คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2545
ฎีกาที่ 6572/2545
หลักกฎหมาย
โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินที่ถูกเวนคืนซึ่งได้ให้ ค. เช่าที่ดินดังกล่าวใช้เป็นสถานที่แสดง ผลิต จำหน่าย ซ่อมบำรุง และตบแต่งรถยนต์ โดยจดทะเบียนการเช่ากันก่อนวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาฯ 1 เดือนเศษ อายุการเช่ามีกำหนด 10 ปี เริ่มตั้งแต่หลังวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาฯ ประมาณ 2 เดือน โดยข้อ 8 ของสัญญาเช่าที่ดินดังกล่าวระบุว่า "บรรดาสิ่งปลูกสร้างหรือทรัพย์สินใด ๆ ที่ผู้เช่าสร้างลงไปในที่ดินตามสัญญานี้เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้เช่า แต่เมื่อสิ้นสุดสัญญาเช่าผู้เช่าจะต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่เช่าออกไปทั้งหมดหรือบางส่วนตามความประสงค์ของผู้ให้เช่าและปรับระดับของพื้นดินให้เรียบร้อยภายในกำหนดเวลา 1 เดือน นับแต่วันสิ้นสุดสัญญานี้เว้นแต่ผู้ให้เช่ามีความประสงค์จะให้ผู้เช่าที่ดินต่อไปหรือผู้ให้เช่ามีความประสงค์ให้สิ่งปลูกสร้างนั้นมีสภาพตามที่เป็นอยู่ก่อนสิ้นสุดสัญญา?" ค. ผู้เช่าเป็นผู้ถมดินในที่ดินดังกล่าวและเป็นผู้ออกเงินค่าใช้จ่ายในการถมดิน ดังนั้นก่อนสัญญาเช่าที่ดินจะสิ้นสุดลง ดินที่ถมดังกล่าวยังเป็นกรรมสิทธิ์ของ ค. อยู่ตามข้อ 8 ของสัญญาเช่าที่ดินและฝ่ายจำเลยกำหนดเงินค่าทดแทนค่าถมดินนี้ โดยถือว่าเป็นเงินค่าทดแทนสิ่งปลูกสร้างที่รื้อถอนได้ซึ่งมีอยู่ในที่ดินที่ต้องเวนคืนในวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาฯ ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 มาตรา 18 (5) ค. ได้รับมอบสิทธิครอบครองที่ดินดังกล่าวจากโจทก์ในวันที่ทำสัญญาเช่าที่ดินซึ่งเป็นวันก่อนวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาฯ และหลังจากวันใช้บังคับ พระราชกฤษฎีกาฯ ก็ยังคงเป็นเจ้าของที่ดินที่ถมนั้นอยู่ และมีสิทธิที่จะได้ใช้ประโยชน์จากการถมดินนั้น ย่อมเป็นผู้ได้รับผลกระทบและต้องเสียหายในส่วนนี้โดยตรงอันเนื่องจากการดำเนินการเวนคืนของฝ่ายจำเลย จึงเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนส่วนนี้ตามมาตรา 18 (5) โจทก์ไม่ได้รับความเสียหายในส่วนนี้โดยตรงจึงไม่มีสิทธิที่จะได้รับเงิน ค่าทดแทนค่าถมดินในที่ดินของโจทก์ พ.ร.บ. ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 มาตรา 21 วรรคท้าย มุ่งหมายให้จ่ายเงินค่าทดแทน ความเสียหายให้แก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายที่อยู่อาศัยหรือประกอบการค้าขาย หรือประกอบการงานอันชอบด้วยกฎหมายอยู่ในอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องเวนคืนเท่านั้น มิได้ประสงค์จะให้จ่ายเงินค่าทดแทนให้แก่ เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่มิได้อยู่อาศัยหรือประกอบการค้าขายในอสังหาริมทรัพย์นั้นด้วย เมื่อโจทก์มิได้อยู่อาศัยและไม่ได้ประกอบการค้าขายในที่ดินที่ต้องเวนคืนเนื่องจากให้ ค. เช่าไปประกอบธุรกิจการค้าเป็นสถานที่แสดงรถยนต์ โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนค่าขาดประโยชน์ที่ได้จากการให้เช่าที่ดินที่ถูกเวนคืน
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินค่าทดแทน ๔๐๕,๙๑๘,๔๘๓.๙๕ บาท แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๐ ต่อปี จากต้นเงิน ๒๙๘,๘๔๐,๘๖๓.๖๑ บาท และอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี จากต้นเงิน ๗๓,๔๐๘,๙๖๘ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสามให้การและแก้ไขคำให้การว่า โจทก์มิได้เป็นผู้ถมดินในที่ดินถูกที่เวนคืน คณะกรรมการกำหนดราคาราคาเบื้องต้น กำหนดเงินค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนให้แก่โจทก์ถูกต้องและเป็นธรรมแล้ว ที่โจทก์เรียกร้อง เงินค่าทดแทนค่าขาดประโยชน์จากการให้เช่าที่ดินเป็นค่าเสียหายตามความพอใจของโจทก์ ซึ่งไม่มีหลักฐานและไม่มีกฎหมายให้สิทธิแก่โจทก์ที่จะเรียกร้องได้ โจทก์มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยได้ไม่เกินอัตราร้อยละ ๖.๕ ต่อปี ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน ๖,๓๖๐,๐๐๐ บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสินแต่ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ต่อปี นับแต่วันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๓๘ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยทั้งสามใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความให้ ๓๐,๐๐๐ บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้จำเลยทั้งสามใช้แทนเท่าที่โจทก์ชนะคดี โจทก์และจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน ๑๑,๕๒๔,๒๕๐ บาท แก่โจทก์ พร้อมด้วย ดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสินแต่ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ต่อปี นับแต่ วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๓๘ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า ก่อนวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาฯ โจทก์ได้ให้บริษัทคาร์แลนด์ เซอร์วิส จำกัด เช่าที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๘๗๗๙ ถึง ๑๘๗๘๔ และ ๕๕๔๖๔ โดยจดทะเบียนเช่ามีกำหนด ๑๐ ปี นับแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๓๗ เพื่อใช้เป็นสถานที่แสดง ผลิต จำหน่าย ซ่อมบำรุงและตบแต่งรถยนต์หรือส่วนประกอบของ รถยนต์รวมทั้งให้เป็นที่อยู่อาศัยและจำหน่ายอาหาร เมื่อมีการเวนคืนที่ดินทั้งเจ็ดแปลงทำให้สัญญาเช่าระหว่างโจทก์กับบริษัทคาร์แลนด์ เซอร์วิส จำกัด สิ้นสุดลง โจทก์ย่อมมีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนค่าขาดประโยชน์จากการให้เช่า ที่ดินจำนวน ๗๓,๔๐๘,๙๖๘ บาท โดยถือเสมือนหนึ่งเป็นผู้ประกอบการค้าขายอยู่ในอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องเวนคืน ซึ่งได้รับความเสียหายเนื่องจากการที่ต้องออกจากอสังหาริมทรัพย์นั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๐ มาตรา ๒๑ วรรคท้ายที่บัญญัติว่า "ถ้าเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย อยู่อาศัย หรือประกอบการค้าขายหรือการงานอันชอบด้วยกฎหมายอยู่ในอสังริมทรัพย์ที่ต้องเวนคืนนั้น และบุคคล ดังกล่าวได้รับความเสียหายเนื่องจากการที่ต้องออกจากอสังหาริมทรัพย์นั้น ให้กำหนดเงินค่าทดแทนให้สำหรับ ความเสียหายนั้นด้วย" เป็นบทบัญญัติที่มุ่งหมายให้จ่ายเงินค่าทดแทนความเสียหายให้แก่เจ้าของหรือผู้ครอบครอง โดยชอบด้วยกฎหมายที่อยู่อาศัยหรือประกอบการค้าขาย หรือประกอบการงานอันชอบด้วยกฎหมายอยู่ในอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องเวนคืนเท่านั้นมิได้ประสงค์จะให้จ่ายเงินค่าทดแทนให้แก่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่มิได้อยู่อาศัยหรือประกอบการค้าขายในอสังหาริมทรัพย์นั้นด้วย เมื่อข้อเท็จจริงได้ความจากโจทก์ว่า โจทก์มิได้อยู่อาศัยและไม่ได้ประกอบการค้าขายในที่ดินที่ต้องเวนคืน เนื่องจากให้บริษัทคาร์แลนด์ เซอร์วิส จำกัด เช่าไปประกอบธุรกิจการค้าเป็นสถานที่แสดงรถยนต์และเปิดเป็นร้านขายอาหาร โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนค่าขาดประโยชน์จากการให้เช่าที่ดินตามที่โจทก์ฎีกา คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในข้อนี้ชอบแล้ว ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น มีปัญหาข้อต่อไปตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนค่าถมดินหรือไม่เพียงใด ปัญหานี้โจทก์ฎีกาว่า ตามสำเนาหนังสือสัญญาเช่าที่ดินเอกสารหมาย จ.๓๘ สิ่งปลูกสร้างใด ๆ ที่ได้ปลูกสร้างลงในที่ดินที่เช่าเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทคาร์แลนด์ เซอร์วิส จำกัด ผู้เช่า แต่เมื่อสัญญาเช่าสิ้นสุดลงบริษัทคาร์แลนด์ เซอร์วิส จำกัด ผู้เช่า สามารถรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปเพียงตามประสงค์ของโจทก์ผู้ให้เช่าเท่านั้น ซึ่งกรณีนี้สัญญาเช่าอันเป็น ยกเลิกก่อนที่จะมีการก่อสร้างใด ๆ ลงบนที่ดินที่เช่า คงมีเพียงการปรับสภาพพื้นดินก่อนปลูกสร้างอาคารเท่านั้น และเมื่อสัญญาเช่าระงับลง ดินที่บริษัทคาร์แลนด์ เซอร์วิส จำกัด นำมาถมเพื่อปรับสภาพจึงต้องตกได้แก่โจทก์ตามข้อตกลงตามสัญญาเช่าที่ดินและเมื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๘๗๗๙ ถึง ๑๘๗๘๔ และ ๕๕๔๖๔ ดังนั้นดินที่นำไปถมลงบนที่ดินดังกล่าวจึงเป็นทรัพย์อันติดอยู่กับที่ดินมีลักษณะเป็นการถาวรหรือประกอบเป็นอันเ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง