ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2562

ฎีกาที่ 6653/2562

หลักกฎหมาย

แม้จำเลยดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา และเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการที่สังกัดในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่อำนาจหน้าที่ในการบรรจุแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการระดับ 8 ให้อธิบดีผู้บังคับบัญชาเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ดังกล่าวเมื่อได้รับความเห็นชอบจากปลัดกระทรวง ไม่ใช่เป็นอำนาจหน้าที่ของปลัดกระทรวงโดยตรง จำเลยในฐานะปลัดกระทรวง จึงไม่มีอำนาจสั่งย้ายโจทก์ไปดำรงตำแหน่งป่าไม้จังหวัดอำนาจเจริญด้วยตนเอง จึงขาดคุณสมบัติเฉพาะตัวตามที่กฎหมายกำหนดไว้โดยเฉพาะ ไม่อาจลงโทษจำเลยในฐานะเป็นตัวการเพราะใช้ให้กระทำความผิดได้ แต่การที่จำเลยให้ ด. ออกคำสั่งย้ายโจทก์ ถือได้ว่าเป็นความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ตาม ป.อ. มาตรา 86 ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยฐานเป็นผู้สนับสนุนในความผิดส่วนนี้ได้

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 157 กับให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 2,000,000 บาท ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จำคุก 1 ปี และปรับ 20,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 กับให้จำเลยชำระค่าเสียหายให้โจทก์ 1,400,000 บาท คำขออื่นให้ยก โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 84 อีกกรรมหนึ่ง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป จำคุกกระทงละ 1 ปี รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 2 ปี ไม่ปรับ ไม่รอการลงโทษ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมในคดีส่วนแพ่งทั้งสองศาลให้เป็นพับ จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติในชั้นนี้ว่า ขณะเกิดเหตุโจทก์รับราชการตำแหน่งผู้อำนวยการกองการอนุญาต กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นข้าราชการระดับ 8 เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2546 นายบรรพต ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีคำสั่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ 399/2546 เรื่อง เลื่อนข้าราชการ โดยให้เลื่อนโจทก์ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนัก (นักวิชาการป่าไม้ 9) สำนักส่งเสริมการปลูกป่าเศรษฐกิจ กรมป่าไม้ ซึ่งเป็นการเลื่อนและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนผู้ที่จะเกษียณราชการในวันที่ 30 กันยายน 2546 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2546 ต่อมามีพระราชกฤษฎีกาให้โอนกรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปเป็นกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2546 มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2546 เป็นต้นไป วันที่ 1 ตุลาคม 2546 จำเลยซึ่งดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีคำสั่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ 278/2546 เรื่อง ให้ยกเลิกการแต่งตั้งข้าราชการกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามคำสั่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ 399/2546 โดยให้ระงับการมอบหมายงานในหน้าที่ตามคำสั่งดังกล่าว และถือว่าเป็นการให้ยกเลิกคำสั่งต่าง ๆ ดังกล่าวไว้ก่อน จนกว่าจะได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและนำปัญหาข้อกฎหมายหารือส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้ข้อยุติต่อไป หากผลการหารือปรากฏว่าถูกต้อง คำสั่งต่าง ๆ ดังกล่าวก็จะมีผลสมบูรณ์มาตั้งแต่ต้น หากไม่ถูกต้องก็จะได้ดำเนินการสรรหาใหม่ ซึ่งผู้ได้รับแต่งตั้งตามคำสั่งดังกล่าวจะได้รับการพิจารณาด้วย วันที่ 29 ตุลาคม 2546 จำเลยซึ่งดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีคำสั่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ 310/2546 เรื่อง รับโอนข้าราชการพลเรือนสามัญ โดยให้รับโอนนายดำรงค์ ผู้อำนวยการสำนัก (นักวิชาการป่าไม้ 9) สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนัก (นักวิชาการป่าไม้ 9) สำนักส่งเสริมการปลูกป่าเศรษฐกิจ กรมป่าไม้ และวันที่ 12 พฤศจิกายน 2546 นายดำรงค์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการปลูกป่าเศรษฐกิจ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมป่าไม้ มีคำสั่งกรมป่าไม้ ที่ 543/2546 เรื่อง ย้ายข้าราชการ โดยความเห็นชอบจากจำเลยในฐานะปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ย้ายโจทก์ไปดำรงตำแหน่งป่าไม้จังหวัดอำนาจเจริญ ต่อมามีคำสั่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ 559/2546 ให้ยกเลิกคำสั่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ 399/2546 ต่อมาศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ 278/2546 เฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับการระงับการแต่งตั้งโจทก์ตามคำสั่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ 399/2546 และเพิกถอนคำสั่งกรมป่าไม้ ที่ 543/2546 เฉพาะในส่วนที่ย้ายโจทก์ ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีคำสั่ง ที่ 122/2557 ลงวันที่ 12 พฤษภาคม 2557 ให้ยกเลิกคำสั่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ 278/2546 และกรมป่าไม้มีคำสั่ง ที่ 1583/2557 ลงวันที่ 18 มิถุนายน 2557 ให้ยกเลิกคำสั่งกรมป่าไม้ ที่ 543/2546 แล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าในขณะที่โจทก์ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกอง (เจ้าหน้าที่บริหารงานป่าไม้ 8) กองการอนุญาต กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนัก (นักวิชาการป่าไม้ 9) สำนักส่งเสริมการปลูกป่าเศรษฐกิจ กรมป่าไม้ ตามคำสั
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง