่งไม่ได้สูญหายหรือเสียหายหรือเปียกชื้นตามที่โจทก์อ้าง หากศาลเมืองดาการ์มีคำสั่งให้จำเลยชำระหนี้จริง กระบวนพิจารณาของศาลไม่ชอบและไม่อาจอ้างมายันหรือบังคับใช้กับจำเลยได้ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องจำเลยให้ชดใช้ค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ตามฟ้องเพราะอนุญาโตตุลาการยังดำเนินกระบวนพิจารณาในประเด็นพิพาทโดยตรงต่อไป ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะมิได้บรรยายว่าจำเลยผิดสัญญาเช่าเหมาระวางเรือในข้อไหนอย่างไร สินค้าสูญหายหรือเสียหายจำนวนเท่าใด โจทก์ได้ชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้รับตราส่งเป็นเงินเท่าใดและชำระไปเมื่อไร ทำให้จำเลยไม่อาจเข้าใจและต่อสู้คดีได้ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 467,765.93บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 3 มกราคม2536 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ เฉพาะดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องมิให้เกินจำนวน 122,836.61 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่โจท
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง