ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2541

ฎีกาที่ 6747/2541

หลักกฎหมาย

จำเลยฎีกาว่า จำเลยเห็นพ้องด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นโดยลอกคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นมาทั้งหมดชนิดคำต่อคำ และคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นก็ถูกศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเสียแล้ว โดยจำเลยมิได้ฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าไม่ถูกต้องอย่างไร และที่ถูกต้องเป็นอย่างไรซึ่งในคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ก็ได้วินิจฉัยเป็นประเด็นแต่ละเรื่องแต่ละราวไว้ชัดแจ้งแล้ว ฎีกาข้อนี้ของจำเลยจึงเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้ง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคแรกศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ โจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยได้รับเงินทดรองจ่ายจากโจทก์แล้วเป็นเงิน 35,894,081.80 บาท และจำเลยส่งมอบวัสดุก่อสร้างให้แก่โจทก์แล้วเป็นเงิน 10,786,461 บาท ซึ่งเป็นประโยชน์แก่จำเลย เมื่อจำเลยมิได้ให้การต่อสู้และนำสืบว่าจำเลยได้ส่งมอบวัสดุก่อสร้างมากกว่าจำนวนดังกล่าว ที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์สืบไม่สมฟ้องว่า ได้รับวัสดุเมื่อใด จำนวนเท่าใดมีการส่งมอบเมื่อใด จึงไม่เป็นสาระแก่คดี ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย หนังสือสัญญาค้ำประกันระบุว่า จำเลยที่ 2 ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อโจทก์ในการที่จำเลยที่ 1 มีความประสงค์จะรับเงินล่วงหน้าค่าก่อสร้างงานโครงการบ้านแมกไม้เป็นจำนวนเงิน 10,000,000 บาท สาระสำคัญของหนังสือสัญญาค้ำประกันดังกล่าวจึงอยู่ที่ว่า จำเลยที่ 2 ได้ตกลงค้ำประกันจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์ในการที่จำเลยที่ 1 รับเงินล่วงหน้าจากโจทก์ เมื่อโจทก์ได้จ่ายเงินทดรองค่าวัสดุก่อสร้างบ้านและก่อสร้างงานสาธารณูปโภคแก่จำเลยที่ 1 รวมเป็นเงิน35,894,081.80 บาท และการรับเงินล่วงหน้าดังกล่าวก็อยู่ในความหมายของเงินล่วงหน้าค่าก่อสร้างงานโครงการบ้านแมกไม้ด้วย เมื่อจำเลยที่ 2 ค้ำประกันการรับเงินล่วงหน้าซึ่งหมายความถึงเงินทดรองที่จำเลยที่ 1 รับไปจากโจทก์จำเลยที่ 2 จึงต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกันดังกล่าว และกรณีนี้มิใช่เป็นเรื่องการนำสืบแก้ไขข้อความในเอกสาร อันจักต้องห้ามมิให้โจทก์นำสืบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 94

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ตกลงขายวัสดุก่อสร้างถนน ท่อระบายน้ำและบ่อบำบัดน้ำเสียในราคา 66,760,000 บาท และวัสดุก่อสร้างบ้านในราคา 89,700,000 บาท ให้แก่โจทก์ โดยจำเลยที่ 1 จะต้องส่งมอบวัสดุก่อสร้างให้แก่โจทก์ตามระยะเวลาที่กำหนด โจทก์ชำระเงินทดรองจ่ายล่วงหน้าให้แก่จำเลยที่ 1 เป็นเงิน 28,200,000 บาท และโจทก์ได้ชำระเป็นค่าวัสดุและอุปกรณ์ในการก่อสร้างถนน งานวางท่อระบายน้ำและบ่อบำบัดน้ำเสียตามที่จำเลยที่ 1 ขอความช่วยเหลืออีก7,694,081.80 บาท รวมเป็นเงิน 35,894,081.80 บาท จำเลยที่ 1ได้จัดหาหลักประกันสำหรับเงินทดรองจ่ายดังกล่าวและการปฏิบัติตามสัญญาโดยจำเลยที่ 1 ออกเช็คสั่งจ่ายเงิน 5,000,000 บาทมอบให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นประกัน และจัดให้จำเลยที่ 2 ออกหนังสือค้ำประกันเป็นเงิน 10,000,000 บาท มอบให้โจทก์ยึดถือไว้ ให้จำเลยที่ 3 ออกเช็คสั่งจ่ายเงิน 8,200,000 บาท มอบให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นประกันให้จำเลยที่ 4 ถึงที่ 7 ทำสัญญาค้ำประกันร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในวงเงิน 13,200,000 บาท และจำเลยที่ 5 ได้จดทะเบียนจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 113250 และ 113252 ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบล วังทองหลาง อำเภอบางกะปิ กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นประกันการคืนเงินทดรองจ่ายล่วงหน้าไว้ต่อโจทก์เป็นเงิน 5,000,000 บาทปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ส่งมอบวัสดุก่อสร้างให้แก่โจทก์ตามกำหนด ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จำเลยที่ 1 ต้องคืนเงินทดรองจ่ายล่วงหน้าและค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงินทั้งสิ้น 33,200,000บาท แต่จำเลยที่ 1 ได้ส่งมอบวัสดุก่อสร้างตามสัญญาแก่โจทก์แล้วเป็นเงิน 10,786,416 บาท เมื่อหักกับเงินที่โจทก์ชำระค่าสินค้าไป7,694,081.80 บาท แล้วคงเหลือค่าวัสดุก่อสร้างที่จำเลยที่ 1 ส่งมอบให้โจทก์เป็นเงิน 3,092,334.20 บาท เมื่อนำไปหักกับเงินที่จำเลยที่ 1 ต้องชำระให้โจทก์แล้ว จำเลยที่ 1 จะต้องชดใช้เงินคืนและชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์เป็นเงินทั้งสิ้น 30,107,665.80 บาทโจทก์ได้นำเช็คที่จำเลยที่ 1 และที่ 3 สั่งจ่ายไปเรียกเก็บเงินแล้วแต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ชำระเงิน30,107,665.80 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินให้แก่โจทก์จำนวน 10,000,000 บาท ให้จำเลยที่ 3 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินให้แก่โจทก์จำนวน 8,200,000 บาท ให้จำเลยที่ 4 ถึงที่ 7 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินให้แก่โจทก์จำนวน 13,200,000 บาท และให้จำเลยที่ 5 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินให้แก่โจทก์อีก 5,000,000 บาท หากจำเลยที่ 5 ไม่ชำระให้ยึดที่ดินที่จำนองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้จำเลยที่ 5 ใช้เงินส่วนที่ยังขาดให้โจทก์จนครบถ้วน จำเลยที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 5 ให้การว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3มิได้ขายวัสดุก่อสร้างให้แก่โจทก์ แต่เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างงานให้แก่โจทก์ โดยมีการแยกเอกสารส่วนหนึ่งเป็นค่าจ้าง อีกส่วนเป็นค่าวัสดุก่อสร้างซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการรับเหมาก่อสร้าง สัญญาซื้อขายตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 6 และ 7 มิใช่สัญญาซื้อขายถูกต้องแท้จริงจำเลยที่ 1 ได้เบิกเงินล่วงหน้าไปจากโจทก์แล้วนำเงินไปซื้อวัสดุก่อสร้างจนครบถ้วน จำเลยที่ 1 ไม่เคยได้รับเงินทดรองล่วงหน้าไปจากโจทก์ จำเลยที่ 1 ทำการก่อสร้างอย่างถูกต้องตามหลักวิชามิได้กระทำผิดสัญญาและสามารถก่อสร้างได้เสร็จตามกำหนด โจทก์แก้ไขเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของงานก่อสร้างเป็นเหตุให้งานก่อสร้างล่าช้าและโจทก์ขัดขวางมิให้จำเลยที่ 1 เข้าทำการก่อสร้างต่อไป จำเลยที่ 1มิใช่ผู้ผิดสัญญา โจทก์ไม่มีสิทธินำเช็คที่จำเลยที่ 1 ออกให้ไปเรียกเก็บเงิน และไม่มีสิทธิเรียกเงินล่วงหน้าคืน เพราะจำเลยที่ 1 ก่อสร้างงานให้ครบถ้วนแล้ว โจทก์ไม่เสียหาย จำเลยที่ 3 ถึงที่ 5 ไม่เคยออกเช็คให้แก่โจทก์ จำเลยที่ 4 และที่ 5 ไม่เคยทำสัญญาค้ำประกันหนี้ของจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์ การจดทะเบียนจำนองที่ดินเป็นโมฆะเพราะขัดต่อกฎหมาย โจทก์ไม่เคยบอกกล่าวบังคับจำนองแก่จำเลยที่ 5 ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 2 ออกหนังสือค้ำประกันหนี้การรับเงินล่วงหน้าค่าก่อสร้างงานโครงการบ้านแมกไม้ของจำเลยที่ 1ต่อโจทก์ภายในวงเงิน 10,000,000 บาท จำเลยที่ 2 ไม่ได้เข้าค้ำประกันการรับเงินทดรองจ่ายล่วงหน้า ค่าซื้อวัสดุก่อสร้างถนน ท่อระบายน้ำและบ่อบำบัดน้ำเสีย และไม่ได้ค้ำประกันการรับเงินทดรองจ่ายล่วงหน้าค่าซื้อวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างบ้านตามที่จำเลยที่ 1 รับจากโจทก์จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดในหนี้จำนวนใด ๆ ต่อโจทก์ จำเลยที่ 1มีคำสั่งห้ามจำเลยที่ 2 จ่ายเงินตามภาระค้ำประกันให้แก่โจทก์เพราะจำเลยที่ 1 มิได้ผิดสัญญาหรือเป็นหนี้โจทก์ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 6 และที่ 7 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ 4 ถู
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6747/2541 · ทนอย Thanoy