คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2551
ฎีกาที่ 6602/2551
หลักกฎหมาย
ความผิดฐานรับของโจร จำเลยที่ 2 กระทำความผิดโดยรับไว้โดยประการใด ๆ และครอบครองใช้รถยนต์ ส่วนความผิดฐานใช้เอกสารราชการแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์และแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีประจำปีปลอมนั้น จำเลยที่ 2 กระทำความผิดโดยนำแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ปลอมและแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีประจำปีปลอมมาติดกับรถยนต์คันดังกล่าวแสดงต่อบุคคลทั่วไปที่พบเห็น การกระทำความผิดทั้งสองฐานความผิดนั้น แม้จำเลยที่ 2 จะได้กระทำต่อรถยนต์คันเดียวกัน แต่การกระทำความผิดนั้นเป็นการกระทำคนละอย่างแตกต่างกันและต่างกรรมต่างวาระกัน ทั้งเจตนาและความมุ่งหมายในการรับของโจรและใช้แผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์และแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีประจำปีอันเป็นเอกสารราชการปลอม ก็เป็นคนละอย่างต่างกันการกระทำความผิดของจำเลยที่ 2 ในความผิดฐานรับของโจรและฐานใช้เอกสารราชการปลอมจึงเป็นความผิดต่างกรรมต่างกัน มิใช่ความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แม้คดีนี้กับคดีก่อนทั้งสองคดีนั้น โจทก์ จำเลยที่ 2 จะเป็นคู่ความรายเดียวกันและคดีทั้งสองนั้นได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดแล้วก่อนฟ้องคดีนี้ แต่คดีก่อนทั้งสองและคดีนี้ โจทก์บรรยายฟ้องทั้งสามสำนวนว่า มีคนร้ายลักรถยนต์ต่างวันเวลาและต่างสถานที่กัน แม้รถยนต์ แผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ และแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีประจำปีจะยึดได้ในคราวจับกุมจำเลยที่ 2 คราวเดียวกันหรือวันเดียวกันก็ตาม แต่วันเวลาที่จำเลยที่ 2 รับของโจรเป็นคนละวันกันและรถยนต์ที่รับของโจรเป็นคนละคันกัน แผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์และแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีประจำปีก็เป็นคนละแผ่นกันและใช้กับรถยนต์คนละคันกัน แผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์และแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีประจำปีก็เป็นคนละแผ่นกันและใช้กับรถยนต์คนละคันกัน การกระทำความผิดในคดีก่อนทั้งสองกับการกระทำความผิดในคดีนี้จึงเป็นการกระทำที่แยกต่างหากจากกันและต่างวาระกัน แม้การกระทำความผิดจะเป็นความผิดฐานเดียวกันกับความผิดในคดีนี้ ก็ถือไม่ได้ว่าคดีนี้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดที่ได้ฟ้องไปแล้วในคดีก่อนทั้งสอง สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์จึงไม่ระงับ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (4) ฟ้องโจทก์ในคดีนี้จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำกับฟ้องโจทก์ในคดีก่อนทั้งสองดังกล่าว
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 91, 93, 264, 265, 268, 335, 357, 336 ทวิ ริบของกลาง ลำดับที่ 2, 3, 5 และ 6 ตามบัญชีของกลางท้ายฟ้อง เพิ่มโทษจำเลยที่ 2 ตามกฎหมาย นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากคดีหมายเลขแดงที่ 1644/2546, 5551/2546 และ 6236/2546 ของศาลชั้นต้นและนับโทษจำเลยที่ 2 ต่อจากคดีหมายเลขแดงที่ 5551/2546 และ 6236/2546 ของศาลชั้นต้นตามลำดับ จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพข้อหารับของโจร และใช้เอกสารราชการปลอมและรับว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษและนับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 265, 357 วรรคแรก, 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานใช้เอกสารราชการปลอม จำคุกคนละ 3 ปี ฐานรับของโจร จำคุกคนละ 4 ปี เพิ่มโทษจำเลยที่ 2 กึ่งหนึ่งในความผิดฐานรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93 (13) รวมจำเลยที่ 1 จำคุก 7 ปี จำเลยที่ 2 จำคุก 9 ปี จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพภายหลังสืบพยานโจทก์ไปบ้างแล้วเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 4 ปี 8 เดือน คำรับสารภาพชั้นจับกุมของจำเลยที่ 2 ไม่เป็นประโยชน์แก่การวินิจฉัยคดี จึงไม่ลดโทษให้ นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากคดีหมายเลขแดงที่ 1644/2546, 5551/2546 และ 6236/2546 ของศาลชั้นต้นกับนักโทษจำเลยที่ 2 ต่อจากคดีหมายเลขแดงที่ 5551/2546 และ 6236/2546 ของศาลชั้นต้น ตามลำดับ ริบแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ แผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีและใบคู่มือจดทะเบียนของกลาง ข้อหาและคำขออื่นให้ยก จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า วันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้องมีคนร้ายลักรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ หมายเลขทะเบียน วณ - 7021 กรุงเทพมหานคร ซึ่งอยู่ในความครอบครองของผู้เสียหาย ต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจศูนย์ป้องกันและปราบปรามการโจรกรรมรถ กองบัญชาการตำรวจนครบาล จับกุมจำเลยทั้งสองพร้อมรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ หมายเลขทะเบียน วณ - 7021 กรุงเทพมหานคร แผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ปลอม หมายเลขทะเบียน กธ - 5459 นครราชสีมา จำนวน 1 แผ่น แผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีประจำปี 2546 ปลอม จำนวน 1 แผ่น แผ่นป้ายประกันภัย จำนวน 1 แผ่น ใบคู่มือจดทะเบียนปลอมหมายเลขทะเบียน กธ - 5459 นครราชสีมา จำนวน 1 เล่ม คดีสำหรับจำเลยที่ 1 ยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยโจทก์และจำเลยที่ 1 ไม่ได้อุทธรณ์ ส่วนจำเลยที่ 2 ในความผิดฐานปลอมเอกสาร ยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยโจทก์และจำเลยที่ 2 ไม่ได้อุทธรณ์ ความผิดฐานใช้เอกสารราชการปลอมต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ข้อเท็จจริงจึงยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า จำเลยที่ 2 กระทำความผิดฐานรับของโจรตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ โจทก์มีพันตำรวจตรีนำเกียรติเป็นพยานเบิกความยืนยันว่า เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2545 เวลาประมาณ 8 นาฬิกา พยานกับพวกสืบสวนพบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไทเกอร์ หมายเลขทะเบียน ลพ - 6954 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถที่มีผู้แจ้งความหายไว้ที่สถานีตำรวจนครบาลพระโขนง เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2545 จอดอยู่ด้านหลังโกมลอพาร์ตเมนต์ ซอยสุภาพงษ์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ พยานกับพวกประมาณ 15 คน จึงไม่ซุ่มดูอยู่ในบริเวณที่จอดรถยนต์ของโกมลอพาร์ตเมนต์ และบริเวณปากซอยฝั่งตรงข้ามกับโกมลอพาร์ตเมนต์ จนกระทั่งเวลาประมาณ 3 นาฬิกา ของวันที่ 10 สิงหาคม 2545 นายพิชอบขับรถยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นซีวิค หมายเลขทะเบียน 1 ศ - 5472 กรุงเทพมหานคร เข้ามาจอดที่บริเวณที่จอดรถกระบะยี่ห้อโตโยต้าคันดังกล่าวโดยมีรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ ติดแผ่นป้ายทะเบียน กธ - 5459 นครราชสีมา มาจอดต่อท้ายรถยนต์ที่นายพิชอบขับมาหลังจากนั้นจำเลยทั้งสองลงจากรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ เดินเข้าไปสมทบกับนายพิชอบแล้วพากันเดินไปเปิดประตูด้านที่นั่งคนขับรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไทเกอร์พยานกับพวกแสดงตัวว่าเป็นเจ้าพนักงานตำรวจและขอทำการจับกุม นายพิชอบกับจำเลยทั้งสองวิ่งหลบหนี พยานกับพวกจับกุมจำเลยทั้งสองได้ ส่วนนายพิชอบหลบหนีไปได้ พยานกับพวกยึดรถยนต์ทั้งสามคันและนำตัวจำเลยทั้งสองไปที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการโจรกรรมรถ จำเลยทั้งสองรับว่าร่วมกันลักรถยนต์ทั้งหมดรวม 4 คัน คือ รถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไทเกอร์ หมายเลขทะเบียน ลพ - 6954 กรุงเทพมหานคร รถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ หมายเลขทะเบียน วณ - 7021 กรุงเทพมหานคร ของผู้เสียหายคดีนี้ รถกระบะ ยี่ห
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง