ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2559

ฎีกาที่ 6574/2559

หลักกฎหมาย

จำเลยทั้งสองแนบประกาศกระทรวงมหาดไทยเป็นเอกสารท้ายอุทธรณ์ โดยไม่ได้มีการนำสืบในศาลชั้นต้น คำแก้อุทธรณ์และคำแก้ฎีกาของโจทก์ไม่ได้รับรองความถูกต้องของข้อเท็จจริงตามเอกสารท้ายอุทธรณ์ จึงรับฟังเอกสารท้ายอุทธรณ์ไม่ได้ คดีจึงไม่มีพยานหลักฐานในสำนวนที่จะรับฟังว่า ที่ดินจำนองต้องอยู่นอกเขตศาลชั้นต้น อย่างไรก็ตาม จำเลยทั้งสองไม่ได้ให้การโต้แย้งว่าศาลชั้นต้นไม่มีอำนาจฟ้อง แต่จำเลยทั้งสองดำเนินกระบวนพิจารณาต่อมาจนศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ทั้งสามเสร็จ แม้หากจะฟังว่าเป็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบก็ถือว่าจำเลยทั้งสองได้ให้สัตยาบันแก่การผิดระเบียบนั้น ๆ แล้วตาม ป.วิ.พ. มาตรา 27 วรรคสอง ไม่อาจยกเอาข้อค้านเรื่องผิดระเบียบนั้นขึ้นกล่าวอ้างได้อีก

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ทั้งสามฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ชำระเงิน 42,922,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 35,400,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยที่ 2 ชำระเงิน 5,698,750 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 4,700,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงิน 48,621,250 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 40,100,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้หรือชำระหนี้ไม่ครบถ้วน ให้ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์ทั้งสามจนครบ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยทั้งสองขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 35,400,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2555 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสาม แต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้อง (วันที่ 1 พฤศจิกายน 2556) ต้องไม่เกิน 7,522,500 บาท ตามที่โจทก์ทั้งสามขอมา หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระหนี้หรือชำระหนี้ไม่ครบถ้วน ให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 95921, 95922, 95923, 95924, 232293, 237758 และ 238656 ตำบลคลองประเวศฝั่งเหนือ อำเภอพระโขนง กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเป็นทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ทั้งสาม ให้จำเลยที่ 2 ชำระเงิน 4,700,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2555 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ แต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 998,750 บาท ตามที่โจทก์ทั้งสามขอมา หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระหนี้หรือชำระหนี้ไม่ครบถ้วน ให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 95925 และ 95926 ตำบลคลองประเวศฝั่งเหนือ อำเภอพระโขนง กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้าง และที่ดินโฉนดเลขที่ 917 ตำบลสะพานสูง อำเภอสะพานสูง กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเป็นทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์ทั้งสาม กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 50,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ ให้ยก จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่าจำเลยทั้งสองเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด สำนักงานแห่งใหญ่ของจำเลยที่ 1 ตั้งอยู่ที่แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร ซึ่งอยู่ในเขตศาลแพ่ง สำนักงานแห่งใหญ่ของจำเลยที่ 2 ตั้งอยู่ที่แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร ซึ่งอยู่ในเขตศาลจังหวัดมีนบุรี เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2555 จำเลยที่ 1 ทำสัญญาจำนองที่ดิน 7 แปลง ตามฟ้องของจำเลยที่ 1 พร้อมสิ่งปลูกสร้างไว้แก่โจทก์ทั้งสาม สัญญาจำนองระบุว่าเพื่อเป็นประกันการกู้ยืมเงินซึ่งผู้จำนองได้กู้จากผู้รับจำนอง 35,400,000 บาท โดยให้ดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี และจำเลยที่ 2 ทำสัญญาจำนองที่ดิน 3 แปลง ตามฟ้องของจำเลยที่ 2 พร้อมสิ่งปลูกสร้างไว้แก่โจทก์ทั้งสาม โดยที่ดินรวม 10 แปลง ดังกล่าวมีอาณาเขตติดต่อเป็นผืนเดียวกันตามสำเนาโฉนดที่ดิน สัญญาจำนองระบุว่าเพื่อเป็นประกันการกู้ยืมเงินซึ่งผู้จำนองได้กู้จากผู้รับจำนอง 4,700,000 บาท โดยให้ดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี สัญญาจำนองทั้งสองฉบับดังกล่าวมีข้อตกลงต่อท้ายสัญญาจำนองมีข้อความเหมือนกันใจความว่า ผู้จำนองทั้งสองเป็นเจ้าของที่ดินตามเลขเครื่องหมายที่ดินในสัญญาจำนอง ได้ตกลงจำนองที่ดินกับบรรดาตึกโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ซึ่งมีอยู่แล้วในที่ดินรายนี้หรือซึ่งจะได้ปลูกสร้างขึ้นใหม่ในภายหน้าในที่ดินรายนี้ทั้งสิ้น ไว้แก่ผู้รับจำนองเป็นประกันเงินซึ่งผู้จำนองทั้งสองเป็นหนี้ผู้รับจำนองอยู่แล้วในเรื่องการการกู้เงินที่เป็นหนี้แก่ผู้รับจำนองทั้งหมด ซึ่งรวมเป็นวงเงิน 40,100,000 บาท ซึ่งทรัพย์ที่ผู้จำนองทั้งสองจำนองไว้แก่ผู้รับจำนองนั้นเป็นทรัพย์ที่ไม่สามารถแยกจากกันได้ ดังนั้น เมื่อครบกำหนดในการไถ่ถอนจำนอง ผู้จำนองทั้งสองจะต้องไถ่ถอนจำนองพร้อมกัน ไม่สามารถจะแยกไถ่ถอนจำนองเฉพาะส่วนได้โดยทำหนังสือสัญญาจำนองและจดทะเบียนจำนองที่สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาบึงกุ่ม ตามหนังสือสัญญาจำนองที่ดินรวมเจ็ดโฉนดและข้อตกลงต่อท้ายสัญญาจำนอง และหนังสือสัญญาจำนองที่ดินรวมสามโฉนดและข้อตกลงต่อท้ายสัญญาจำนอง ตามลำดับ จำเลยที่ 1 ได้รับเงินจากโจทก์ทั้งสามแล้ว อย่างน้อย 26,400,000 บาท จำเลยที่ 2 ได้รับเงินจากโจทก์ทั้งสามแล้วอย่างน้อย 3,520,000 บาท จำเลยทั้งสองไม่เคยชำระดอกเบี้ยหรือต้นเงินแก่โจทก์ทั้งสาม ครบกำหนด 1 ปีแล้วก็ไม่ไถ่ถอนจำนอง โจทก์ทั้งสามบอกกล่าวบังคับจำนองชอบแล้ว ก็ยังเพิกเฉย เนื่องจากตามโฉนดที่ดินของจำเลยที่ 1 ทั้งเจ็ดแปลงระบุว่าตั้งอยู่ที่ตำบลประเวศ (คลองประเวศฝั่งเหนือ) อำเภอพระโขนง กรุงเทพมหานคร ส่วน
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6574/2559 · ทนอย Thanoy