ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2542

ฎีกาที่ 6589/2542

หลักกฎหมาย

สินค้าที่ขนส่งเสียหายและเหตุแห่งการเสียหายเกิดขึ้นในระหว่างที่สินค้านั้นอยู่ในความดูแลของจำเลยที่ 1ซึ่งจำเลยที่ 1 จะต้องรับผิดเพื่อความเสียหายนั้นตามพระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ. 2534มาตรา 39 วรรคหนึ่ง จำเลยที่ 1 จะไม่ต้องรับผิดก็ต่อเมื่อพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายนั้นเกิดขึ้นหรือเป็นผลจากความผิดของผู้ส่งของหรือผู้รับตราส่ง เช่น การบรรจุหีบห่อ ไม่มั่นคงแข็งแรง หรือไม่เหมาะสมกับสภาพแห่งของหรือการเสียหายนั้นเกิดจากสภาพแห่งของนั้นเองตามมาตรา 52(9) และ (10)จำเลยที่ 1 นำสืบว่าได้บันทึกข้อสงวนไว้ในใบตราส่งแต่ไม่ได้พิสูจน์ข้อเท็จจริงให้เห็นว่าการเสียหายของสินค้าที่ขนส่งเป็นผลมาจากการบรรจุหีบห่อไม่ดีหรือไม่เหมาะสมกับสภาพแห่งของหรือการเสียหายนั้นเกิดจากสภาพแห่งของนั้นเองหรือไม่ จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิด

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์รับประกันภัยสินค้าแผ่นเหล็กรีดเย็นในคอยลส์แต่ปรากฏว่าแผ่นเหล็กรีดเย็นในคอยลส์ เกิดสนิม เพราะได้รับความชื้นหรือเปียกน้ำระหว่างการขนส่งทางทะเลของจำเลยที่ 1 หรือในระหว่างการขนส่งทางน้ำและทางบกของจำเลยที่ 2 จำนวน 6 ม้วน ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระต้นเงินและดอกเบี้ยรวมจำนวน 568,461 บาทพร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ส่งมอบสินค้าให้แก่เรือลำเลียงซึ่งเป็นตัวแทนของผู้รับตราส่งในสภาพเรียบร้อยครบถ้วนแล้ว ความเสียหายของสินค้าที่ขนส่งมิได้เกิดขึ้นในระหว่างการขนส่งของจำเลยที่ 1 อีกทั้งสินค้าดังกล่าวก็ไม่ได้รับการบรรจุหีบห่อที่เหมาะสมกับสภาพของสินค้าซึ่งเป็นเหล็กอาจทำให้สินค้าได้รับความเสียหายหรือเกิดสนิมในระหว่างการขนส่งได้ จำเลยที่ 2 ให้การว่า ไม่ต้องรับผิดตามคำฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า โจทก์เป็นผู้รับประกันภัยสินค้าแผ่นเหล็กรีดเย็นในคอยลส์ จำนวน 150 ม้วนให้แก่บริษัทเอ็น.เอช.เค.สตีล จำกัด ผู้เอาประกันภัยซึ่งสั่งซื้อสินค้าดังกล่าวมาจากบริษัทผู้ขายในประเทศสิงคโปร์ตามกรมธรรม์ประกันภัยสินค้าทางทะเล ลงวันที่ 16 มกราคม 2539เอกสารหมาย จ.6 และผู้ขายได้ว่าจ้างจำเลยที่ 1 ขนส่งสินค้านั้นมาทางเรือชื่ออัลมาร์จากเมืองแอนท์เวิร์ป ท่าเรือยุโรปตะวันตกมายังกรุงเทพมหานครเพื่อส่งมอบให้แก่ผู้ซื้อ เมื่อวันที่ 19กุมภาพันธ์ 2539 เรืออัลมาร์มาถึงท่าเรือเกาะสีชัง ได้มีการขนถ่ายสินค้าที่ขนส่งจากเรืออัลมาร์ลงเรือไลต์เตอร์หรือเรือลำเลียงไปที่ท่าเรือศรีกรุงธน เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานครแล้วนำสินค้านั้นขึ้นรถบรรทุกไปที่โกดังของผู้ซื้อ ปรากฏว่าสินค้าดังกล่าวขึ้นสนิมจำนวน 6 ม้วน โจทก์ได้ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เอาประกันภัย และขายสินค้าที่ขนส่งที่เสียหายให้แก่บุคคลอื่นไปในราคา 351,178 บาท มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ประการแรกว่าเหตุแห่งการเสียหายของสินค้าที่ขนส่งได้เกิดขึ้นในระหว่างที่สินค้านั้นอยู่ในความดูแลของจำเลยทั้งสองหรือไม่เห็นว่า โจทก์มีนายศักดิ์ชาย ไชยศิริ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสินไหมทดแทนของโจทก์มาเบิกความเป็นพยานประกอบบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงว่าเมื่อจำเลยที่ 1 ได้รับสินค้าที่ขนส่งจากผู้ส่งของแล้ว จำเลยที่ 1 ได้ออกใบตราส่งให้โดยรับรองว่าสินค้าดังกล่าวอยู่ในสภาพเรียบร้อยหรือ CLEAN ON BOARD ตามสำเนาใบตราส่งพร้อมคำแปลเอกสารหมาย จ.8 นายสมพงษ์ จันทร์น้อย ผู้จัดการทั่วไปของบริษัทอินช์เคป ชิปปิ้ง เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด(Inchcape Shipping Services (Thailand) Limited) ซึ่งเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 1 ก็เบิกความประกอบบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงยอมรับว่า สภาพภายนอกของสินค้าดังกล่าวได้หีบห่อมาเรียบร้อยสมบูรณ์ไม่มีความเสียหาย แต่เมื่อสินค้าที่ขนส่งมาถึงท่าเรือเกาะสีชังนายชาติชาย เนตรสว่าง พนักงานสำรวจความเสียหายและนายย๊อกเถียน ลิ้ม กรรมการผู้จัดการบริษัทเจพีแอล แอดจัสติ้ง เซอร์วิส จำกัด ซึ่งโจทก์ว่าจ้างให้สำรวจความเสียหายสินค้าดังกล่าวเบิกความประกอบบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงว่า นายชาติชาย ได้เดินทางไปสำรวจความเสียหายที่เรืออัลมาร์และพบว่าสินค้าที่ขนส่งเป็นสนิมที่ด้านนอกแต่การตรวจสอบความเสียหายขณะขนถ่ายสินค้าข้างลำเรือไม่สามารถตรวจสอบโดยละเอียดได้ นายชาติชายจึงตรวจสอบสินค้าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งที่โกดังสินค้าของผู้รับตราส่ง ปรากฏว่าสินค้าที่ขนส่งเป็นสนิมจำนวน 6 ม้วน ตามรายงานการสำรวจพร้อมคำแปลเอกสารหมาย จ.12 และภาพถ่ายหมาย จ.20 ซึ่งแสดงว่าสินค้าดังกล่าวเกิดสนิมตั้งแต่อยู่ในเรืออัลมาร์แล้ว ที่นายสมพงษ์พยานจำเลยที่ 1 ได้ยืนยันข้อเท็จจริงตามบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงของตนว่าพนักงานของบริษัทอินช์เคป ชิปปิ้ง เซอร์วิสเซส (ประเทศไทยจำกัด ได้ตรวจสอบสินค้าที่ขนส่งขณะขนถ่ายสินค้าจากเรืออัลมาร์ลงเรือไลต์เตอร์หรือเรือลำเลียงเช่นกัน แต่ไม่พบความเสียหายตามบันทึกรายงานประจำวันการขนถ่ายสินค้าและใบตรวจนับพร้อมคำแปลเอกสารหมาย ล.5 ถึง ล.7 นั้น เห็นว่าเอกสารดังกล่าวเป็นเพียงรายงานประจำวันเกี่ยวกับการขนถ่ายสินค้าและเป็นใบตรวจนับสินค้าที่แสดงว่ามีการขนถ่ายสินค้าจากเรืออัลมาร์ลงเรือไลต์เตอร์หรือเรือลำเลียงเลขที่เท่าไร จำนวนกี่ม้วนเท่านั้น ไม่ใช่รายงานการสำรวจความเสียหายดังที่นายสมพงษ์ยืนยันดังกล่าว ประกอบกับจำเลยที่ 1 ไม่ได้นำผู้ทำรายงานดังกล่าวมาเบิกความถึงเรื่องนี้จึงมีน้ำหนักน้อย ส่วนใบรับสินค้าพร้อมคำแปลเอกสารหมาย ล.2 และ ล.3 ก็เป็นเพียงหลักฐานการรับมอบสินค้าระหว่างเรืออัลมาร์ กับเรือไลต์เตอร์หรือเรือลำเลียง ไม่ใช่รายงานการสำรวจความเสียหายจึงมีน้ำหนักน้อยเช่นเดียว
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6589/2542 · ทนอย Thanoy